เสียหายหลายแสน : 7 ทีมเหมือนจะปังแต่พังเพราะเกมทีมชาติ

 

จบกับไปแล้วกับช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งแรกของฤดูกาล 2019-20 นักเตะที่มีโอกาสไปรับใช้บ้านเกิดในช่วงนี้ก็เริ่มเดินทางกับไปรายงานตัวกับต้นสังกัดของตัวเองเพื่อแข่งขันในลีกต่อไป

 

และนี่ก็เป็นช่วงที่สโมสรต่างๆหวั่นใจไม่น้อย เนื่องจากการเล่นให้ทีมชาติแค่นัดหรือ 2 นัด อาจทำให้นักเตะหมดสิทธิ์ลงเล่นให้ทีมไปนานหลายสัปดาห์เลยทีเดียว

 

แต่ที่แย่กว่านั้น หากนักเตะคนนั้นที่บาดเจ็บเป็นแข้งคนสำคัญประจำทีมและไม่มีผู้เล่นคนไหนทดแทนได้ล่ะก็ ย่อมเป็นเรื่องยากที่สโมสรเหล่านั้นจะสามารถคว้าแชมป์หรือทำอันดับตามที่เป้าหมายที่คาดเอาไว้

 

ทาง UFA ARENA จึงขอพาทุกท่านไปย้อนดูกับ 7 ทีมในอดีตที่กำลังผลงานกระฉูด แต่ฟอร์มรูดลงเพราะเสียนักเตะคนสำคัญในเกมทีมชาติ ไม่ว่าเกมเหล่านั้นจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องธรรมดา หรือเกมชี้ชะตาในรายการใหญ่ก็ตาม

 

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1985-86)

 

 

ในฤดูกาล 1985-86 ปีศาจแดงโชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาดหลังคว้าชัยได้ถึง 10 นัดแรกในลีก แต่หลังจากนั้นก็ฟอร์มตกดื้อๆ และในฤดูกาลต่อมาส่งผลให้พวกเขาออกสตาร์ทในซีซั่นใหม่ได้อย่างย่ำแย่ โดยแพ้ 3 นัดแรกให้กับ อาร์เซน่อล, เวสต์แฮม และ ชาร์ลตัน

 

แต่ปัจจัยอีกอย่างที่ทำให้ทีมเป็นเช่นนี้ เนื่องจากการขาดหายไปของ ไบรอัน ร็อบสัน กัปตันจอมแกร่งของทีมที่ได้รับบาดเจ็บหนักตรงหัวไหล่ในเกมฟุตบอลโลกที่ประเทศเม็กซิโก

 

“มีเหตุผลมากมายที่ทำให้ผมเสียงานนี้ไป” รอน แอ็ตกินสัน พูดอย่างผิดหวัง หลังโดนปลดในเดือนตุลาคม “แต่การขาดหายไปของร็อบโบ้ หลังจาการผ่าตัดไหล่เป็นกุญแจสำคัญเลย เขาเป็นเหมือนกาวใจที่รวมยูไนเต็ดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน”

 

 

ลิเวอร์พูล (1984-85)

 

 

หลังประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 1983-84 ลิเวอร์พูลก็ต้องเจอกับข่าวไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อเอียน รัช กองหน้าตัวเก่ง มีอาการจิ๊ดๆตรงหัวเข่า และหนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อเขาลงเล่นให้เวลส์พบกับ ไอร์แลนด์เหนือในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน

 

เพชรฆาตหน้าติดหนวดจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกอ่อนในซัมเมอร์นั้น และซึ่งทำให้เขาพลาดการลงเล่นให้หงส์แดงไปถึง 10 เกมแรกของ ฤดูกาล 1984-85 เลย

 

ในที่สุด รัช หายกลับมาได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม แต่ต้นสังกัดของเขาก็ตามหลังทีมคู่อริร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เรียบร้อยแล้ว และถึงแม้ว่าเขาจะยิงประตูได้ถึง 14 ลูกจากการลงเล่นในลีก 28 นัด จบฤดูกาลนั้นพวกเขาก็จบอันดับสองในลีกตามหลังท็อฟฟี่สีน้ำเงินแชมป์ในปีนั้นถึง 13 แต้ม

 

 

อาร์เซน่อล (2009-10)

 

 

ช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2009-10 ทุกๆอย่างดูเป็นใจให้กับอาร์เซน เวนเกอร์ และ อาร์เซน่อล เหลือเกิน หลังกองหน้าเบอร์หนึ่งของทีม โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ซัดไปถึง 8 ตุงจาก 15 นัด แต่แล้วฟอร์มอันร้อนแรงก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้นหลังได้รับบาดเจ็บการเข้าปะทะกับ จอร์โจ้ คิเอลินี่ ในเกมอุ่นเครื่องระหว่าง ฮอลแลนด์ กับ อิตาลี ในเดือนพฤศจิกายน

 

“ผมอาจจะหายไปกว่า 6 สัปดาห์เลย” RVP ลองทำนายอาการของตัวเองคร่าวๆ แต่ว่าความจริงแล้ว เขากลับต้องพักรักษาตัวนานกว่า 6 เดือน และกว่าที่เขาจะหายกลับมาได้ ปืนใหญ่ก็หมดโอกาสลุ้นแชมป์ลีกไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

นิวคาสเซิล (2006-07)   

 

 

ตลอดครึ่งฤดูกาลหลังในปี 2005-06 ที่ไมเคิ่ล โอเว่น ต้องหายหน้าไปจากทีมนิวคาสเซิลยาวๆ หลังกระดูกข้อเท้าแตก แต่เจ้าตัวก็หวังว่าจะคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้งกับทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน

 

ซึ่งในเกมนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มที่ทัพสิงโตคำรามพบสวีเดน เบบี้โกลโชคร้ายสุดขีดเมื่อบาดเจ็บจากอาการเข่าบิดจนทำให้เขาต้องหายหน้าไปจากสโมสรและทีมชาตินานเกือบปี ด้วยเหตุนี้ทำให้ สาลิกาดงเรียกร้องให้เอฟเอจ่ายค่าชดเชยราวๆ 6 ล้านปอนด์อีกด้วย

 

 

อาร์เซน่อล (2002-03)

 

 

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจนช่วยให้อาร์เซน่อลคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองในฤดูกาล 2001-02 ส่งผลให้เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ติดทีมชาติสวีเดนไปลุยฟุตบอลโลกที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมในปี 2002

 

แต่ในเกมนัดเปิดสนามที่พบอังกฤษ แข้งแดนไวกิ้งรู้สึกเจ็บตรงสะโพกของเขาและยอมรับว่าเขารู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเล่นเกมอุ่นเครื่องก่อนรายการนี้กับ ญี่ปุ่น แล้ว

 

ปีกจอมพริ้วฝืนเล่นต่อไปทั้งอย่างนั้นในเกมดังกล่าว รวมไปถึงในนัดที่พบกับไนจีเรียด้วย ซึ่งตัวเขาได้เผยในภายหลังว่า “ผมกลับไปเป็นแบบเดิมไม่ได้อีกเลยหลังจากการบาดเจ็บในครั้งนั้น” และอาการเหล่าดังกล่าวก็มีส่วนทำให้อาร์เซน่อลไม่สามารถป้องกันแชมป์ลีกได้อย่างที่หวังไว้

 

 

 เวสต์แฮม (2006-07)

 

 

ก่อนที่หัวหอกเวสต์แฮม ดีน แอชตัน จะได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าในการซ้อมกับทีมชาติอังกฤษเมื่อเดือนมกราคมปี 2006 ฟอร์มการเล่นของเขาร้อนแรงมากในพรีเมียร์ลีก ทำให้มีชื่อติดทีมชาติและจะประเดิมสนามให้กับทัพสิงโตคำรามเป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับกรีซ แต่จากการปะทะกับ ฌอน ไรท์-ฟิลิปส์ ในครั้งนั้น เส้นทางอาชีพค้าแข้งของแอชตันก็ค่อยๆพังลงไม่มีชิ้นดี

 

กองหน้าร่างยักษ์หายหน้าไปจากทีมขุนค้อนร่วมปี และส่งผลให้สโมสรขาดประสิทธิภาพและความหลากหลายในเกมรุกไปโดยปริยาย แม้เขาจะได้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในปี 2008 นัดที่พบกับตรินิแดดและโตเบโก แต่ด้วยอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หัวเข่าทำให้แอชตันต้องจำใจแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น

 

 

คริสตัล พาเลซ (หลายครั้ง)

 

 

“บ่อยครั้งที่เกมพักเบรกทีมชาตินั้นมาในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะนัก และทำให้เกิดแต่เรื่องปวดหัวหลายต่อหลายครั้ง” ไซม่อน จอร์แดน อดีตเจ้าของทีมคริสตัล พาเลซ ได้กล่าวไว้ในช่วงที่ผ่านมา และอ้างถึงกรณีของ อากิ ริฮิลาห์ติ กองกลางชาวฟินแลนด์ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมอุ่นเครื่องธรรมดาๆกับอิตาลี ซึ่งจอร์แดนชี้เห็นว่าเขาต้องจ่ายเงินค่ารักษาให้นักเตะหลังกลับมาถิ่น เซลเฮิร์สท์ พาร์ค อีก

 

จากนั้นก็มีกรณีของ แอนดี้ จอห์นสัน กองหน้าฟอร์ม(เคย)แรง ที่ถูกทำให้ฟอร์มตก หลังจากโดนดันไปเล่นเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาในทีมชาติอังกฤษ

 

อดีตเจ้าของทีมปราสาทเรือนแก้วยังยืนยันอีกว่า เวย์น เราท์เล็ดจ์ พอได้โอกาสไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดยู 17 และ ยู 21 ก็ไม่ใช่คนเดิมอีกไปต่อไป หลังขอขึ้นบัญชีย้ายในเดือนมกราคมปี 2005 ก่อนจะได้ย้ายทีมสมใจไปอยู่กับสเปอร์สในเดือนกรกรฏาคม