เจ้าลมกรดโอลิมปิค เลือกสามนักเตะดังลงวัดความเร็วรายการ 4×100เมตร
ยูเซน โบลต์ อดีตลมกรดโอลิมปิค เจ้าของสถิติวิ่ง 100เมตรชายที่เร็วที่สุดในโลก ออกมาเลือกสามนักเตะชื่อดังที่อยากลงแข่งวัด
ความเร็วในรายการ 4×100เมตรมากที่สุด ประกอบด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , แกเร็ธ เบล และคิเลียน เอ็มบัปเป้
โดยสตาร์ดังชาวโปรตุกีส แม้จะอายุแตะ 34ปีแล้ว แต่ก็ยังคงมีความฟิตในฐานะนักกีฬาในระดับที่สูงแถมยังเพิ่งบวกสถิติความเร็ว
การวิ่งในเกมกับนาโปลี เมื่อวันที่ 1กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัววิ่งระยะ 92เมตรในเวลาเพียงแค่ 10วินาที หรือนับเป็น 33.12
กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน แกเร็ธ เบล ดาวเตะอีกรายที่ถูกลิสต์ในรายชื่อก็ทำไว้ ที่ 36.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สุดท้ายรายที่สามคือ คิ
เลียน เอ็มบัปเป้ ดาวโรจน์จากเปแอชเชที่ทำไว้ 36กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Usain Bolt knows who to call to set a new world record 😏 pic.twitter.com/U685apGSju
— ESPN FC (@ESPNFC) September 20, 2019
โดยสตาร์ดังชาวโปรตุกีส แม้จะอายุแตะ 34ปีแล้ว แต่ก็ยังคงมีความฟิตในฐานะนักกีฬาในระดับที่สูงแถมยังเพิ่งบวกสถิติความเร็ว
การวิ่งในเกมกับนาโปลี เมื่อวันที่ 1กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัววิ่งระยะ 92เมตรในเวลาเพียงแค่ 10วินาที หรือนับเป็น 33.12
กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน แกเร็ธ เบล ดาวเตะอีกรายที่ถูกลิสต์ในรายชื่อก็ทำไว้ ที่ 36.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สุดท้ายรายที่สามคือ คิ
เลียน เอ็มบัปเป้ ดาวโรจน์จากเปแอชเชที่ทำไว้ 36กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ส่วนสำหรับตัว โบลต์เองก็จารึกความเร็วของตัวเองไว้ที่ 9.58วินาทีในระยะทาง 100เมตร หรือคิดเป็น 37.6กิโลเมตรต่อช่วงโมง
ตอนที่เจ้าตัว คว้าเหรียญทองในการแข่งขัน World Championships เมื่อปี2009ที่ประเทศเยอรมัน
ซึ่งนอกจากรายชื่อสตาร์ดังทั้งสามคนที่โบลต์ เอ่ยมาอีกหนึ่งคนที่น่าจับตามองเรื่องความเร็วในวงการฟุตบอลก็คือ บรูโน่ เอนริเก้ ปีก
ตัวรุกจาก ฟลาเมงโก้ ที่เพิ่งทำลายสถิตินักกีฬาที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกไป ด้วยความเร็วสูงถึง 38กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเกมโคปา ลิเบร์
ตาโดเรส เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
⚡️ @Brunohenrique has reached supersonic speeds of 3⃣8⃣ km/h. Tonight his double was lightning.
🔴⚫️It left @Flamengo on the cusp of @TheLibertadores semis.
Now the 🌎 knows why 🇧🇷 called him up
💬 "It's been the best week of my life," he said in tearspic.twitter.com/DbNd6GfkJW
— FIFA.com (@FIFAcom) August 22, 2019

