ค่าตัวไม่ใช่คำตอบ:ดีลพรีเมียร์ลีกยอดเยี่ยม-ยอดแย่แห่งฤดูกาล 

 

 

ปิดฉากลงไปแล้ว สำหรับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 ที่แข่งขันกันมาอย่างยาวนานที่สุด ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ที่รอคอยมายาวนาน 30 ปี ได้สำเร็จ ส่วน 3 ทีมที่มีอันต้องร่วงตกชั้นไปนั้นก็คือ บอร์นมัธ ,วัตฟอร์ด และ นอริช ซิตี้  

 

 

 

ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา หลายสโมสรต่างทุ่มเงินซื้อแข้งเข้ามาเสริมทัพ เพื่อหวังยกระดับทีม ก็มีบางรายที่เข้ามาและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับราคาที่เสียไป แต่ก็มีไม่น้อยที่เล่นได้ไม่สมค่าตัวเอาซะเลย 

 

 

และนี่คือ 5 แข้งที่เลือกมาแล้วว่าคือการเสริมทัพที่ดีที่สุด และแย่ที่สุดในฤดูกาลนี้  มีใครกันบ้างลองไปติดตามกัน 

 

การเสริมทัพยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 

 

 

อัลลัน  แซงต์-มักซิแม็ง : นิวคาสเซิ่ล (16 ล้านปอนด์)

 

 

 แซงต์-มักซิแม็ง สถาปนาตัวเองกลายเป็นนักเตะขวัญใจแฟนๆ นับตั้งแต่ย้ายจาก นีซ มาร่วมทัพ ในถิ่น ไทน์ไซด์ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วในราคา 16.5 ล้านปอนด์ และได้พิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเขานั้นมีประโยชน์มากขนาดไหน นับตั้งฟุตบอลกลับมาเตะกันอีกครั้งนับตั้งแต่พักยาวจากช่วงโควิด มักซิแม็ง เป็นคนที่คอยแอสซิสต์ให้เพื่อนๆ ทำประตูมากกว่าไปทำประตูด้วยตัวเอง  ถึงขนาดที่ สตีฟ บรูซ กุนซือ สาลิกาดง ได้ยกให้ดาวเตะฝรั่งเศส คือการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฤดกาลนี่้ 

 

 

และหากจะบอกว่านี่คือแข้งกำลังสำคัญที่ช่วยให้ นิวคาสเซิ่ล รอดตกชั้น พร้อมรั้งอันดับ 13 ของพรีเมียร์ลีก ก็คงไม่แปลกนัก แต่ปัญหาเดียวของเขาอาจจะอยู่ที่พฤติกรรมนอกสนามที่ชื่นชอบในแฟชั่นมากไป จนมักจะโดนปรับเงินจากสโมสรหลายครั้ง หลังชอบใส่เครื่องประดับอาทิ ต่างหู หรือ สร้อยคอ มาในสนามซ้อมอยู่บ่อยๆ 

 

 

 

 

 

แดนนี่ อิงส์ :เซาธ์แฮมป์ตัน (20 ล้านปอนด์)

 

 

หลังจากเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงาน จนฝันของเขากับ ลิเวอร์พูล ต้องพังทลายลง  แต่มีชึวิตอยู่ก็ต้องสู้ต่อไป  อิงส์ สู้ขาดใจและกลับมาได้อีกครั้งหลังย้ายมาร่วมทัพ “นักบุญ” ในฤดูกาลนี้  ซึ่งหากจะบอกว่า ดาวยิงวัย 27 ปี คือ เดอะ แบกของทัพ “นักบุญ” ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาเขาทำไปถึง  22 ประตู เป็นรองดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกห่างจาก  เจมี วาร์ดี ดาวยิงเลสเตอร์ วิตี้ เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น 

 

 

ที่สำคัญคือ 22 ประตู ของเขานั้นคิดเป็น 43.1% ที่ทัพ นักบุญ ทำประตูได้ทั้งทีมในฤดูกาลนี้  เรียกว่าเกือบจะครึ่งนึงเลยทีเดียว   

 

 

 

 

 

บรูโน่ แฟร์นานเดส :แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (68 ล้านปอนด์)

 

 

หัวใจของ ยูไนเต็ด แห่งฤดูกาลนี้อย่างแท้จริง จากฟอร์มที่ประทับใจนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปลายเดือน ม.ค. แทบจะไม่มีแมตช์ไหนที่ ดาวเตะโปรตุกีส รายนี้ไม่มีส่วนร่วมกับการทำประตูของทีมเลย 

 

 

บรูโน่  มีส่วนร่วมกับการทำประตูของทัพ ปีศาจแดง ถึง 15 ลูก (ยิงเอง 8 ประตู, จ่ายให้เพื่อนยิง 7 ประตู) ถือเป็นคนที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในบรรดาดาวเตะที่เพิ่งย้ายทีมในเดือนมกราคม และยังพา “ปิศาจแดง” จบที่อันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก ตีตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้สำเร็จอีกด้วย ซึ่งหากจะบอกว่านี่คือการเสริมทัพแห่งฤดูกาลนี้ คงจะไม่ผิดแปลกเกินไปนัก 

 

 

 

 

ดีน เฮนเดอร์สัน :เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (ยืมตัว)

 

 

 

 

 

หลังจากช่วยให้ ทัพ ดาบคู่ เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ เฮนเดร์สัน ยังรักษามาตรฐานความ เหนียว แน่น หนึบ ที่ เซาธ์ ยอร์คเชียร์ ต่อไป พร้อมกับสร้างเซอร์ไพรส์ ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับท็อป แม้ช่วงท้ายฤดูกาลจะฟอร์มแผ่วลง แต่การจบด้วยอันดับ  9 ของตาราง ก็ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเอามากๆแล้ว

 

 

เฮนเดอร์สัน ทำคลีนชีตไปถึง 13 ครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา มากที่สุดเป็นอันดับ 4 และเป็นรองผู้คว้ารางวัลถุงมือทองคำอย่าง เอแดร์ซอน นายทวารแมนฯซิตี้ เพียง 3 ครั้งเท่านั้น  น่าสนใจว่าอนาคตต่อจากนี้ไป นายทวารวัย 23 ปี จะย้ายกลับไปสู่ทัพ “ปีศาจแดง” เพื่อท้าทายการเป็นมือ 1 ของ ดาบิด เดเกอา หรือไม่ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ยังมีอีกหลายทีมที่พร้อมจะดึงตัวเขาไปเฝ้าเสาอย่างแน่นอนที่สุด  

 

 

ราอูล ฆิเมเนซ  : วูล์ฟแฮมป์ตัน (30 ล้านปอนด์)

 

 

ฤดูกาลที่สองของเขาในพรีเมียร์ลีก กับการเป็นนักเตะ วูล์ฟแฮมป์ตัน เต็มตัวของ ฆิเมเนซ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างที่สุด ดาวยิงทีมชาติเม็กซิโก รายนี้ ซัดไปถึง 26 ประตู รวมทุกถ้วย นอกจากนี้ยังทำไปอีก 10 แอสซิสต์ จนทีมสร้างเซอร์ไพรส์มีลุ้นไปเตะถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า แม้ทีมจะฟอร์มหลุดในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล แต่พวกเขาก็ยังดีพอที่จะจบอันดับ 7 และคว้าตั๋วไปเตะ ยูโรป้า ลีกฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ (ถ้าอาร์เซน่อล ไม่ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ)

 

 

ด้วยฟอร์มการเล่นอันเฉียบขาดของ ดาวยิงวัย 28 ปี ทำให้หลายทีมสนใจดึงตัวไปเสริมแนวรุกในช่วงซัมเมอร์นี้ ไม่ว่าจะเป็น แมนฯยูไนเต็ด ,อาร์เซน่อล หรือ  ยูเวนตุส ก็ต้องดูว่าสุดท้ายทัพ “หมาป่า” จะรั้งเขาไว้ให้อยู่ช่วยทีมในถิ่น โมลินิวซ์ กราวนด์ ต่อไปในฤดูกาลหน้าได้หรือไม่ 

 

 

การเสริมทัพยอดแย่แห่งฤดูกาล

 

 อเล็กซ์ อิโวบี้ : เอฟเวอร์ตัน (35 ล้าปอนด์)

 

 

ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ทุ่มเงินซื้อ อิโวบี้ มาจาก อาร์เซน่อล ด้วยความหวังว่าเจ้าตัวจะยกระดับทีมขึ้นมาได้  แต่แล้วดาวเตะทีมชาติไนจีเรีย กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังให้กับทีม  หลังยิงไปเพียงประตูเดียวในลีก แถมยังไม่สามารถทำแอสซิสต์ได้แม้แต่ครั้งเดียวในฤดูกาลนี้  และสุดท้ายต้องโดน คาร์โล อันเชล็อตติ ดร็อปเป็นตัวสำรองถาวร  และไม่แน่ว่าฤดูกาลหน้าเขาจะยังได้ค้าแข้งในถิ่น กูดิสัน ปาร์ค ต่อไปหรือไม่ 

 

 

 

 

โจเอลินตัน : นิวคาสเซิ่ล (40 ล้านปอนด์ )

 

 

นี่คือแข้งค่าตัวแพงที่สุดในระวัติศาสตร์ของทัพ “สาลิกาดง” ที่ไมค์ แอชลี่ย์ ประธานสโมสรจอมหนืด ยอมทุ่มเงินคว้าตัวมาร่วมทัพ โจเอลินตัน เริ่มต้นได้ดีด้วยการยิงประตูให้ทีมเอาชนะ สเปอร์ส ในนัดแรกของฤดูกาลนี้ แต่ประตูต่อมาของดาวยิงแซมบ้า ต้องรอนานจนถึงเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาเลยทีเดียว 

 

 

การที่ดาวยิงแซมบ้า ยิงได้ 2 ประตู  จากการลงเล่นทั้งหมด 38 นัด นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะบ่งบอกว่า เขาทำผลงานได้น่าผิดหวังมากแค่ไหนกับการทุ่มเงินของสโมสรไป   สุดท้ายเชื่อว่าฤดูกาลหน้า สตีฟ บรูซ จะยังให้ดาวยิงวัย 23 ปีรายนี้ ได้พิสูจน์ตัวเองในถิ่น เซนต์ เจมส์ปาร์ค ต่อ แต่บางทีฤดูกาลเดียวก็มากพอแล้ว 

 

 

 

 

 

นิโกลาส เปเป้ : อาร์เซน่อล (72 ล้านปอนด์)

 

 

ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า หากต้นฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซน่อล คว้าตัว วิลฟรีด ซาฮา มาร่วมทัพ ผลงานจะดีกว่านี้หรือไม่ แต่กับเงินค่าตัวสถิติสโมสร 72 ล้านปอนด์ ที่เสียไปเพื่อเป็นค่าตัวของ เปเป้ มันแสดงให้เห็นแล้วว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าแย่ที่สุดในช่วง 20 ปีหลังสุดของสโมสรเลยก็ว่าได้ 

 

 

5 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ อาจจะไม่ได้ทำให้เขาดูเป็นแข้งที่แย่ที่สุดในฤดูกาลแรกที่เข้ามาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก แต่การที่ ไอ้ปืนใหญ่ ทุ่มเงินด้วยการผ่อนจ่ายยาวนานถึง 5 ปีเต็ม เพื่อเซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาร่วมทัพ มันมากพอที่จะหวังให้เขาช่วยยกระดับทีมเพื่อกลับไปสู่จุดที่ลุ้นแชมป์ได้อีกครั้ง 

 

 

หากมองโลกในแง่ดี ดาวเตะไอวอรี่โคสต์ นั้นต้องเจอช่วงรอยต่อจาก อูไน เอเมรี่ มาจนถึง มิเกล อาร์เตต้า จนทำให้ฟอร์มยังไม่ดีอย่างที่คาด  แต่ฤดูกาลหน้าจะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง ว่าเขาดีพอสำหรับทัพ ไอ้ปืนใหญ่ หรือไม่    

 

 

 

เซบาสเตียง อัลแลร์ : เวสต์แฮม (45 ล้านปอนด์)

 

 

เมื่อสโมสรที่ไม่ใช่ บิ๊กทีมทุ่มเงินคว้าใครมาร่วมทัพ ก็ต้องหวังที่จะเห็นแข้งรายนี้่ยกระดับทีมให้ได้ แต่กับ อัลแลร์ นี้ช่างแตกต่างโดยสิ้นเชิงเพราะ 45 ล้านปอนด์ที่เสียไป แทบมลายสิ้น ฤดูกาลแรกของดาวยิงชาวฝรั่งเศส เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะเขายิงไป เพียง 7 ประตู แถมนับตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นต้นมา ก็ยิงไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น จนทีมต้องลุ้นหนีตกชั้นในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โชคดีที่ทีมยังได้ มิกาเอล อันโตนิโอ ยิงเป็นกอบเป็นกำจนทีมอยู่รอดปลอดภัยในที่สุด 

 

 

ฤดูกาลหน้าหาก อัลแลร์  ไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน เดวิด มอยส์ นั้นคงจะฝากความหวังเอาไว้กับที่ดาวยิงรายนี้อีกซักครั้ง แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น จาร์รอด โบเว่น ที่ซื้่อจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาเสริมทัพด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ เมื่อต้นปีก็เป็นตัวเลือกที่ดีพอจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงของทีมแทน 

 

 

 

 

ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ : สเปอร์ส  (65 ล้านปอนด์)

 

 

แข้งที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร “ไก่เดือยทอง”  กลายเป็นการซื้อตัวที่เสียดายเงินที่สุดอย่างรวดเร็วเกินคาด ต็องกีย์ เข้ามาเป็นเหมือนกองกลางที่หวังสานต่อ ความสำเร็จของสโมสรเมื่อฤดูกาลก่อน  ที่ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 

 

 

แต่แล้ว ดาวเตะชาวฝรั่งเศสกลับมีปัญหาเรื่องการปรับตัวในสมัยของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับ กุนซือคนปัจจุบันอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ จนถูกหมางเมินและหลุดเป็นตัวสำรองในที่สุด ซึ่งตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา เอ็นดอมเบเล่ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแค่ 12 นัดเท่านั้น

 

 

เครื่องหมายคำถามตัวโตๆ คือเวลานี้เขายังมีความปราถนาที่จะทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอกับสโมสรแห่งนี้ต่อไปหรือไม่ แถมเวลานี้ยังมี บาร์เซโลน่า ที่แสดงความสนใจคว้าไปร่วมทีม ก็ต้องดูว่าสุดท้ายทางออกของ ต็องกีย์ คือจะอยู่ต่อหรืออำลาทีมกันแน่

 

 

DaboyG