ปีกหนุ่มจากอิสราเอลเผยเรือใบสีฟ้าเคยพยายามมดึงเขาไปร่วมทีมเมื่อ 3 ปีก่อน

 

มานอร์ โซโลมอน ปีกดาวรุ่งของ ชัคตาร์ โดเนตส์ เผยว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังจากอังกฤษ พยายามคว้าตัวเขาไปร่วมทีม เมื่อปี 2017 แต่สุดท้ายดีลก็ล้มไปเนื่องจากเจรจากันระหว่างสโมสรไม่ลงตัว

 

แข้งวัย 21 ปี เริ่มต้นค้าแข้งกับ มัคคาบี้ เปตาห์ ทิคว่า สโมสรในอิสราเอลบ้านเกิด ปี 2016 และใช้เวลาไม่นานในการแจ้งเกิดจนเตะตาหลายทีมดังในยุโรป ก่อนที่เขาจะย้ายมาเล่นกับ ชัคตาร์ ด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโร ในเดือนมกราคมปี 2019 ด้วยสัญญายาว 5 ปี

 

ปีกชาวอิสราเอล เป็นตัวหลักของทีมในทันที และช่วยให้ ยอดสโมสรจากยูเครนคว้าแชมป์ลีก 2 สมัยแล้ว แต่เส้นทางค้าแข้งของ โซโลมอน อาจแตกต่างจากที่เป็น หากเขาได้ย้ายไปโชว์ฝีเท้าใน เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่เขาขึ้นมาเล่นชุดใหญ่กับ ทิคว่า ปีแรก

 

“พวกเขาต้องการตัวผมจริง ๆ และผมได้พบกับพวกเขาแล้วนะ แต่น่าเสียดายที่มันไม่สำเร็จ” โซโลมอน เปิดใจย้อนความหลังกับ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อดังจากอังกฤษ

 

“สโมสรต่าง ๆ ในยุโรปไม่ได้มองว่าลีกอิสราเอลเป็นลีกที่แข็งแกร่ง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ซื้อผู้เล่นจากลีกอิสราเอลในราคามากมายเท่าไหร่ เจ้าของทีมของผมในอิสราเอลเรียกร้องเงินมากพอตัว เขาต้องการ 5 ล้านยูโรสำหรับค่าตัวผม จากนั้นเขาก็ได้ยินมาว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือทีมที่สนใจ เขาต้องการเพิ่มอีกเป็น 10 ล้านยูโร”

 

“หลังจากนั้นเขาก็เต็มใจที่จะขายผมให้กับ ชัคตาร์ โดเนตส์ และผมก็อยากย้ายไปด้วย ผมเห็นประวัติศาสตร์ของสโมสร ฉันเห็นทุกอย่าง ผู้เล่นที่พวกเขาปลุกปั้นที่นั่น ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมที่จะได้เล่น แชมเปี้ยนส์ลีกเพื่อสานต่ออาชีพการงานในสโมสรแห่งนี้”

 

“ผมสนุกกับชีวิตที่ ชัคตาร์ ผมมีอายุเพียง 21 ปี ก็จริง แต่วันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว ผมจะเข้าร่วมหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลก”