เเค่นี้ยังน้อย! ย้อนชม 7 เกม  ปีศาจเเดง โดนคู่เเข่งถล่มยับ

 

หลังจบเกมที่ เเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเเพ้ เอฟเวอร์ตัน เละ 0-4 เเฟนบอลเริ่มเเสดงความไม่พอใจ เพราะอาจจะส่งผลต่อการลุ้นอันดับ 4 ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่ย่อยยับที่สุดของ เเมนฯ ยู อย่างไรก็ตามความพ่ายเเพ่ครั้งนี้ของ ปีศาจเเดง อาจจะดูเละจนรับไม่ได้ เเต่ถ้าย้อนกลับไปในอดีต เเมนฯ ยู เคยโดนคู่เเข่งถล่มเละมากกว่านี้ วันนี้ UfaArena จะพาไปติดตาม เกมเเพ้ยับที่สุดของ เเมนฯ ยู

 

1 แมนฯ ยูไนเต็ด 1-6 แมนฯ ซิตี้ (2011)

 

เป็นปีที่ แมนฯ ซิตี้ พยายามปลุกปั้นตัวเองขึ้นมาเป็นยอดทีมของศึกพรีเมียร์ ลีก หลังจากได้เงินจากกลุ่มทุนอาบูอาบี เข้ามายกระดับ ซึ่งเกมนี้จะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ของทีมเรือใบสีฟ้าก็ได้ช่วงนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นมหาอำนาจของลีก การจะเอาชนะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การเจอกันของทั้งคู่ แมนฯ ซิตี้ ทำได้ดีจนน่าตกใจ มาริโอ บาโลเตลลี่ ยิงประตูเบิกร่องให้ เเมนฯ ซิตี้ ออกนำก่อน เเละจุดเปลี่ยนของเกมคือการที่ จอนนี่ อีแวนส์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากนั้นเครื่องของ เเมนฯ ยู ก็รวนไปดื้อๆ โดนทีมเยือนบุกกระหน่ำไรอัดไปเเบบไม่เหลือชิ้นดี 1-6 ทำให้พวกเขาประสบความพ่ายเเพ้ที่ยับเยินที่สุดตั้งแต่ปี 1955

 

2 เชลซี 5-0 แมนฯ ยูไนเต็ด (1999)

 

ก่อนเกมบิ๊กแมตช์คู่นี้จะเริ่มขึ้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใครมา 29 นัดติดต่อกันแล้ว แต่สถิติสุดยอดดังกล่าวต้องมาพบกับจุดจบเมื่อ เชลซี ทำเซอร์ไพรส์แฟนบอลทั้งประเทศด้วยการเอาชนะ “ปีศาจแดง” แบบขาดลอย 5-0 จากประตูสองประตูของ กุส โปเยต์, คริส ซัตตัน, เฮนนิง เบิร์ก ที่ทำเข้าประตูตัวเอง และปิดท้ายด้วยประตูตอกฝาโลงของ จอร์ดี้ มอร์ริส ส่งให้สิงห์บลูเก็บชัยชนะชิดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะขาดลอยขนาดนี้

 

3 มิดเดิลสโบรห์ 4-1 แมนฯ ยูไนเต็ด (2005)

 

เป็นปีที่เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม ลูกทีมของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เก็บชัยชนะ 3 เกมติด อย่างไรก็ตาม เกมที่ 10 ของฤดูกาลพวกเขาต้องบุกไปเยือน มิดเดิลสโบรห์ ที่สนามริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม

 

เกมนี้ดูเหมือนอะไรๆก็จะไม่เป็นใจให้ทีมเยือน เสียงเชียร์ของเเฟนบอลเจ้าถิ่นดังขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ กาอิซก้า เมนดิเอต้า ซัด 2 ประตูให้กับทีม ก่อนที่ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ และ ยาคูบู จะมาบวกเพิ่มอีกคนละ 1 ประตู เเม้ท้ายสุด คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ จะมายิงประตูตีไข่เเตกได้ในนาทีที่สุดท้าย โดยเเพะในเกมนี้คงหนีไม่พ้น ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังตัวเก่งของทีมที่โดย ฮัสเซลเบงค์ เเละ ยาคูบู เจาะจนเป็นรูขนาดที่ เซอร์อเล็กซ์ เลือกเปลี่ยนเขาออกทั้งที่เหลือเวลาเเค่ 3 นาทีเท่านั้น

 

นอกจากนั้นอีกหนึ่งไฮไลท์คือการที่ รอย คีน กองกลางกัปตันทีมที่ไม่ได้ลงสนาม เเต่วิจารณ์นักเตะทีมจนยับ ทำให้สุดท้ายโดนขับออกจากสโมสร

 

4 เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3 แมนฯ ยูไนเต็ด (2014)

 

เป็นฤดูกาลของการเปลี่ยนเเปลง หลังเพิ่งเเยกทางกับ เดวิด มอยส์ เเละใช้ ไรอัน กิ๊กส์ คุมทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาล ปีศาจเเดงประกาศเเต่งตั้ง หลุยส์ ฟานกัล กุนซือฮอนเเลนด์เข้ามาคุมทีม ซึ่งก็ดูเหมือนอะไรๆจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง ฟานกัล พาทีมเเพ้ 1 เสมอ 2 ใน 3 เกมเเรก ก่อนจะเก็บชัยชนะเกมเเรกที่พบกับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในเกมที่ 4 เเต่การรับน้องของ ฟานกัล เกิดขึ้นในเกมที่ 5 ที่พวกเขาต้องบุกเยือน เลสเตอร์ ซิตี้

