รุกก็ได้รับก็ดี : รวม 5 ระบบการเล่นน่าลองใช้ใน FIFA 21

 

นอกจากตัวนักเตะที่มีค่าพลังแตกต่างกันแล้ว แผนการเล่นก็มีผลต่อผู้เล่นในการกำหนดชัยชนะใน FIFA เหมือนกัน

 

ซึ่งการเลือกรูปแบบการเล่นใน FIFA 21 ที่เหมาะสมกับแต่ละคนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และในภาคล่าสุดนี้ เรามีแผนการเล่นมากมาย และมีการผสมผสานกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ ถ้าหากคุณต้องการได้เปรียบกว่าใคร ก็จำเป็นต้องรู้ว่าแผนการเล่นแบบไหนเป็นอย่างไรบ้าง

 

แต่ถ้าคิดว่าเรื่องเหล่านี้ดูซับซ้อนเกินไป  ก็ไม่กังวล เพราะ UFA ARENA จะขออาสาแนะนำแผนการเล่นที่ดีที่สุดใน FIFA 21 รวมทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง และวิธีการบุกทำประตูในแผนนั้น ๆ ไม่ว่าคุณจะเล่นฟุตบอลสไตล์ไหนก็ตาม

 

 

 3-1-4-2 

 

 

ก่อนที่ อันโตนิโอ คอนเต้ จะทำให้การเล่นกองหลัง 3 คนเป็นที่นิยมในอังกฤษ ณ ช่วง 2 ปีที่เขาคุมเชลซี คอเกมฟีฟ่าหลายคนได้ใช้แผนระบบการเล่นนี้เล่นงานเด็กข้างบ้านไปยันเกรียนบนโลกออนไลน์ให้ร้องระงมมาหลายรายแล้ว

 

สิ่งที่ควรรู้ : เมื่อปีที่แล้ว FIFA ให้ความสำคัญกับการเข้าปะทะ 50/50 มากขึ้นทำให้กลยุทธ์นี้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมและยังคงได้รับความนิยมอยู่ เหล่าตัวตัดเกมสุดแกร่งคือจุดที่จำเป็นต้องมี ไม่เช่นนั้นก็สุ่มเสี่ยงต่อการโดนโต้กลับ ส่วนในแผงหลัง คุณควรกองหลังดาวเด่นไว้ซ้อนช่วยอีก 2 คนที่เหลือด้วย

 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง : ตัวริมเส้นที่มีค่าการเติมเกมบุกระดับ ‘สูง’ มักจะมีค่าการลงเล่นมาช่วยเกมรับน้อย และสามารถทำให้คุณโดนคู่แข่งโต้กลับได้ง่าย ดังนั้นคุณจำเป็นเลี่ยงการใช้ปีกประเภทนี้มากที่สุด และถ้าไม่อยากให้ วิงแบ็ค หลุดตำแหน่ง ลองปรับมาเล่นเป็น 5-2-1-2 ก็ได้เช่นกัน   

 

คำแนะนำผู้เล่นและแผนการเล่น : แผนการเล่นนี้จะดีหรือแย่ ขึ้นอยู่กับ กองกลางตัวรับที่คอยคุมจังหวะเกม และต้องไม่ให้อยู่ห่างจากตำแหน่งของตัวเองมากเกินไป ด้วยการปรับการยืนตำแหน่งให้ไม่ต้องวิ่งขึ้นแดนหน้ายามทีมเล่นเกมรุก และให้ยืนประคองช่วยกองหลัง ยามเล่นเกมรับ

 

สำหรับการป้องกันเพิ่มเติม ในเกมรับ ควรตั้งให้ปีกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง (หรือทั้ง 2 ) ให้ลงมาช่วยเกมรับ อีกทั้ง การใช้กองหน้าหนึ่งคนเป็น False 9 โดยการรวมคำสั่ง False 9 กับการวิ่งทำทางที่เน้นออกด้านข้าง อาจสร้างความปั่นปวนให้คู่แข่งได้เหมือนกัน

 

 

4-2-3-1 (Wide)

 

 

ระบบการเล่นสุดคลาสสิคในยุคนี้ และน่าจะได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งใน FIFA 21 ได้พัฒนาการเลี้ยงบอลแบบดวล 1-1 ให้มีประสิทธิภาพขึ้น ทำให้ฟูลแบ็คความเร็วสูงได้เปรียบสุด ๆ แม้ EA อาจจะปรับสมดุลเรื่องนี้กับแพทช์ในอนาคต แต่ในตอนนี้ แผน 4-2-3-1 ด้านกว้าง ทำให้คุณได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่เน้นการเล่นพื้นทีแคบ ๆ พอตัวเลย

