
จบลงไปเรียบร้อยเเล้ว สำหรับการเเข่งขันพรีเมียร์ ฤดูกาล 2018-19 เเชมป์เป็นของ เเมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เบียดเเย่งเเชมป์กับลิเวอร์พูลจนถึงนาทีสุดท้าย แว็งซ็องต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมเรือใบสีฟ้า พูดหลังคว้าเเชมป์ว่า “นี่เป็นเเชมป์ที่ภูมิใจที่สุด เพราะเราชนะทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ” นั้นเเสดงให้เห็นว่า การขับเคี่ยวเเย่งเเชมป์ในปีนี้ดุเดือดเเค่ไหน เเต่ถ้าลองมองย้อนกลับไป นี่ไม่ใช่ครั้งเเรกที่ต้องลุ้นเเชมป์จนถึงนาทีสุดท้าย วันนี้ UfaArena จะพาไปชม 6 เหตุการณ์เเย่งเเชมป์พรีเมียร์จนถึงนาทีสุดท้าย

1แบล็คเบิร์น / เเมนฯ ยู 1994-95
ใครที่เป็นเเฟนเเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในทศวรรษที่ 90 ต้องบอกว่าเป็นช่วงที่หอมหวานที่สุดช่วงหนึ่ง พวกเขาได้ลุ้นเเชมป์เเทบทุกฤดูกาล หนึ่งในนั้นคือ ฤดูกาล 1994-95
ยุคนั้นพรีเมียร์ ลีก มี 22 ทีม เเข่งกันทั้งหมด 42 นัด แบล็คเบิร์น ถ้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงเเชมป์อย่างไม่มีใครคาด ด้วยการนำทีมของ เคนนี ดัลกลิช โดยมีนักเตะระดับเทพอย่าง คริส ซัตตัน, ทิม เชอร์วูด เเละ อลัน เชียเรอร์ ที่ได้รับการยกย่องว่าคมที่สุดในตอนนั้น การันตีด้วย 34 ประตูที่ยิงได้
ไฮไลท์ของการเเข่งขันทั้งฤดูกาลอยู่ที่เกมสุดท้าย แบล็คเบิร์น มีเเต้มนำ เเมนฯ ยู อยู่เเค่ 2 คะเเนน เเต่กองเชียร์ปีศาจเเดงมีหวังเพราะ กุหลาบไฟต้องบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ขณะที่ เเมนฯ ยู พบกับ เวสต์แฮม
นี่คงจะเป็นฤดูกาลเเรกๆ ที่เเฟนๆ ปีศาจเเดง(บางคน) ต้องจำใจเชียร์ทีมคู่เเข่ง ซึ่งทีมหงส์เเดง ก็ไม่ได้ละทิ้งศักด์ศรีที่จะยอมเเพ้ เพื่อให้ เเมนฯ ยู พลาดเเชมป์ เเถมยังทำหน้าที่ได้อย่างดี อัด แบล็คเบิร์น 2-1 เเต่!!! อนิจจัง วตสังขารา เเมนฯ ยู ที่มีโอกาสเข้าวินคว้าเเชมป์ กลับทำได้เเค่เสมอ ทีมขุนค้อน 1-1 ส่งให้ แบล็คเบิร์น คว้าเเชมป์ฤดูกาลนั้นไปครองอย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นครั้งเเรกในรอบ 81 ปี เเละครั้งเดียวจนถึงทุกวันนี้

2นิวคาสเซิล / เเมนฯ ยู 1995/96
ตกหลุมพราง! เป็นคำที่ใช้บัญญัติฤดูกาล 1995/96 ได้ดีที่สุด หลังจากผิดหวังมาในปีที่เเล้ว ลูกทีมปีศาจเเดงของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนักเพื่อทวงบัลลังก์เเชมป์กลับมาให้ได้ เเต่! มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะมี นิวคาสเซิล เเละลูกทีมของ เควิน คีแกน เป็นขวากหนาม
นิวคาสเซิล ฤดูกาลนั้นนำทีมโดย เลส เฟอร์ดินานด์, ปีเตอร์ เบียดสลีย์ และ ดาวิด ชิโนลา พา เดอะ แม็กพาย มีเเต้มนำห่าง ปีศาจเเดง ถึง 12 คะเเนน ขณะที่เหลือการเเข่งขันอีก 15 นัดสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม “ปากเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุด” เซอร์ อเล็กซ์ เล่นสรงครามจิตวิทยากับ คีแกน ชนิดที่เรียกได้ว่าดุเดือนไม่เเพ้เกมในสนาม ส่งผลให้ คีแกน หัวร้อนเป็นไฟยิ่งกว่าเล่น ROV เเพ้ 20 ตาติด ให้สัมภาษณ์ออกรายการทีวีว่า “ผมจะสะใจมาก ถ้าชนะพวกเขาได้” ซึ่งประโยคนี่ก็ถูกโหวตให้เป็นวลีเด็ดในรอบ 2 ทศวรรษ ของพรีเมียร์
อย่างไรก็ตาม คีเเคน กลับไม่ได้สะใจอย่างที่หวังไว้ สาลิกาดง ฟอร์มหลุดไปดื้อๆ ทำแต้มหล่นเรี่ยราด แพ้ 5 นัดจาก 8 เกม ขณะที่ เเมนฯ ยู ทำเเต้มได้เป็นกอบเป็นกำ สุดท้าย กลายเป็น พวกขาที่เข้าวินคว้าเเชมป์ด้วยคะเเนนที่ห่างกันเพียง 4 เเต้ม เล่นเอาเเฟน นิวคาสเซิล เเละ คีเเคน จำไปจนวันตาย

3เเมนฯยู / อาร์เซน่อล 1998/99
ฤดูกาลเเห่งความยอดเยี่ยมเเละจะเป็นปีที่ เเฟนปีศาจเเดงไม่มีทางลืมกับการคว้า 3 เเชมป์ (พรีเมียร์, เเชมเปี้ยนส์ลีก, เอฟเอ คัพ) อย่างไรก็ตาม กว่าจะไปได้ถึงขั้นนั้น เกือบทำให้พวกเขาต้องพลาดเเชมป์ ลีก
เพราะที่รู้กันอยู่เเล้ว ว่าการเข้าชิงถึง 2 รายการรวมกับการเล่นในลีก ทำให้มีโปรเเกรมเยอะขึ้น เเมนยู มีเเต้มนำ อาร์เซน่อล อันดับ 2 ห่างเเค่ 1 คะเเนน ขณะที่เหลือการเเข่งขันอีก 1 นัด รวมถึงการเข้าชิงศึก ยูฟ่า เเชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นเท่ากับว่าพวกเขามีห่วงถึง 2 รายการ ส่งผลให้เเฟนๆเครียดไม่น้อย
นัดสุดท้าย เเมนฯ ยู ต้องเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่วน อาร์เซน่อล พบกับ แอสตัน วิลล่า เงื่อนไขก็คือ เเมน ยู ขอเเค่ชนะก็ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น ซึ่งตอนเเรกก็ดูเหมือนเเฟนปืนใหญ่จะมีหวัง เมื่อ สเปอร์ส ออกนำ ปีศาจเเดงไป 1-0 เเต่ เดวิด เบ็คแฮม กับ แอนดี้ โคล มาจัดคนละ 1 ตุง พา เเมนฯ ยู เเซงชนะคว้าเเชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

4เเมนฯ ยู / เเมนฯ ซิตี้ 2011-12
เป็นฤดูกาลเเห่งการเปลี่ยนเเปลงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาเเต่งตั้ง โรแบร์โต มันชินี เข้ามาคุมทีม พร้อมกับความหวังคว้าเเชมป์พรีเมียร์ ลีก ให้ได้เป็นสมัยเเรก ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้สูง กุนซือชาวอิตาเลี่ยน พาทีมไม่เเพ้ใครถึง 14 เกมเเรกของฤดูกาล เเถมรักษาฟอร์มให้คงเส้นคงว่าไปเรื่อยๆจนมีเเต้มห่างอันดับ 2 อย่าง เเมนฯ ยู ถึง 8 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 6 นัด
อย่างไรก็ตาม ความพ่ายเเพ้ต่อ อาร์น่อล ในเกมที่ 32 ทำให้ พวกเขามีคะเเนนเท่ากับ เเมนฯ ยู เเละต้องวัดกันนัดต่อนัด ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็ต่างคว้าชัยชนะได้หมดจนถึงเกมสุดท้าย
นัดปิดฤดูกาล มันชินี พาลูกทีมเปิดบ้านพบกับ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส ขณะที่ เเมนฯ ยู พบ ซันเดอร์เเลนด์ โดยทีมเรือใบสีฟ้าถือไพ่สูงกว่า เพราะมีประตูได้เสียที่ดีกว่าเยอะ ทำให้โจทย์ของพวกเขาคือขอเเค่ชนะก็พอ
อย่างไรก็ตาม มันไม่ง่ายเลย เเมนฯ ซิตี้ โดน ควีนปาร์ค นำ 2-1 ทามกลางอาการกัดเล็บเเทะฟัน นักเตะเรือใบสีฟ้า ก็เเสดงให้เห็นถึงความสุดยอด มาบดบี้ไล่เเซงชนะไป 3-2 ช่วงท้ายเกม จากลูกยิงของ เซอร์จิโอ อเกวโร่ เเม้ เเมนฯ ยู จะเฉือน ซันเดอร์เเลนด์ ได้ 1-0 เเต่นั้นก็ไม่เพียงพอทำให้พวกเขาคว้าเเชมป์ได้ จำใจต้องยอมยกเเชมป์ให้กับคู่อริร่วมเมืองอย่างเเมนฯ ซิตี้ ด้วยช่องว่างของประตูได้-เสีย เท่านั้น

5เเมนฯ ซิตี้ / ลิเวอร์พูล 2013/14
เป็นฤดูกาลที่เเฟนบอลลิเวอร์พูลไม่มีทางลืมไปได้ ก่อนเริ่มซีซั่นลูกทีมของ เบรนแดน รอดเจอร์ส ไม่ถูกคาดคิดว่าจะมาได้ไกลขาดนั้น เเต่ความสุดยอดของคู่หู SAS หลุยส์ ซัวเรซ เเละ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ บวกกับฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ก็ทำให้ทีมหงส์เเดงมีลุ้นเเชมป์อย่างเต็มตัว
เเม้จะเปิดฤดูกาลไม่ได้วูปสาปเท่าไหรนัก เเต่ช่วงท้ายพวกเขามาเร่งเครื่องชนิดที่เรียกว่าใส่ตีนผีชนะ 11 เกมติด เเละมีเเต้มห่าง เเมนฯ ซิตี้ อันดับ 2 ห่าง 5 คะเเนน ขณะที่เหลือการเเข่งขันอีก 3 นัด เเต่ง่ายยากของพวกเขาคือเกมนัดที่ 35 ที่ต้องเปิดบ้านพบกับ เชลซี
ฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล เหนือกว่า เชลซี พอสมควร ซึ่งสิงห์บลูตอนนั้นคุมโดย โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ไม่ได้มีปรัชญาเรื่องการบุก เเต่เน้นผลการเเข่งขันมากกว่า จริงๆเเล้ว 1 เเต้มไม่ได้เสียหายกับหงส์เเดงในเกมนั้น เเต่ รอดเจอร์ส ก็หวังเอาใจเเฟนบอล สั่งลุกทีมไล่กระหน่ำใส่คู่เเข่งที่เน้นตั้งรับเเบบเต็มตัวทั้งเกม
เเต่เเล้วสิ่งที่เเฟนลิเวอร์พูล ทั่วโลกไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นเเบบงงๆ ช่วงทดเจ็บครึ่งเเรก จังหวะส่งคืนหลัง สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ยืนเป็นคนสุดท้าย กลับลืมล้มไปสะอย่างนั้น ถูก เดมบ้า บา กองหน้าเชลซี ฉกบอลไปยิงเเบบหน้าตาเฉย ก่อนที่สุดท้ายจะเเพ้ไป 0-2 ต่อด้วยการเสมอกับ คริสตัล พาเลซ 3-3 ทั้งที่นำไปก่อน 3-1 เเละจากความผิดพลาด 2 เกมท้ายทำให้โดย เเมนฯ ซิตี้ หยิบชิ้นปลามัน คว้าเเชมป์ไปเเบบหน้าตาเฉย ด้วยเเต้มห่าง 2 คะเเนนเท่านั้น เเละนั้นยังเป็นตราบาปของ เจอร์ราร์ด ที่ตามหลอกหลอนเขามาจนถึงวันนี้

6ลิเวอร์พูล / เเมนฯ ซิตี้ 2018-19
ฤดูกาลเเห่งความหวังที่ เเฟนบอลลิเวอร์พูล ตั้งหน้าตั้งตารอเเชมป์เเรกในรอบ 29 ปี เพราะพวกเขาเสริมทีมได้อย่างยอดเยี่ยม การมาของ อลีสซอน เบเกอร์ นายทหวารค่าตัวเเพงอันดับ 2 รวมถึง ฟาบินโญ่ กองกลางบราซิล อุดช่องโห่ที่พวกเขามีอยู่พอดี
พวกเขาออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะ 6 เกมติดช่วงเปิดฤดูกาล เเละไม่เเพ้ใคร 20 เกม จนมีเเต้มทิ้งห่าง เเมนฯ ซิตี้ ถึง 7 คะเเนน ก่อนที่จะถูกลดช่องว่างเหลือ 4 หลังบุกเเพ้ เเมนฯ ซิตี้ 1-2 หลังจากนั้นก็เหมือนจะเป็นอาการเมาหมัด ลิเวอรืพูล สดุด เสมอ 4 จาก 6 เกม ทำเเต้มหล่นหายไปมาก จนจากที่นำอยู่ดีๆ กลับมาโดนเเซงไปดื้อๆ
หลังจากนั้นทั้ง 2 ทีมก็ต่างทำผลงานขี่พายุทะลุฟ้า ไม่มีใครยอมใคร เป็นฤดูกาลเเห่งคุณภาพ ลิเวอร์พูล มาเก็บชัย 9 เกมติด ขณะที่ ซิตี้ กวาดชัยชนะไปได้ถึง 14 เกม ทำให้สุดท้าย เข้าป้ายคว้าเเชมป์ด้วยการนำอันดับ 2 เเค่ 1 คะเเนน ดับฝันเเฟนหงส์เเดง ที่จะเห็นทีมรักคว้าเเชมป์พรีเมียร์ ครั้งเเรกในรอบ 30 ปี