 

เกมดูเหมือนจะสบายๆไม่มีอะไรยากสำหรับพวกเขาเมื่อได้ประตูออกนำไปก่อน 2-0 จาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เเละ อังเคล ดิมาเรีย จากนั้นก็เป็น 3-1 จาก อังเดร เอเรร่า เเต่หลังจากนั้นกลายเป็นหนังคนละม้วน ปีศาจเเดง มาเสียจุดโทษ เป็นจุดเปลี่ยนให้ จิ้งจอกสีน้ำเงินกลับมาได้ เลสเตอร์ ยิง 3 ประตูใน 20 นาที ก่อนที่จะบดเอาชนะไป 5-2 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พวกเขาแพ้หลังจากที่นำคู่แข่ง 2 ประตูครั้งแรกในรอบ 30 ปี

 

5 นิวคาลเซิล 5-0 แมนฯ ยูไนเต็ด (1996)

 

ฤดูกาลที่ เเมนฯ ยู คว้าเเชมป์มาครองได้อย่างสบายๆ เพราะคู่เเข่งหลายทีมพาเหรดกันพลาดตลอด เเชมป์ด้วยคะเเนน 75 เเต้ม เหนือ นิวคาสเซิ้ล ที่ได้เพียง 68 คะเเนน เเมนฯ ยู ฤดูกาลนั้น เสมอไปถึง 12 เกมเเละเเพ้ไป 5 เสียถึง 44 ประตู ซึ่งมากที่สุดใน 5 อันดับเเรกด้วยซ้ำ

 

เเมนฯ ยู เปิดฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เเพ้ใครถึง 9 เกมติด เเต่หลังจากนั้นต้องโคจรมาพบกับ นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด ที่ยุคนั้นนับเป็นทีมที่ลุ้นเเชมป์ได้อย่างต่อเนื่องนำโดย เลส เฟอร์ดินานด์ เเละ อลัน เชียร์เรอร์ 2 สุดยอดดาวยิงอังกฤษ

 

เริ่มเกมมา ลูกทีมของ เควิน คีเเกน สอนเชิงให้ลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เฟอร์ดินานด์ เเละ เชียร์เรอร์ ยิงคนละ 1 ประตู บวกกับ ดาเรน พีค็อก, ฟิลิปป์ที อัลเบิร์ต เเละ ดาวิด ชิโนลา ช่วยกันอีกคนละ 1 ประตู พาทีมอัด ปีศาจเเดงไปชนิดที่เรียกว่าเละเทะ

 

ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าจดจำคือลูกชิพข้ามหัวผู้รักษาประตูระดับโลกอย่าง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ที่ ฟิลิปป์ที อัลเบิร์ต ทำได้นั้นเอง เรียกได้ว่าติดตาเเฟนบอลทั้ง 2 ทีมมาจนถึงทุกวันนี้

 

6 เซาแธมป์ตัน 6-3 แมนฯ ยูไนเต็ด (1996)

 

ปี 1996 เเม้ เเมนฯ ยู จะคว้าเเชมป์มาครองได้ เเต่ก็มีช่วงที่ต้องพบมรสุมอยู่เหมือนกัน หลังจากโดน นิวคาลเซิล ถล่มเละมาได้เเค่ 6 วัน พวกเขาก็ต้องบุกเยือน เซาแธมป์ตัน ซึ่งก็เหมือนจะยังมีอาการเมาหมัดไม่น้อย โดย เซาแธมป์ตัน ที่เก็บชัยได้เพียง 2 เกมใน 11 เกมเเรก ไล่ถลุงไป 6-3 นั้นหมายถึง ปีเตอร์ ชไมเคิล โดนยิงไปถึง 11 ประตูใน 2 นัดด้วยกัน

 

7 แมนฯ ยูไนเต็ด 1-4 ลิเวอร์พูล (2009)

 

เป็นฤดูกาลที่ลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือสเปนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึง 2 คีย์เเมนอย่าง สตีเฟ่น เจอร์ราด เเละ เฟร์นานโด ตอเรส ระเบิดฟอร์มสุดๆจริงๆ เเม้สุดท้าย เเมนฯ ยู จะคว้าเเชมป์ไปครอง เเต่จุดด่างพร่อยของทีมคือเกมที่พวกเขาเปิดบ้านเเพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาล 1-4

 

เเมนฯ ยู ที่กำลังขับเคี่ยวเเย่งเเชมป์กับ ลิเวอร์พูล อย่างเมามัน เเละได้ประตูออกนำก่อนจากจุดโทษของ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ดูเหมือนเกมจะเข้าทางพวกเขา เเต่ก็ไม่เป็นเเบบนั้น ตอร์เรส มอบฝันร้ายให้เนมันย่า วิดิช ก็การเเย่งบอลเข้าไปยิงตีเสมอเเบบดื้อๆ ก่อนที่ เจอร์ราด, ฟาบิโอ ออเรลิโอ เเละ อันเดร ดอสเซนน่า จะมาบวกอีกคนละ 1 ประตู พาหงส์เเดงชนะไป 4-1 ซึ่ง วิดิช ก็โดนใบเเดงไล่ออกไปในช่วงท้ายเกมด้วย