เรื่องนี้มีที่มา : ดีลสุดหินของปืนใหญ่ในการคว้าอาร์ชาวิน

จอห์นนี่ เบลน นักสถิติของพรีเมียร์ลีก, บีที สปอร์ต บีบีซี และสื่อกีฬาหลายเจ้าในเกาะอังกฤษจะมาเล่าความหลังเมื่อครั้งที่เขาเคยอยู่ดีลการคว้า อังเดร อาร์ชาวิน เมื่อ 10 ปีที่แล้วกัน

 

“ผมไม่เคยเห็นใครซื้อยาสีฟันนานขนาดนี้เลย” เบลนกล่าว

 

เขารู้ดีว่าอังเดร อาร์ชาวิน คือนักเตะที่ชื่อเสียงมากๆ และมาพร้อมกับเรื่องราววุ่นวายในตลาดนักเตะของอังกฤษมากที่สุดคนนึง แต่อีกมุมหนึ่งตัวเขาก็มองว่านักเตะค่าตัวแพงคนนี้ดูเหมือนกับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ตื่นเต้นกับการได้ทำอะไรใหม่ที่เขาไม่เคยได้ทำในบ้านเกิดมากกว่า

 

“ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2009 งานของผมคือดูแลนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมอาร์เซน่อล ช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ โดยสโมสรให้เขาพักอยู่ที่โรงแรม โซปเวลล์ เฮ้าส์ ซึ่งอยู่ห่างจากสนามซ้อมไม่กี่นาที และผมก็ได้รับมอบหมายงานจากเอเจนซี่ของผมในการจัดหาทุกอย่างที่เขาต้องการให้ได้”

 

เบลนเผยว่า อังเดรเป็นคนที่ตื่นเต้นกับทุกอย่าง ถามว่าสิ่งนี้ออกเสียงยังไง จากนั้นก็หัวเราะกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา แถมอังเดรยังชอบเล่นนอนเด้งบนเตียงกับลูกของเขาด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้นทีมในอังกฤษที่เติบโตมาพร้อมกับเขาหาใช่อาร์เซน่อลไม่ แต่เป็นทีมอริอย่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ต่างหาก

 

เบลนใช้เวลาช่วง 2-3 แรกในเซนต์ อัลบานส์ เพื่อซื้อของที่จำเป็นต่อดาวเตะแดนหมีขาว แถมยังต้องเลี้ยงช็อคโกแล็ตร้อนให้เขาอีก แต่เรื่องที่แปลกอีกอย่างของอาร์ชาวินในสายตาของเบลนคือ ไม่มีบรรยากาศน่าอึดอัดยามอยู่กับเขาเลย และไม่เคยปฏิเสธหากมีใครมาขอถ่ายรูปหรือลายเซ็นด้วย

 

ไม่แปลกใจว่าการเห็นอาร์ชาวินในรูปแบบนั้นจะทำให้เบลนลืมว่าอาร์เซน่อลพยายามมากแค่ไหนในการคว้าตัวเขามาในตอนแรก

 

 

กำแพงที่ขวางกั้น

 

การได้ทำงานร่วมกับฟุตบอลเอเจนซี่ต่างๆ มันไม่ได้แตกต่างจากงานทั่วไปมากนัก แต่การได้ทำงานกับนักเตะวัย 20 ตอนปลาย สำหรับเบลนนี่เป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ ซึ่งเขาเคยเห็นดีลต่างๆมากแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดีลใหญ่, เล็ก บางดีลที่เกือบจะเกิด หรือ บางดีลที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่กับกรณีของอังเดร อาร์ชาวิน จะติดอยู่ในใจของเขาไปอีกนาน

 

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2008 สเปอร์มีข่าวกับดาวเตะเซนิต หลังโชว์ฟอร์มเด่นพาทีมชาติรัสเซียเข้ารอบรองชนะเลิศในฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป ซึ่ง ฮวนเด้ รามอส กุนซือของไก่เดือยทอง ณ ตอนนั้นได้ประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่า อาร์ชาวินจะพาความยิ่งใหญ่มาสู่ไวท์ ฮาร์ท เลน แต่แน่นอนว่าราคาของเขาต้องถูกต้นสังกัดตั้งไว้สูงกว่าปกติอยู่แล้ว ทำให้เดเนี่ยล เลวี่ ตัดสินใจถอนตัวจากดีลนี้ และนั่นทำให้อาร์ชาวินหัวเสียอยู่ไม่น้อย เพราะเจ้าตัวเอ่ยปากว่าอยากมาลอนดอนอยู่แล้ว

 

อีกไม่กีเดือนต่อมา ทีมจากลอนดอนเหนือได้ติดต่อเพื่อคว้าตัวอาร์ชาวินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นอาร์เซน่อล ซึ่งมีบริษัทเอเจนซี่มีเบลนทำงานอยู่ ได้พูดคุยกับ เดนนิส แลชเชอร์ นายหน้าของอาร์ชาวิน และได้เจราจาต่อรองเกิดขึ้น แต่ปืนใหญ่ก็ค้นพบว่าการเจรจาครั้งนี้ไม่ได้แตกต่างกับที่ทีมอริของพวกเขาเคยเจอเลย

 

 

