เกมพรีเมียร์ลีกคู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล

 

เปิดเกมมาไม่ทันไร นาทีที่ 7 นิวคาสเซิลทีมเยือนพลิกขึ้นนำได้จากจังหวะวางจากหลังมาให้กับ คริสเตียน อัตซู เก็บบอลไว้ก่อนไหล

ออกริมเส้นมาให้กับ เจโทร วิลเล่มส์ ที่เติมขึ้นมา ล็อคบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดบอลตรงเข้าตาข่าย สกอร์เป็น 1-0

 

นาที 23 หงส์แดงบุกใส่อย่างหนักเริ่มจาก อาโนลด์ เปิดเข้ากลางมาแต่โดนโหม่งทิ้งออกไปเข้าทาง มาเน่ ตักเข้ามาอีกทีให้กับโอริกี้

โขกแต่ก็หลุดกรอบออกไป

 

นาทีที่ 27 หงส์แดงเจ้าบ้านไล่ตีเสมอมาจนได้จากจังหวะที่ โรเบิร์ตสัน ไหลบอลเข้ากลางให้มาเน่ แต่แนวรับนิวคาสเซิลเข้าผิด

จังหวะ จนกลายเป็นเปิดช่องให้มาเน่ซัดโล่งๆเข้าประตูไป สกอร์กลับมาเป็น 1-1

 

นาทีที่ 39 ลิเวอร์พูล ทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จจากการไปไล่บอลของ ฟีร์มิโน่ กับ มาติป และเป็น ฟีร์มิโน่ที่ตัดมาได้ก่อนแทงทะลุมา

ให้กับ มาเน่หลุดมา แต่ ดูบราฟก้า ออกมาตัดบอลพลาด มาเข้าทาง มาเน่ ซัดเข้าไปเป็น 2-1

 

ก่อนจบครึ่งแรกในนาทีที่ 45 ลิเวอร์พูล เกือบได้ประตูที่สาม จากจังหวะตวัดเข้ากลางของ อาโนลด์ ให้กับ ไวจ์นัลดุม ลองยิงไกลจาก

นอกกรอบเขตโทษ แต่ยังติดเซฟของ ดูบราฟก้า และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 2-1 เจ้าบ้านเป็นฝ่ายขึ้นนำ

 

เริ่มครึ่งหลังมานาทีที่ 48 ลิเวอร์พูลต่อบอลกันขึ้นมาถึงโรเบิร์ตสัน ตบเข้ากลางมาให้ไวจ์นัลดุม จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดทันที

บอลย้อยออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

 

นาที 54 ทีมเยือนได้ลุ้นบ้างจากจังหวะบุกขึ้นมาทางริมเส้นจาก อัตซู หนีแชมเบอร์เลนมาได้เปิดบอลข้ามมาให้กับ เอมิล คราฟท์ ที่

วิ่งเติมขึ้นมาโล่งแต่ซัดข้ามคานออกไป ต่อมานาทีที่ 62 หงส์แดงเกือบได้ลูกสามจากจังหวะดีดข้ามแนวรับของฟีร์มิโน่ มาให้กับ โร

เบิร์ตสันที่วิ่งสอดเข้ามาลองยิงมุมแคบแต่บอลหลุดเสาออกไป

 

นาทีที่ 71 เจ้าบ้านนำห่างออกไปอีกจากจังหวะที่ ซาลาห์ เล่นกับฟีร์มิโน่ กระชากบอลหลุดแนวรับสาลิกาดงมาซัดจ่อๆเข้าประตูไป

เป็น 3-1 หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ และจบเกมลงไปด้วยสกอร์นี้ ทำให้ทัพหงส์แดง เก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 5ติดต่อ

กันในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20

 

นักเตะที่ลงสนาม

 

ลิเวอร์พูล : อาเดรียน(GK) – เทรนท์ อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โฌแอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม,

ฟาบินโญ่, อเล็กซ์ออกเลด แชมเบอร์เลน – โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่ , ดิว็อก โอริกี้

 

สำรอง: โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (35) , เจมส์ มิลเนอร์ (74) , เซอร์ดาน ชากิรี่(78)

 

นิวคาสเซิล : มาร์ติน ดูบราฟก้า(GK) – เอมิล คราฟท์, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลส์, พอล ดัมเม็ตต์, เจโทร วิลเล่มส์ – มิเกล อัล

มิรอน, จอนโจ เชลวีย์, ไอแซ็ก เฮย์เด้น, คริสเตียน อัตซู – โชเอลินตอน

 

สำรอง: โยชิโนริ มุโตะ(66),ฆาเบียร์ มานกิโย(67), เฟเดริโก้ เฟอร์นันเดซ(79)