 

สิ่งที่ควรรู้ : 4-2-3-1 แบบด้านข้างนั้นได้ผลดีสุด ๆ เพราะสามารถเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เป็นแบบอื่นได้ด้วย ขึ้นอยู่การตั้งค่า ‘คำแนะนำผู้เล่น’ (Player Instructions) และอย่ากลัวที่ทดลองอะไรใหม่ ๆ ด้วยการเปลี่ยนให้เป็นระบบ 4-3-3 เพื่อเน้นเกมบุก หรือปรับให้เกมรับแน่นขึ้นด้วยแผน 4-4-1-1 ถ้าต้องการรักษาสกอร์ขึ้นนำไว้

 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง : ปีกที่เชื่องช้า ใครก็ตามที่มีค่าความเร็วต่ำกว่า 70 ไม่ควรใช้งานเด็ดขาด รวมถึงปีกที่มีค่าความอึดน้อยด้วยเพราะ ปีก 2 ฝั่งคือจุดหลักในการขึ้นเกมบุกของคุณ โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้กองหน้าเพียงคนเดียว 

 

คำแนะนำผู้เล่นและแผนการเล่น : กองกลางตัวรับ 2 คน ไม่จำเป็นต้องรับอยู่ตำแหน่งตัวเองตลอดทั้งเกม เราสามารถใช้ประโยชน์จากคนใดคนหนึ่ง ด้วยการปรับค่า Defensive Behaviour เป็น Balanced, Attacking Support เป็น Get Forward,  Interceptions เป็น Aggressive

ที่สำคัญอย่างลืมเตรียมตัวสำรองในยามจำเป็นด้วย เพราะบ่อย ๆ ที่พวกเขามักเล่นได้ไม่เต็ม 90 นาที แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเติมเกมขึ้นไปจากแดนกลาง เมื่อ AI ในภาคนี้มีความสำคัญในการทำเกมบุกและวิ่งหาช่องได้ฉลาดมากขึ้น

 

 

4-3-3 (Holding)

 

 

แผน 4-3-3 เป็นอีกแผนการเล่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแผนหนึ่งทั้งในโลกของวีดีโอเกม หรือฟุตบอลของจริง และใน FIFA ระบบนี้จะมอบทุกอย่างที่ควรมีในทีม ทั้งกองกลาง 3 คนคอยคุมเกม, ศักยภาพในการเล่นเกมโต้กลับจากริมเส้น และเกมรับที่แน่นหนา แต่ด้วยแผนการเล่นจากระบบนี้ที่จำแนกแยกย่อยอีก 5 แบบด้วยกัน ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่าแบบไหนที่ดีสุด และเราขอแนะนำแบบ Holding 

 

สิ่งที่ควรรู้ : มีเหตุผลที่เราเลือกแผน 4-3-3 แบบ Holding หรือมีตัวรับอยู่ กองกลางที่เหลือ 2 คน หากมีค่าความอึดที่มากพอก็สามารถช่วยทั้งเกมรุกและรับได้อย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งการเลือกใช้กองหน้าแบบ False 9 ก็น่าสนใจไม่น้อย เพียงแต่การเล่นเกมบุกจะทำให้ช่องว่างในเกมรับมีมากเกินไป ทำให้ ตัวรับ เป็นตำแหน่งที่สำคัญ ที่คอยกรองทุกอย่างก่อนที่คู่แข่งจะบุกทะลวงถึงหลังบ้าน 

 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง : ถือว่ามีน้อยมาก หรือ แทบไม่มีเลยเมื่อเทียบกับรูปแบบการเล่นอื่น ๆ หากผู้เล่นในทีมของคุณลงตัว และมีหน้าที่ของตัวเองชัดเจน ก็ไม่น่ามีอะไรต้องกังวล

 

คำแนะนำผู้เล่นและแผนการเล่น : ในหน้าแทคติก การปรับให้ทีมลงมารับลึกสุด ๆ ด้วย ‘Drop Back’ ไม่ว่าคุณจะเล่น บาร์เซโลน่า หรือ โบลตัน ก็มั่นใจได้ว่าคุณจะไม่ถูกทำประตูได้ง่ายแน่นอน อีกทั้งยังดึงความสนใจให้คู่แข่งพยายามบุกหนักขึ้นจนเปิดช่องว่างให้คุณโต้กลับได้ด้วย 

