คิเอลลินี่-วิดัลคิเอลลินี่-วิดัล

แนวรับม้าลายแฉเพื่อนร่วมทีมเก่าติดเหล้านะจนเกือบเสียอนาคตมาแล้ว

 

จอร์โจ้ คิเอลลินี่ แนวรับ ยูเวนตุส เผยจุดอ่อนของ อาร์ตูโล่ วิดัล คือแอลกอฮอล์ พร้อมย้อนอดีตว่าดาวเตะทีมชาติชิลี เคยเกือบโดน อันโตนิโอ คอนเต้ ขับพ้นทีมมาแล้ว

 

หนังสือชีวะประวัติของ คิเอลลินี่ เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวันอังคาร ซึ่งมันทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายหลังเจ้าตัวไปวิจารณ์ เฟลิเป้ เมโล่ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ รวมถึงมีการวิจารณ์คู่แข่งอย่าง อินเตอร์ ด้วย

 

ล่าสุดดาวเตะวัย 35 ปีได้เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ วิดัล คนที่เคยคว้าสคูเด็ตโต้ 4 สมัยกับทีม “ม้าลาย” ในระหว่างปี 2011-2015 แทน

 

“นักฟุตบอลไม่ใช่ปิศาจหรือนักบุญ ความยอดเยี่ยมประเมินจากความแตกต่างที่แท้จริง มันคือระหว่างคนที่เป็นของจริงและคนที่เป็นของปลอม” คิเอลลินี่ เขียนไว้ในหนังสือ

 

“บางคนที่เหมือน วิดัล บางครั้งออกไปและดื่มหนักกว่าที่ควรจะเป็น ทุกๆ คนรู้เรื่องนี้ มันสามารถพูดได้เลยว่าแอลกอฮอล์คือจุดอ่อนของเขา”

 

“อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ถูกตั้งเป็นคำถามว่าเขาเป็นผู้ชนะ หรือเป็นคนแบบไหน จุดอ่อนเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ที่ผลลัพธ์ว่าพวกเขาสามารถอยู่ในทีมได้”

 

“อาร์ตูโล่ ขาดซ้อม 2-3 ครั้งต่อปี เมื่อเขาทำแบบนั้น ก็เดาได้ว่าเขาคงจะรื่นเริงจัดเลย”

 

“อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยขี้เกียจ ในทางตรงกันข้าม ผมคิดว่าบางครั้ง แนวทางบางอย่างก็สามารถทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น”

 

“โชคไม่ดีที่ผมไม่ได้รู้จัก เปาโล มอนเตโร่ เขาเป็นคนหนึ่งที่อยู่ราวกับราชาในตอนกลางคืน ระหว่างฤดูกาลสุดท้ายของเขากับเรา เมื่อระดับผลงานของเขาดร็อปลง มอจจี้ ได้ไปหาเขาและพูดว่า เปาโล กรุณาหยุดอยู่กับบ้านในคืนนี้ กลับไปอยู่ในวิถีเดิมของคุณ วิดัล ก็เป็นแบบนั้น”

 

“ผมยังจำตอนทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐ เราอยู่ที่ ไมอามี่ ในคืนก่อนที่เราจะซ้อมครั้งสุดท้าย และได้รับอนุญาตให้ออกไปเที่ยวได้”

 

“เช้าวันถัดมา อาร์ตูโล่ ไม่มีใครเห็นว่าอยู่ที่ไหน เขาอยู่บนเตียงด้วยร่างกายที่หมดสภาพ”

 

“เรามีการทดสอบอุปกรณ์การซ้อมใหม่ในวันนั้น เราทั้งหมดอยู่ในชุดสีดำ ในอากาศ 40 องศา คอนเต้ แทบรอไม่ได้ที่จะไล่เขาพ้นทีม”

 

“หลังจาก 10 นาที อาร์ตูโล่ ยังดูเหมือนเมาอยู่ และไม่เห็นว่าบอลผ่านไปแล้ว เขาลงท้ายด้วยการวิ่งอย่างบ้าคลั่ง และเอาชนะทุกๆ คนในระยะ 20 เมตร”

 

“คุณสามารถพูดอะไรได้กับคนที่เหนือสิ่งอื่นใด เขานำความสนุกมาสู่ทีม และเป็นคนที่ขับเคลื่อนทีม เป็นทั้งนักสู้และเป็นแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ ?”