ดาวดังปังหนเดียว : แคร์ลอน เจ้าของท่าแมวน้ำผู้ถูกลืมเลือน

 

แคร์ลอน สร้างปรากฏการณ์ในโลกออนไลน์ด้วยลีลาการเลี้ยงบอลที่ไม่เหมือนใครในขณะแข่งขัน และได้ย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน แต่ในเวลาต่อมาเขาก็หายไปจากวงการฟุตบอลอย่างไร้ร่องรอย

 

เขาคือนักเตะที่โด่งดังจากการเลี้ยงบอลราวกับแมวน้ำ (ใช้หัวโหม่งเลี้ยงบอล) ซึ่งกลายเป็นลูกเล่นเฉพาะตัวของแคร์ลอน และนั่นกลับกลายเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างเดียวที่เขาเคยโชว์ให้แฟนบอลได้เห็น ตลอดหลายปีที่เผ่านมา

 

เพราะฉะนั้นเกิดอะไรขึ้นกับดาวรุ่งผู้สั่นสะเทือนวงการลูกหนังและได้รับการพูดถึงมากมายบนยูทูป ในเดือนกันยายนปี 2007 หลังจากที่เขาใช้ท่าแมวน้ำฉีกแนวรับคู่แข่งยับเยินในช่วงที่เขาค้าแข้งกับ ครูไซโร่?

 

UFA ARENA จะพาทุกท่านไปย้อนความหลังกับปรากฏการณ์ของแข้งชาวบราซิลเลี่ยนถึงช่วงเวลาที่ย้ายไปเล่นต่างแดนครั้งแรกเพราะความโด่งดังนี้, สาเหตุของความตกต่ำและชีวิตของเขาในปัจุจบันผ่านบทความนี้กัน

 

 

ผจญภัยในยุโรปช่วงสั้นๆ

 

 

แคร์ลอนได้ย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน ในปี 2008 เมื่อ โรแบร์โต้ มันชินี่ ยังกุมบังเหียนทีมงูใหญ่อยู่ อย่างไรก็ตาม วันเดอร์คิดชาวเซมบ้าก็ถูกปล่อยให้คิเอโว่ยืมตัวไปใช้งานทันที

 

ในฤดูกาลต่อมา หลังจากได้ลงเล่นในเซเรียอาไป 4 นัด เขาก็กลับมาอยู่ในทีมเนรัซซูรี่อีกครั้ง ด้วยความหวังว่าตนเองจะโอกาสฟิสูจน์ว่าไม่ได้มีดีแค่ตั้งบอลไว้บนหน้าผากและเลี้ยงผ่านกองหลังอย่างเดียว โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในช่วงพรีซีซั่นภายใต้การทำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนใหม่ แต่หลายอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้แต่อย่างใด

 

“ผมจำได้ในตอนที่มาถึงในวันแรกและ เห็น มูรินโญ่ เรียกนักเตะราวๆ 8-10 คนเข้าไปในห้อง” แคร์ลอนในวัย 31 ปีเล่าเรื่องนี้กับ โฟร์โฟร์ทู

 

“พวกที่ถูกเรียกไปมี เครสโป, วิเอร่า, ดาคูร์ท, (หลุยส์ อันโตนิโอ) ฆิมิเนซ และคนอื่นๆ เขานั่งลงต่อหน้าพวกเขา และพูดตรงๆแบบไม่มีอ้อมค้อม เขาบอกว่า พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในแผนทำทีมของเขา”

 

“ผมกำลังอยู่หน้าห้อง หลังจากที่พูดกับพวกเขาเสร็จ มูรินโญ่ก็เรียกผมและเข้าไปคุยกันเป็นการส่วนตัว เขาถามว่าผมพูดภาษาอิตาเลี่ยนได้มั้ย และผมตอบไปว่า ‘ได้ครับ แต่เราพูดภาษาโปรตุเกสก็ได้ ถ้าคุณต้องการ’ ซึ่งมันเป็นพูดภาษาบ้านเกิดของเราทั้งคู่”

 

“ ‘เราอยู่ในอิตาลี ดังนั้นเราจะพูดภาษาอิตาเลี่ยนกัน’ เขาตอบผมกลับมา จากนั้นก็บอกว่าผมไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเขาเช่นกัน เขาบอกผมอีกว่า ผมสามารถซ้อมร่วมกับคนอื่นๆในทีมได้ ถ้าต้องการ เนื่องจากผมยังมีสัญญากับสโมสรอยู่”

 

  บทสนทนาในครั้งนั้นเกิดขึ้นมานาน 10 ปีมาแล้วในซัมเมอร์ของปี 2009 และก็คงพูดได้อย่างเต็มปากว่านั่นคือช่วงที่ แคร์ลอน ได้สัมผัสกับฟุตบอลอาชีพระดับสูงครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขา

 

 

เลื่อนหายไปตามกาลเวลา

 

 

ต่อมาเขาได้ย้ายมาเล่นกับ อาแจ็กซ์ ชุดสำรอง โดยที่ไม่มีโอกาสโชว์ฝีเท้าในชุดใหญ่เลย ก่อนจะยอมรับว่าสถานะในโลกลูกหนังของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเริ่มพเนจรไปค้าแข้งรอบโลก โดยเล่นให้กับสโมสรต่างๆจาก 6 ประเทศ ทั้งในบราซิล, อิตาลี,  ฮอลแลนด์, ญี่ปุ่น, มอลต้า, และ สโลวาเกีย

 

ชายผู้ครั้งหนึ่งเคยถูกยกย่องว่าเป็น โรนัลดินโญ่คนต่อไป ได้คิดค้นการเลี้ยงบอลที่ไม่กองหลังคนไหนหยุดยั้งได้ในแบบไม่ต้องทำฟาวล์ แต่ท่าเลี้ยงสุดยียวนนี้มักจะทำให้คู่แข่งหมั่นไส้จนต้องประเคนศอกหรือหน้าแข้งให้ไปเป็นของแถมอยู่หลายครั้ง ประกอบกับร่างกายของเพลย์เมกเกอร์รายนี้ก็ไม่ได้สูงใหญ่หรือแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว ทำให้เขาต้องนอนจมอยู่บนฟลอร์หญ้าด้วยความเจ็บปวดอยู่บ่อยๆเช่นกัน

 

ด้วยสาเหตุนี้ บวกกับการเข้าผ่าตัดอีก 8 ครั้ง (หัวเข่า 6, ข้อเท้า 2) ส่งผลให้แคร์ลอนตัดสินใจเลิกเล่นเกมลูกหนังที่เขารักและแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมปี 2017 ด้วยวัยเพียง 29 ปี

 

การประกาศในครั้งนั้นมีขึ้นในช่วงบ่ายๆของวันศุกร์ ซึ่งไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก และผู้เล่นในบราซิลก็ดูห่วงกับการปาร์ตี้สังสรรค์มากกว่า โดยการตัดสินใจของเขาก็ถูกเขียนขึ้นราวๆ 7 บรรทัด และส่งให้กับนักข่าวท้องถิ่นผ่าน WhatsApp 

 

ช่างเป็นการร่ำลาที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นกับนักเตะที่เคยพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์อเมริกาใต้รุ่น U-17 ในปี 2005 และคว้านักเตะยอดเยี่ยมกับดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นต์ จนถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นคลื่นลูกใหม่ของทัพ ‘เซเลเซา’ ในอนาคต

 

 

ชีวิตใหม่ที่ลงตัว

 

 

อย่างไรก็ตาม แคร์ลอนก็ไม่ได้ทิ้งการเลี้ยงแบบแมวน้ำที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของเขาไป

 

เขายังคงใช้ชื่อเล่นว่า ‘ฟอควินย่า’ (แมวน้ำน้อยในภาษาโปรตุกีส) แต่แข้งดังที่ปังแค่เดี๋ยวเดียวในตอนนี้ได้เติบโตเป็นพ่อคน และได้พาครอบครัวของตนย้ายจากบราซิลไปตั้งรกรากใหม่ในสหรัฐอเมริกาแล้ว

 

เชื่อหรือไม่ว่าในตอนนี้ อดีตแข้ง ‘งูใหญ่’ ยังงัดบอลขึ้นมาบนหน้าผากเป็นกิจวัตรของเขาในเมืองมอนโร รัฐคอนเนตทิคัต อยู่ตลอด นอกจากนี้ เขายังจัดคลาสสอนฟุตบอลส่วนตัวและมีสโมสรเป็นของตัวเองด้วย

 

สโมสรนั้นมีชื่อว่า โอเล่ ซ็อคเกอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และร่วมแข่งขันใน คอนเนคทิคัต ซ็อคเกอร์ ลีก (CSL) ซึ่งนักเตะในทีมส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเด็กหนุ่มเลือดแซมบ้าวัย 18-22 ปี ที่มีความฝันได้เล่นฟุตบอลในระดับวิทยาลัยและกลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

 

ดาวรุ่งเหล่านั้นได้โอกาสเรียนภาษาอังกฤษ 3 ครั้งต่อสัปดาห์, ได้ฝึกซ้อมฟุตบอลทุกวัน และพยายามโชว์ฟอร์มให้เข้าตาโค้ชจากวิทยาลัยต่างๆให้ได้

 

แม้ แคร์ลอน ไม่สามารถก้าวขึ้นไปนักเตะระดับโลก และกลายเป็นโรนัลดินโญ่คนต่อไปได้ แต่เขาก็มีลีลาการเลี้ยงบอลเฉพาะตัวที่ใครก็ยากจะเลียนแบบ พร้อมกับมอบโอกาสให้กับแข้งรุ่นใหม่ได้แจ้งเกิดในฟุตบอลอาชีพอีกต่างหาก

 

แคร์ลอนเคยนำคำพูดของโรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ดาราฮอลลีวู๊ดชื่อดังที่กล่าวไว้ว่า “แค่เพราะคุณหล่นไปอยู่ด้านล่าง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องอยู่ตรงนั้นตลอด” มาโพสต์ลงบนสตอรี่บนอินสตราแกรมในปี 2019

และคำพูดเหล่านั้นก็ตรงกับชีวิตของเขาในเวลานี้ไม่น้อยเลย