การต่อสัญญาใหม่ของ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง กับอาร์เซน่อล คือสิ่งที่ กูนเนอร์ส เผ้ารอคอยตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ทว่าผลที่ตามมากลับไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังเลยแม้แต่น้อย

 

ใคร ๆ หลายคนยกให้ กองหน้าทีมชาติกาบอง เป็นหนึ่งในดาวยิงเบอร์ต้น ๆ ของพรีเมียร์ลีก หลังกดไปถึง 22 ประตูในฤดูกาลก่อน อีกทั้งยังเป็นคนทำประตูสำคัญมากมาย ทั้งเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ในเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือกและนัดชิงตามลำดับ รวมถึงเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ พบ ลิเวอร์พูล ด้วย

 

แต่ในฤดูกาลล่าสุดนี้ ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ฟอร์มแกว่งไปมาจนหล่นไปอยู่อันดับที่ 15 ในลีก ที่แย่ไปกว่านั้นคือ โอบาเมยอง ยิงประตูได้เพียงน้อยนิด นับตั้งเขาเซ็นสัญญาใหม่กับทีมในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

 

ดังนั้นเกิดอะไรขึ้นกับ โอบาเมยอง และอาร์เซน่อล? ทาง UFA ARENA จึงขอเปรียบเทียบฟอร์มของ หอกวัย 31 ปี ในฤดูกาลก่อนกับปัจจุบัน พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยร่วมอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของเขาด้วย

 

 

ส่วนร่วมกับประตูน้อยลง

 

 

ฤดูกาลที่แล้ว โอบาเมยอง กดไป 22 ประตูจาก 36 นัด คิดเป็น 3,139 นาที โดยเฉลี่ยเขาจะยิงทุก ๆ 142 นาที หากรวม 3 แอสซิสต์ ที่เขาทำได้ ก็มีค่าเฉลี่ยส่วนกับประตูทุก ๆ 125 ประตู และถ้าไม่นับรวมจุดโทษ 2 ลูก ก็มีค่าเฉลี่ยที่ 156 นาที

 

ทว่าในฤดูกาล 2021 ดาวยิงทีมชาติกาบอง ยิงไปเพียง 2 ประตู จากการลงเล่นเกือบทุกนัดให้กับ อาร์เซน่อล ซึ่งออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 11 นัด คิดเป็น 987 นาที นั่นทำให้เขามีค่าเฉลี่ยยิงประตูทุก ๆ 493 ลูก และจะมีสูงถึง 953 นาทีต่อประตู หากไม่นับลูกจุดโทษที่เขาทำได้ ซึ่งมาจากเกมที่เฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0

 

อย่างน้อยที่สุด การแอสซิสต์ที่ทำไปได้ 1 ลูก ก็ช่วยให้ โอบาเมยอง มีส่วนร่วมกับประตูในทุก ๆ 329 นาที

 

 

โอกาสที่น้อยลงชัดเจน

 

 

อาร์เซน่อล ถือทีมอันดับท้าย ๆ ในด้านการสร้างสรรค์โอกาสของ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ ตัวแทนของ โอบาเมยอง พยายามปกป้องผู้เล่นของเขา โดยบอกผ่านอินตราแกรมเรื่องการสร้างโอกาสในทีมปืนใหญ่ที่มีน้อยนิด

 

จากสถิติการคาดหวังในการทำประตูเมื่อฤดูกาลก่อน โอบาเมยอง ทำได้ดีกว่าค่า npxG (ค่าคาดหวังประตูที่ไม่ใช่จุดโทษ) 14.3 โดยยิงไป 20 ลูกในจังหวะโอเพ่นเพลย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเฉียบคมมากแค่ไหนกับโอกาสที่ได้รับตลอดเวลาในอาร์เซน่อล จนกระทั่งฤดูกาลปัจจุบัน

 

ในตอนนี้ โอบาเมยอง ทำผลงานได้ตกลงชัดเจน เมื่อทำประตูได้เพียงลูกเดียวในจังหวะโอเพ่นเพลย์ จากค่า npxG เพียง 1.8  รั้งอันดับที่ 40 ของผู้เล่นในลีก เมื่อบวกกับการโอกาสที่มีไม่มากจากเพื่อนร่วมทีม ทำให้เขาอันตรายในเกมรุกน้อยลงไปอีก

