ทะนงตนเกินไปก็ไม่ดี : ซินาน เคิร์ท แข้งอินทรีเหล็กผู้ไปไม่ถึงฝัน

 

ครั้งหนึ่ง ซินาน เคิร์ท์ เคยเป็นดาวรุ่งผู้อนาคตไกลในเส้นทางสายลูกหนัง แต่หลังจากที่เขาย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค และ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

 

เมื่อช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซินาน เคิร์ท ถูกหลายๆคนมองว่าเขาเป็นดั่งความหวังใหม่ในวงการลูกหนังเยอรมัน ถึงขั้นถูกคาดหมายว่าจะเป็น มาร์โก รอยส์ คนต่อไป ด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบันเขากลับระหกระเหินมาเล่นให้กับ เอฟซี นิตร้า สโมสรในลีกสโลวาเกีย แบบไม่เป็นที่จดจำนัก

 

ดังนั้น ก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?

 

 

ดาวรุ่งพุ่งทะยาน

 

Zoff um Gladbach-Talent Sinan Kurt - Eberl: „Eine Frechheit, wie er mit uns umgeht“ - BORUSSIA MÖNCHENGLADBACH - SPORT BILD

 

สมัยค้าแข้งอยู่ ‘สิงห์หนุ่ม’ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เคิร์ทโชวฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในชุดยู 16 โดยทำไป 31 ประตู และ 21 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 52 นัด และนั่นได้ทำให้เขาได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเล่นในชุด U-19 อย่างรวดเร็ว

 

ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้ชุดก่อน ถล่มประตูไปถึง 16 ลูกจาก 24 นัดที่ลงเล่น ก่อนจะได้ย้ายไปเล่นในลีกระดับสี่ในเยอรมันกับ กลัดบัค ทู ในวัย 18 ปี

 

รวมไปถึงในทัพอินทรีเหล็กชุดอายุไม่เกิน 19 ปีด้วย ไม่แปลกใจที่ยักษ์ใหญ่ในบุนเดสลีก้าอย่าง บาเยิร์น มิวนิคจะจ้องเคิร์ทตาเป็นมันอยู่ในขณะนั้น

 

หลังจากที่สองสโมสรต่อสู้กันทางกฏหมายอยู่นาน ในที่สุดเคิร์ทก็ได้ย้ายไปร่วมทีมของเป็ป กวาร์ดิโอล่า สมใจ ในเดือนสิงหาคมปี 2014 และกลายเป็นแข้งเยาวชนที่แพงที่สุดของ ‘เสือใต้’ ณ เวลานั้น

 

 

จุดเปลี่ยน

 

Sinan Kurt: Wo ist das einstige Mega-Talent von Bayern und Gladbach heute? | Goal.com

 

เคิร์ทมีชื่อเสียงจาการเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการฟุตบอลเมืองเบียร์แล้ว แต่ในบาเยิร์นนั่นมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปจากเดิมพอตัว

 

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดพัฒนาความสามารถของตัวเอง แต่เป็นความหลงระเริงต่างหากที่แซงหน้าฝีเท้าของเขาไปไกล

 

มัทธีอัส ซามเมอร์ ผู้อำนวยการกีฬาของ ‘เสือใต้’ ในขณะนั้นได้อ้างว่า เคิร์ทได้พูดแนะนำกับเพื่อนร่วมทีมว่า อะไรบ้างคือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นนักเตะที่สุดยอดแบบนี้

 

ช่วงที่ย้ายมาบาวาเรีย เคิร์ท ทิ้งแผลใจครั้งใหญ่ให้กับ แม็กซ์ อูเบิร์ล ผู้อำนวยการกีฬาของกลัดบัค โดยเขาได้บอกหลังการย้ายทีมของเคิร์ทว่า “ผมผิดหวังในตัวซินานจริงๆ เราทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็นลูเซียง ฟาฟร์, ซินาน และ ผม ต่างคุยกับถึงเรื่องโอกาสที่เราจะให้เขาลงเล่น แต่แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ? 5 วันต่อมาเขาก็ไปเจรจากับบาเยิร์นเรียบร้อย”

 

