ดาวเตะเรือใบสีฟ้า ยืนยันว่าพร้อมที่จะเข้าหารือเรื่องปัญหาการเหยียดผิวกับผู้มีอำนาจของวงการลูกหนังอังกฤษ และชี้ว่าบทลงโทษของปัญหานี้ควรจะรุนแรงกว่าเดิม
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ถือเป็นแกนนำที่ต่อต้านการเหยียดผิวมาตลอดในฤดูกาลนี้ หลังเจ้าตัวต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวถึงสองครั้งในรอบปี
ทั้งการโดนแฟนบอลสิงห์บลูส์เหยียด ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปพ่าย เชลซี 0-2 เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน และถูกแฟนบอลมอนเตเนโกรเหยียด ในเกม ยูโร รอบคัดเลือก ที่ทีมชาติอังกฤษบุกไปเอาชนะทีมชาติมอนเตเนโกร 5-1 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
“คุณต้องฝึกซ้อมฟุตบอลทุกวัน และลงเล่นทุก 2-3 วันต่อสัปดาห์ ดังนั้น คุณจึงไม่มีเวลาที่จะออกไปพูดคุยกับผู้คนมากนัก” แนวรุกวัย 24 ปี กล่าวในงาน Wall Street Journal’s Future of Everything Festival
“แต่นอกเวลางาน ในช่วงวันหยุดถ้าผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับเอฟเอ และผู้คนของพรีเมียร์ลีกได้ ผมก็จะทำ และดูว่าสิ่งต่างๆจะดีขึ้นในอนาคตหรือไม่ แน่นอนว่าผมจะเป็นคนหนึ่งที่พยายามเพื่อแก้ไขปัญหานั้น”
“ต้องมีการลงโทษที่เข้มงวดกว่านี้ ถ้าผมไปดูฟุตบอล และผมเชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันนี้ยกตัวอย่างนะ ผมจะไม่ทำให้ทีมเดือดร้อน ด้วยการพูดโง่ๆในสนาม”
“หากทีมของคุณถูกหัก 9 คะแนนในลีก คุณจะไม่พูดคำเหยียดผิวเหล่านั้น การปรับสโมสร 5,000 ปอนด์ หรือปรับแฟนบอล 300 ปอนด์ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย”