 

 

4-3-2-1

 

 

เหล่ากองหน้ากึ่งปีกกลายเป็นเทรนด์ของฟุตบอลยุคใหม่ และในภาคนี้ แผน 4-3-2-1 น่าจะตอบโจทย์ของผู้เล่นที่ชื่นชอบใช้นักเตะอย่าง ซอน เฮือง มิน หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลากเลื้อยตัดเข้ามาในกรอบเพื่อทำประตู

 

สิ่งที่ควรรู้ : หากคู่แข่งมีตัวริมเส้นที่รวดเร็ว ก็เป็นเรื่องดีสำหรับคุณในการมีฟูลแบ็คที่มีค่าความเร่ง, ความคล่องแคล่ว และ การตอบโต้ สูง ซึ่งถ้ามีค่าพลังเหล่านี้น้อยไป คุณอาจโดนปีกตัวจิ๊ดฝั่งตรงข้ามเล่นงานตลอด 90 นาทีก็เป็นได้ อีกทั้ง กองหน้าของคุณในแผนนี้ก็ไม่ท่าทีว่าจะลงไปช่วยฟูลแบ็ค เหมือนแผนที่มีปีก หรือ ตัวริมเส้น ชัดเจน 

 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง : อย่าเล่นแบบบอลโบราณ เพราะนี่คือ วีดีโอเกม และคุณไม่ใช่ โทนี่ พูลิส ระบบการเล่นนี้ถูกออกแบบมาให้คุณชนะ 4-3 ไม่ใช่ 1-0 ถ้าเสียประตูก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแพ้ แค่ใจเย็น ๆ เพื่อกลับมาสู่เกมให้ได้ และผู้เล่นในแดนกลางถึง 5 คน ทำให้คุณมีเวลาเหลือเฟื่อในการเข้าทำหรือหาวิธีจู่โจมคู่แข่ง

 

คำแนะนำผู้เล่นและแผนการเล่น : ย้อนกลับไปตรงหน้าแทคติก ถ้าคุณอยากใช้ กีเก้นเพรสซิ่งแบบเต็มตัว ก็สามารถเลียนแบบแทคติกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ด้วยการเลือกเล่นเกมรับแบบ ‘Pressure on Heavy Touch’ โดยเลือกความลึก (Depth) เป็น 8 จาก 10 ซึ่งจะเป็นการบีบคู่แข่งจนถึงแดนพวกเขาเลย

 

 

5-2-1-2

 

 

การเล่นแบบกองหลัง 5 คน ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อเสมอไปในภาคนี้ ต้องขอบคุณตำแหน่ง วิงแบ็ค ที่จะทำให้คุณเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งในแผนการเล่นที่ดีที่สุดใน FIFA 21

 

สิ่งที่ควรรู้ : ต้องมีกองหน้าตัวใหญ่ แข็งแกร่ง แต่เล่นกับบอลได้คล่องแคล่ว อย่างน้อยซักคน และการขึ้นเกมจากแผงหลังไปแดนหน้าคือสิ่งที่จำเป็นในแผน 5-2-1-2 ดังนั้นจงใช้การเติมเกมจาก วิงแบ็ค หรือการใช้กองหน้าตัวเป้าพักบอล เพื่อให้กองหน้าอีกคน กับ ตัวกลางตัวรุก หาช่องเข้าจู่โจมในกรอบเขตโทษ

 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง : วิงแบ็คทีมีค่าการลงมาช่วยเกมรับหรือรุกต่ำ เช่นเดียวกับค่าความอึดก็ควรมีไม่น้อยกว่า 75 เพราะพวกเขาจะต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่ตลอด 90 นาทีแน่นอน

 

คำแนะนำผู้เล่นและแผนการเล่น : สิ่งที่สำคัญคือการปรับให้ วิงแบ็ค ขึ้นไปเล่นเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ในเกม และในหน้าแทคติก ค่าความกว้างในการขึ้นเกม ควรตั้งไว้ 7 จาก 10 ไม่เช่นนั้น ผู้เล่นของคุณคงกระจุกกันอยู่ในแดนกลางมากเกินไป