ในปีแรกของเคิร์ทกับเสือใต้นั้นห่างไกลจากคำว่า ‘น่าประทับใจ’ พอสมควร โดยเขาได้ลงเล่นแค่เกมเดียวเท่านั้น ซึ่งพบกับแฮร์ธ่า เบอร์รินในช่วงท้ายฤดูกาล และตอนนั้นบาเยิร์นก็คว้าแชมป์ลีกมาครองเรียบร้อยแล้ว

 

ซัมเมอร์ต่อมาเสือใต้ได้คว้า ดักลาส คอสต้า และ คิงสลีย์ โกมอง มาร่วมทีมนั่นทำให้โอกาสลงสนามของเคิร์ทน้อยลงกว่าอีกเป็นเท่าตัว

 

ช่วงพรีซีซั่น เป็ปคอนเฟิร์มว่านักเตะดาวรุ่งในทีมจะมีส่วนร่วมอย่างแน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ซินาน เคิร์ท ที่ได้ลงเล่นในทีมชุดสำรองบ่อยครั้ง เพื่อจะได้มาพัฒนาและเพิ่มระสบการณ์กับทีมชุดใหญ่ดู และเขาถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นไปแข้งคนสำคัญของ ‘เสือใต้’ ในอนาคตด้วย

 

 

อีโก้ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

 

Fußball, Regionalliga: Sinan Kurt wechselt vom SV Straelen zum FC Nitra - Fußball - Sport - WDR

 

แต่ด้วยทัศนคติและความคิดความอ่านของเคิร์ทที่ดูมีปัญหาชัดเจน ทำให้ทุกอย่างแย่ เขาไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนสมัยรุ่ง ๆ ในกลัดบัคเลย ลงจนกระทั่งในเดือนมกราคมปี 2016 ทุกอย่างก็มาถึงจุดแตกหัก

 

ด้วยอีโก้ที่มากเกินไปและไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กุนซือเสือใต้ได้ ทำให้เคิร์ทตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ‘หญิงชรา’ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และหวังว่าเขาจะโอกาสลงเล่นตัวจริงมากกว่าเดิม โดยมีสัญญากับทีม 3 ปี

 

 แม้จะล้มเหลวกับทีมเมืองหลวง แต่เคิร์ทก็ได้รับการยกย่องจากสื่อท้องถิ่นหลังย้ายมาที่เบอร์ลิน โดยผู้จัดการทีมหญิงชรากล่าวยกย่องว่า เคิร์ทเป็นนักเตะหนุ่มในมีพรสวรรค์มากๆ

 

แต่ในถิ่น โอลิมเปียสตาดิโอน ปัญหาเดิมก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง 

 

ช่วงเวลา 3 ปีกับสโมสรเขาลงเล่นในชุดใหญ่แค่ 2 นัดเท่านั้น และใช้เวลาส่วนใหญ่ในทีมสำรองมากกว่า แต่ก็ยิงได้แค่ 3 ลูกเท่านั้นในชุดสำรอง

 

ทัศนคติของเคิร์ทก็ยังย่ำแย่ไม่ต่างจากเมื่อก่อน, ปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินเนื่องจากมีความเกียจคร้านในการฝึกซ้อม รวมไปถึงอาการบาดเจ็บที่รบกวนเขาตลอด สิ่งเหล่านี้ทำให้เวลาของเขากับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ถึงจุดสิ้นสุดลง

 

เขาตกต่ำถึงขั้นไปเล่นกับ ดับบริวเอสจี วัตเท่น สโมสรในลีกออสเตรีย, เอสเฟา สตาเล่น ทีมนอกลีกในเยอรมันเมื่อปี 2020 หรือ เอฟซี นิตร้า ในปัจจุบัน ทว่าก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอะไรนัก หากมองดูถึงทัศนคติและวินัยของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งไม่มีทีมไหนที่พูดได้เต็มปากว่าทำผลงานได้โดดเด่นเช่นตอนที่เล่นให้ กลัดบัค

 

กับนักเตะที่มากพรสวรรค์เช่น เคิร์ท ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ปล่อยให้ความทะนงตนมาบดบังโอกาสพัฒนาขึ้นไปเป็นแข้งระดับโลกในอนาคตเช่นนี้ และคงยากจะกลับมาสู่เส้นทางที่ควรอีกครั้ง แม้อายุยังแค่ 24 ปีก็ตาม