ปัญหาเพียบ! 5 จุดอ่อน ‘ช้างศึก’ ต้องเร่งแก้หากยังหวังแชมป์ ซีเกมส์

 

ผ่านไปแล้ว 2 เกม ของ ทีมชาติไทย ในการลงเล่นศึก ซีเกมส์ 2019 ด้วยการประเดิมสนามพ่ายแพ้ให้กับ อินโดนีเซีย 2 – 0 และเรียกฟอร์มเก่งไล่กระทุ้งตาข่าย บรูไน แบบขาดลอย 7 – 0 ทว่าผลงานโดยรวมแล้วยังถือว่าไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไรนัก

 

โดยเฉพาะในเกมแรกที่แพ้ให้กับ “อิเหนา” ลูกทีม อากิระ นิชิโนะ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังสุดๆ และยังมีจุดอ่อนที่เป็นการบ้านให้กับเทรเนอนร์ชาวญี่ปุ่น เร่งแก้ไขโดยเร็ว ก่อนที่จะพาทีมลงสนามเกมที่เหลือในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งถือเป็นแมตช์ที่มีความหมายมากๆ

 

แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้ถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ จำเป็นที่ทัพ “ช้างศึก” ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน ไม่เช่นนั้นนี่อาจเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่จะทำให้พวกเขาไปไม่ถึงฝั่งฝันในทัวร์นาเมนต์ ซีเกมส์ ครั้งนี้ ก็เป็นได้

 

 

เรียกคืนความมั่นใจกลับมาสู่ทีมให้ได้

 

ต้องยอมรับเลยว่าภายหลังจากที่ลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ โชว์ผลงานได้อย่างน่าผิดหวังด้วยการแพ้ให้กับ อินโดนีเซีย 2 – 0 ในเกมนัดประเดิมสนามศึก ซีเกมส์ 2019 เสียพร้อมฟอร์มแชมป์เก่ารายการนี้ 3 สมัยซ้อน ซึ่งนั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักเตะหลายคนพอสมควรเลยทีเดียว

 

ถึงแม้ในเกมนัดที่สอง ทัพ “ช้างศึก” สามารถไล่ถล่ม บรูไน ไปแบบขาดลอย 7 – 0 ทว่ากว่าที่จะได้ประตูแรกก็เล่นเอาเหนื่อยไม่น้อย แถมยังมีจังหวะหวาดเสียวที่เกือบโดนออกนำก่อนด้วยซ้ำ ซึ่งในแมตช์นี้เห็นได้ชัดว่านักเตะหลายคนยังขาดความมั่นใจ เป็นผลให้พวกเขาทำผลงานออกมาได้ไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไรนัก

 

อย่างไรก็ตามอีก 3 เกมที่เหลือในรอบแบ่งกลุ่มซึ่งต้องพบกับทั้ง สิงคโปร์, ลาว และ เวียดนาม ถือเป็นเกมสำคัญทุกนัด และเราจำเป็นต้องชนะให้ได้ทุกแมตช์เพื่อเปิดโอกาสเข้ารอบต่อไป เพราะฉะนั้นความมั่นใจถือเป็นส่วนสำคัญมากที่จะช่วยให้ทีมของกุนซือแดนปลาดิบ ฝ่าด่านทดสอบครั้งนี้ไปให้ได้

 

 

.

แนวรับยังมีปัญหา

 

เห็นได้ชัดว่าแนวรับของทัพ “ช้างศึก” ชุดลุยศึก ซีเกมส์ มีปัญหามาตั้งแต่ช่วงอุ่นเครื่องก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะจังหวะในการสื่อสารของสองเซ็นเตอร์แบ็คตัวกลางทั้ง ศฤงคาร พรมสุภะ และ ชินภัทร์ ลีเอาะ ที่ยังจำเป็นต้องปรับความเข้าใจกันให้มากขึ้นกว่านี้

 

นอกจากนี้ในรายของปราการหลังอนาคตไกลจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่าง “เจ้าเหน่ง” ศฤงคาร พรมสุภะ เจ้าตัวดูจะมีปัญหาในการยืนตำแหน่งที่ยังทำได้ไม่ดีพอ ปล่อยพื้นที่ว่างให้คู่แข่งได้มีเวลาพาบอลเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในบริเวณกรอบเขตโทษอยู่บ่อยครั้ง

 