อาร์ชาวินกับสโมสรไม่สามารถตกลงเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวได้ เนื่องจากตอนนั้นปืนใหญ่อยู่ตามหลังแอสตัน วิลล่า ในการคว้าสิทธ์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่ แต่พวกเขากลับมาอีกครั้งกับข้อเสนอที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัวในเดือนมกราคม แต่เรื่องเลวร้ายที่สุดมันเกิดขึ้นหลังจากนั้น

 

“ดูเหมือนว่าพวกเขาส่วนใหญ่จะใช้เวลาถกเถียงถึงเรื่องต่างๆกันอย่างยาวนานหลังประตูออฟฟิศ ผมได้รับข้อมูลมานิดหน่อยจากหัวหน้าและคนอื่นๆในทีม และในไม่ช้ามันก็ชัดเจนว่าการเจราจากับเซนิตเป็นเรื่องที่ยากโคตรๆเลย พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมท็อตแนมถึงยอมแพ้ไปก่อนหน้านี้” เบลนกล่าวถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น

 

เมื่อ ดิ๊ก อักโวคาท โค้ชของทีมในตอนนั้นได้ยื่นยอมที่จะปล่อยสตาร์ดังเซนิตออกไป แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาต้องได้รับอนุญาตจากผู้บริหารเบื้องบนก่อน ซึ่งผู้อำนวยการกีฬาของทีมก็ไม่ต้องการปล่อยดาวเตะตัวเก่งออกจากทีมไปง่ายๆ เบลนบอกว่าต้องใช้เวลากว่าหลายวันกว่าจะกล่อมเขาได้ จากนั้นก็ประธานสโมสร และต้องใช้เวลากว่าหลายวันไม่ต่างกัน แต่ทว่านั้นก็ไม่เพียงพออยู่ดี

 

“บ่ายวันหนี่งในช่วงปลายเดือนมกราคม ผู้มีอิทธิผลกับการเจราในดีลนี้ได้มารวมตัวกันในออฟฟิศ ผมเชื่อว่าข้อตกลงนั้นใกล้เคียงความเป็นจริงขึ้นไปทุกทีแล้ว แต่ว่าอุปสรรคที่ยากเกินจะเข้าใจก็มาถึง เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของโลกอย่าง ก๊าซพรอม ที่เข้ามาเทคโอเวอร์เซนิตตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2005 ได้โทรศัพท์เข้ามาในวันนั้นทำให้การเจรจาหยุดชะงัก และวันสุดท้ายของการซื้อขายก็มาถึง บรรยากาศตึงเครียดก็เกิดขึ้นในทันที”

 

ช่วงเวลาที่แสนอึดอัด

 

เบลนเผยว่าแม้ตัวเขาเองจะไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากดีลนั้นเพิ่มขึ้น แต่เขาก็มีอารมณ์ร่วมกับข้อตกลงนี้ เขาต้องอยู่กับงานนี้ร่วมๆสามเดือน และเห็นมันพังทลายไปต่อหน้าต่อตาก่อนจะถึงจุดหมายเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราใช้ความพยายามและเวลาอย่างมากเพื่อให้มันประสบผลสำเร็จ ช่างเป็นวันที่ย่ำแย่สิ้นดี

 

 ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ เหลือเวลาอีกแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่ตลาดจะปิด เบลนกำลังอยู่งานแต่งงานหนึ่งใจกลางกรุงลอนดอน คอยเช็กโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาว่าจะมีข่าวอะไรบ้าง ซึ่งดีลนั้นก็ยังไม่จบลงและผู้ใหญ่ในกลุ่มนั้นก็ยังพูดคุยกันอยู่

 

สิ่งที่อาร์เซน่อลต้องการคือเวลาที่มากกว่านี้ ซึ่งพวกเขาก็ได้เวลานั้นจริงๆ ในที่สุดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เกือบ 24 ชั่วโมง หลังจากตลาดปิด อังเดร อาร์ชาวิน ก็กลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลจริงๆซักที ซึ่งเบลนก็เป็นคนดูแลสารทุกข์สุขดิบของอาร์ชาวินทันทีที่เขาเหยียบเกาะอังกฤษ อย่างที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น

 

“น่าเศร้าสำหรับเขานะที่ไม่มีเตียงเด้งๆให้เขาใน 2-3 วันต่อมา แต่เขาก็ดูมีความสุขดีกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆนะ ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษาใหม่ที่น่าขบขันและช็อคโกแล็ตร้อนฟรีในวันแรกๆของเขา” เบลนกล่าวอย่างติดตลก

 

หน้าที่ของเบลนในการดูแลดาวเตะแดนหมีขาวหมดลงในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเขาก็ได้ย้ายออกจากโรงแรมทันทีที่ครอบครัวของเขามาถึงลอนดอน อาร์ชาวินลงเล่นให้ปืนใหญ่ 144 นัด ซัดไป 31 ประตู ซึ่ง 4 ประตู ในนัดที่เสมอกับลิเวอร์พูล ณ แอนฟิลด์ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2009 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา ในยุคที่อาร์เซน เวนเกอร์คุมทีมปืนใหญ่

 

เบลนออกจากบริษัทในซัมเมอร์ปี 2009 แม้ว่าตัวเขาจะผ่านการซื้อตัวผู้เล่นมามากมายทุกระดับทั่วโลก แต่เชื่อว่าเขาจะไม่มีวันลืมการเจรจาครั้งนี้ไปจากใจแน่นอน