ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ คู่ระหว่างเปแอสเช เปิดบ้านคู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

เริ่มเกมมาได้แค่ 15 นาที เจ้าบ้านก็เป็นฝ่ายออกนำไปก่อนจากจังหวะเตะมุม อังเคล ดิมาเรีย เปิดบอลเข้ามาที่เสาแรก ก่อนเป็น มาร์ควินญอส วิ่งมาโหม่งเช็ดบอลไปเข้าเสาไกล พาเปแอสเช ออกนำไปก่อน 1-0 ถัดมานาทีที่ 21 เรือใบสีฟ้าพยายามตอบโต้บ้าง จากจังหวะบุกมาทางฝั่งซ้าย เข้ามาให้กับ แบร์นาโด้ ซิลวา พยายามเข้าชาจ แต่ก็ยังติดเซฟ นาบาส

 

นาที 28 เปแอสเช เกือบได้ประตูที่สอง จากจังหวะเตะมุมเช่นเดิม แต่คราวนี้เป็น เนย์มาร์เปิดเข้ากลางมาให้กับ เลอันโดร ปาเรเดส โขกเสาแรก แต่บอลดันหลุดกรอบไป ก่อนจบครึ่งแรกนาที 42 ซิตี้เกือบได้ตีเสมอ จากจังหวะเปิดเข้ากลางของ ซิลวา ให้กับ โฟเดนซัดเน้นแต่ยังตรงตัว นาบาส ก่อนจบครึ่งแรกไป

 

นาทีที่ 63 เรือใบสีฟ้าสามารถเรียกประตูตีเสมอได้สำเร็จหลังจากบุกมานาน จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ พยายามหยอดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ไม่มีใครโดนบอลเลยสักคนจนกลายเป็นประตูของสตาร์ชาวเบลเยี่ยม ช่วยให้สกอร์กลับมาเสมอกันที่ 1-1

 

ถัดมานาทีที่ 70 ทีมเยือนก็สามารถยิงแซงไปได้จากจังหวะฟรีคิกของ ริยาด มาห์เรซ ที่ยิงทะลุช่องว่างระหว่าง เปรสแนล คิมเปมเบ้ และ เลอันโดร ปาเรเดส เข้าประตูไปส่งให้ทีมพลิกกลับมาเป็นฝ่ายนำด้วยสกอร์ 2-1

 

นาที 77 เปแอสเช เหลือ 10 คนจากจังหวะที่ อิดริสซ่า เกย์ ไปเข้าบอลช้าใส่ อิลคาย กุนโดนกัน ทำให้กรรมการวิ่งมาแจกใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนามไป หลังจากนั้นนาที 84 มาห์เรซ ได้ลองยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษแต่ก็หลุดเสาออกไป

 

ก่อนจบเกมช่วงทดเวลา เรือใบสีฟ้า เกือบได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะยิงไกลของ เควิน เดอบรอยน์ แต่ทาง เคย์เลอร์ นาบาส ยังปัดออกไปได้ และผู้ตัดสินเป่าจบเกมทันทีทำให้ในเกมนี้เรือใบสีฟ้า บุกมาเก็บความได้เปรียบไว้ก่อนด้วยสกอร์ 2-1

 

นักเตะที่ลงสนาม

 

เปแอสเช : เคย์เลอร์ นาบาส – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, มาร์ควินญอส, เปรสแนล คิมเปมเบ้, มิทเชล บัคเกอร์ – อิดริสซ่า เกย์ , เลอันโดร ปาเรเดส, มาร์โก แวร์รัตติ – อังเกล ดิ มาเรีย, คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้, เนยมาร์

 

สำรอง: ดานิโล่ เปไรรา(80) , อันเดร์ เอร์เรร่า (83)

 

แมนฯซิตี้ : เอแดร์ซอน(GK) – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, เจา กานเซโล่ – เแบร์นาโด้ ซิลวา , โรดริโก้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกาน – ริยาด มาห์เรซ, เควิน เดอบรอยน์ , ฟิล โฟเด้น

 

สำรอง: โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้(61)