ส่วนอีกหนึ่งจุดที่น่าเป็นห่วงคือตำแหน่งฟูลแบ็คทั้งสองข้าง ซึ่งในเกมแรกที่ ศรายุธ สมพิมพ์ และ ทิตาธร อักษรศรี ได้รับโอกาสลงสนาม ทั้งสองคนทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ไม่สามารถตามประกบบรรดาแข้งแนวรุกของทางฝั่ง อินโดนิเซีย ได้เลย โดยเฉพาะจังหวะดวลตัวต่อตัวที่แทบจะปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามเลี้ยงผ่านไปแบบง่ายๆ เกือบตลอด จนกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่เปิดโอกาสให้คู่แข่งใช้เป็นช่องในการโจมตีหลายๆ ครั้ง

 

 

ไร้ทีมเวิร์ค

 

อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้โดยด่วนสำหรับ ทีมชาติไทย ชุดนี้ นั่นก็คือปัญหาในเรื่องทีมเวิร์คที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงไม่น้อยเลยตลอด 2 เกมที่ผ่านมา

 

เห็นได้ชัดเจนว่าจังหวะในการรับส่งบอลของลูกทีม อากิระ นิชิโนะ ยังมีปัญหาอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการเก็บตัวซ้อมด้วยกันมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม แต่การเข้าใจกันระหว่างผู้เล่นในทีมยังถือว่าน้อยมาก

 

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดอ่อนสำคัญของทัพ “ช้างศึก” ที่ต้องเร่งแก้โดยด่วน ก่อนที่จะต้องลงเล่นในช่วง 3 เกม สุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มซึ่งมีความสำคัญต่อการเข้ารอบต่อไป และมีความหมายกับการลุ้นแชมป์ ซีเกมส์ สมัยที่ 17 ด้วย

 

 

แนวรุกยังสร้างสรรค์โอกาสได้ไม่ดีพอ

 

ถ้าไม่นับ “เจ้าเช็ค” สุภโชค สารชาติ ที่ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจในเกมที่พบกับ บรูไน ซึ่งเจ้าตัวโดนส่งลงมาเป็นสำรองในช่วงครึ่งหลัง คงต้องยอมรับว่าแนวรุกของ ทีมชาติไทย ชุดนี้ ถือว่ายังทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ทั้งในเรื่องจังหวะสุดท้าย และการสร้างสรรค์โอกาสในการจบสกอร์

 

ตลอดสองนัดที่ผ่านมาผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกซึ่งถือเป็นตัวความหวังทั้ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ และ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งของตัวเองได้เลย ถึงแม้ “เจ้านนท์” เองจะมีจังหวะวูบวาบอยู่ไม่น้อย แต่หากมองถึงการสร้างสรรค์เกมให้เพื่อนร่วมทีมแล้ว ยังถือว่าทำได้ไม่ดีพอ

 

อย่างไรก็ตามปัญหาในแนวรุกโดยเฉพาะการสร้างสรรค์โอกาสในพื้นที่สุดท้ายที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ อากิระ นิชิโนะ ยังเลือกที่จะพัก วรชิต กนิตศรีบําเพ็ญ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งจาก ชลบุรี เอฟซี อยู่ในตอนนี้ เนื่องจากก่อนหน้าเจ้าตัวมีปัญหาอาการบาดเจ็บ เชื่อเหลือเกินว่าหาก “เจ้ายิม” กลับมาลงสนามได้เมื่อไร เกมรุกของ ทีมชาติไทย คงน่ากลัวมากขึ้นกว่านี้แน่นอน

 

 

กองหน้าขาดความเฉียบคม มีส่วนกับเกมน้อย

 

นี่ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ อากิระ นิชิโนะ ต้องเร่งแก้โดยด่วน ถึงแม้ว่านักเตะบางรายจะสามารถประเดิมยิงประตูให้กับตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้ได้แล้วก็ตาม แต่ผลงานโดยรวมต้องบอกเลยว่ายังน่าผิดหวัง

 

โดยตลอดสองเกมที่ผ่านมาเหล่าแข้งศูนย์หน้าตัวความหวังของทัพ “ช้างศึก” ทั้ง ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา รวมไปถึง สิทธิโชค ภาโส ผลงานในการจบสกอร์ยังไม่ค่อยเฉียบคมเท่าที่ควร และใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง

 

นอกจากจังหวะจบสกอร์ที่เป็นปัญหาแล้ว การมีส่วนร่วมกับเกมก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้เช่นกัน โดยเฉพาะในเกมที่พบกับ อินโดนีเซีย ทั้งในช่วงครึ่งแรกที่ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ลงเป็นตัวจริง และ ศุภชัย ใจเด็ด ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองช่วงครึ่งหลัง แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย และยังมีปัญหาในการผสานงานกับเพื่อนร่วมทีมอยู่ไม่น้อย ส่วน สิทธิโชค ภาโส สองเกมที่ผ่านมาเจ้าตัวยังหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้เลย