 

แต่หากมาดูกันจริง ๆ แล้ว ค่า npxG ก็ตกลงเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ฤดูกาลของพรีเมียร์ลีกอยู่แล้ว ทั้งที่ได้ 0.58 ในปี 2017-18, 0.55 ในปี 2018-19,  0.41 ในฤดูกาลก่อน และเพียง 0.17 ในฤดูกาล 2020-21 ขณะที่ช่วงครึ่งฤดูกาลสุดท้ายกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของ โอบา อยู่ที่ 0.77 npxG ต่อ 90 นาที

 

 

ด้านอื่น ๆ ในเกมรุก

 

 

เมื่อฤดูกาลก่อน โอบาเมยอง มีโอกาสยิง 2.58 ลูกต่อเกม (1.15 ลูกตรงกรอบ) ในพรีเมียร์ลีก มีค่าเปอร์เซนต์ตรงกรอบ 44% แต่ในปีนี้ตกมาอยู่ที่ 1.73 ลูกต่อเกม และตรงกรอบเพียง 0.64 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 36%

 

ในด้านการเก็บบอลทำเกม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปนัก โดยฤดูกาลก่อน หอกชาวกาบอง มีค่าเฉลี่ยสัมผัสบอลในพื้นที่สุดท้าย 19.3 ครั้งต่อเกม และ สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง 4.83 ครั้งต่อเกม ขณะที่ในฤดูกาลล่าสุด มีค่าเฉลี่ย 27.3 ครั้ง และ 4.0 ตามลำดับ

 

ส่วนที่ดีขึ้นชัดเจนกลับเป็นการเลี้ยงบอลสำเร็จ ที่มีค่าเฉลี่ย 0.72 ครั้งต่อ 90 นาที สูงเป็น 2 เท่าจากฤดูกาลก่อนที่ทำไป 0.36 ครั้งต่อเกม ถึงแม้เปอร์เซนต์ความสำเร็จจะตกลงมาจาก 51% เหลืออยู่ที่ 44% ก็ตาม

 

 

แบกคนเดียวไม่ไหว

 

 

แม้จะฟอร์มตกไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า โอบาเมยอง จะต้องรับผิดชอบกับผลงานของทีมแต่เพียงผู้เดียว และในฐานะที่ฟุตบอลเป็นกีฬาประเภททีม หมายความว่าผู้เล่นคนอื่นย่อมมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

 

บรรดาแนวรุกคนอื่น ๆ ในอาร์เซน่อล ก็ฟอร์มตกไม่ต่างจาก โอบา นัก ทั้ง อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ที่ยิงเพียง 4 ประตูในทุกรายการ, วิลเลี่ยน ที่ดีในช่วงแรก ๆ เดี๋ยวนี้สร้างสรรค์เกมบุกไม่ขึ้นเอาดื้อ ๆ ซะแล้ว เช่นเดียวกับ เปเป้ ที่ยังทำผลงานได้ไม่สมกับค่าตัวเท่าไหร่นัก

 

ดาวซัลโวสูงสุดในทีมตอนนี้กลับเป็น เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ที่กดไป 5 ประตู แต่ก็ได้รับโอกาสในยูโรป้าลีก มากกว่า พรีเมียร์ลีก รวมไปถึงดาวรุ่งคนอื่นทั้ง โจ วิลล็อค หรือ ฟอราลิน บาโลกัน ก็ไม่ได้โอกาสโชว์ฝีเท้าในลีกมากนัก

 

เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหานี้ต้องขึ้นอยู่กับ มิเกล อาร์เตต้า และเพื่อนร่วมทีมในปืนใหญ่แล้วว่าจะปรับเปลี่ยนแผนหรือ ระบบการเล่นแบบไหน ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของ โอบาเมยอง รวมถึงช่วยกระตุ้นฟอร์มการเล่นกับความมั่นใจของ ดาวเตะทีมชาติกาบอง ให้กลับมาเป็นคนเก่าเหมือนช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา