พรีวิวฟุตบอลโลก 2022 : อุรุกวัย จอมโหดหลังยุคตาบาเรซ

พรีวิวฟุตบอลโลก 2022 : อุรุกวัย จอมโหดหลังยุคตาบาเรซ

อุรุกวัย อดีตแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัย ที่กำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ หลังการจากลาของ ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือขรัวเฒ่าที่อยู่กับทีมมายาวนานกว่า 15 ปี 

 ทัพ ‘จอมโหด’ กำลังเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชั่น โดยแข้งเก๋าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ, เอดินสัน คาวานี่, ดิเอโก้ โกดิน เตรียมลุยเวิลด์คัพเป็นครั้งสุดท้าย ร่วมกับแข้งสายเลือดใหม่ อาทิ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ , โรดริโก้ เบนตานคูร์ และ ดาร์วิน นูนเญซ 

แต่ อุรุกวัย ในยุคหลัง ตาบาเรซ จะไปได้ไกลแค่ไหนในศึกเวิลด์ คัพ ที่ กาตาร์ UFA ARENA จะพาไปตรวจสอบความพร้อมของพวกเขาผ่านบทความนี้

 

ประวัติศาสตร์ในบอลโลก

FIFA World Cup on Twitter: "Booking their ticket to the Semi-finals 🇺🇾 Relive the full penalty shootout between @Uruguay and Ghana from the 2010 #FIFAWorldCup ⤵️ https://t.co/Q1aM8YNBCI" / Twitter

ทีมชาติอุรุกวัย เคยผ่านมาเล่นฟุตบอลโลกมาแล้ว 13 ครั้ง โดยผลงานดีที่สุดของพวกเขาคือการก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลก 2 สมัย แต่ต้องย้อนไปไกลถึงปี 1930 และ 1950 เลยทีเดียว 

ทั้งนี้ หากเป็นฟุตบอลสมัยใหม่ก็ไม่ต้องย้อนไปนานขนาดนั้น ทีม ‘จอมโหด’ มีผลงานโดดเด่นคือการคว้าอันดับ 4 บอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของพวกเขาเลยก็ว่าได้

 

เส้นทางสู่กาตาร์

Uruguay World Cup 2022 preview - prediction, fixtures, squad, star player - Sports Mole

ฟุตบอลโลก 2022 ถือเป็นการผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 14 ได้สำเร็จ แต่ในรอบคัดเลือก พวกเขาออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก ทำให้ ตาบาเรซ ถูกปลดจากตำแหน่งหลังพ่ายโบลิเวีย 0-3 ก่อนที่ผู้เข้ามารับหน้าที่แทนอย่าง ดีเอโก้ อลอนโซ่ 

สุดท้าย อลอนโซ่ ก็พาทีมกู้ผลงานด้วยการเก็บชัยชนะรวด 4 เกม จบอันดับ 3 ของรอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ คว้าตั๋วรอบสุดท้ายลุยที่ กาตาร์ แบบอัตโนมัติได้สำเร็จ

 

ผู้จัดการทีม : ดีเอโก้ อลอนโซ่ 

La Celeste brave new post-Tabarez era

ก่อนหน้านี้ อุรุกวัยคุมทัพโดย ออสการ์ ตาบาเรซ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งยาวนานถึง 15 ปี แต่หลังจากพาทีมโชว์ฟอร์มน่าผิดหวังในรอบคัดเลือก สหพันธ์ฟุตบอลอุรุกวัยจึงสั่งเด้ง ตาบาเรซ ตกเก้าอี้ และแต่งตั้ง ดีเอโก้ อลอนโซ่ เข้ามาทำหน้าที่แทน 

เฮดโค้ชวัย 47 ปีรายนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถพา อุรุกวัย คืนฟอร์มเก่งและผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ในที่สุด โดยก่อนหน้านี้ เขาสร้างชื่อในสมัยคุม ปาชูก้า สโมสรดังของเม็กซิโก โดยพาทีมคว้าแชมป์ลีกเม็กซิโก ในปี 2016 และแชมป์คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2017 รวมทั้งคุม มอนเทอร์เรย์ อีกหนึ่งทีมดังของเม็กซิโก ผงาดแชมป์คอนคาเคฟ แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2019

 

ดาวเด่น : เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้

World Cup 2022: Uruguay star Federico Valverde says Ghana has a strong team | SportsWorldGhana

ทัพนักเตะอุรุกวัยชุดปัจจุบัน กำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน โดยมีผู้เล่นคีย์แมนตัวเก๋าหลายรายในวัย 30 กลางๆ และรับใช้ทีมชาติมาเกินหลัก 100 นัดทุกคน ซึ่งน่าจะเล่นบอลโลกหนนี้เป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นานโด มุสเลร่า, มาร์ติน กาเซเรส, ดิเอโก้ โกดิน, เอดินสัน คาวานี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ

แต่คนที่น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นของทีมในชุดนี้ คงหนีไม่พ้น เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ กองกลางฟอร์มแรงจาก เรอัล มาดริด ที่ครบเครื่องทั้งเกมรุกและรับ ซึ่งน่าจะใช้เวิลด์คัพที่ กาตาร์ เป็นเวทีฉายแสง หากสามารถรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมในสโมสรมาต่อยอดในทีมชาติได้

นอกจากนี้ ทัพ ‘จอมโหด’ ยังมีแข้งหนุ่มสายเลือดใหม่อีกหลายที่เตรียมก้าวขึ้นมาเป็นเจเนอเรชั่นต่อไป ทั้ง โรดริโก้ เบนตานคูร์ (สเปอร์ส) ฟากุนโด้ เปยิสตรี (แมนฯ ยูไนเต็ด) โรนัลด์ อเราโฆ (บาร์เซโลน่า) หรือ ดาร์วิน นูนเญซ หัวหอกวัย 23 ปีจากลิเวอร์พูล 

ตารางแข่งขัน

อุรุกวัย จะประเดิมเกมรอบแบ่งกลุ่มพบกับ เกาหลีใต้ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน ต่อด้วยการดวลกับ กาน่า ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ปิดท้ายด้วยการพบกับ โปรตุเกส ในวันที่ 2 ธันวาคม

 

วิเคราะห์โอกาสเข้ารอบ

2022 World Cup: Uruguay announces provisional squad for Qatar WC - Sportstar

อุรุกวัย อยู่ในกลุ่ม H ร่วมกับคู่แข่งอย่าง โปรตุเกส, เกาหลีใต้ และ กาน่า ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ทัพ ‘จอมโหด’ น่าจะผ่านเข้ารอบสองได้ไม่ยาก ขึ้นอยู่ว่าจะเข้ารอบในฐานะแชมป์ หรือรองแชมป์กลุ่ม โดยมี โปรตุเกส ที่คู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

โดยจุดที่น่าสนใจคือรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาจะเจอกับ บราซิล หรือไม่ หากเลี่ยงได้ก็มีโอกาสผ่านเข้าไปทะลุรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เช่นกัน 

ต้องมารอดูกันว่า อุรุกวัย ในยุคที่กำลังเปลี่ยนถ่ายเลือด จะสามารถสร้างผลงานสุดประทับใจในฟุตบอลโลกหนนี้ได้หรือไม่

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Underdog! 5 ทีมม้ามืดลุ้นทำเซอร์ไพรส์ฟุตบอลโลก 2022
Underdog! 5 ทีมม้ามืดลุ้นทำเซอร์ไพรส์ฟุตบอลโลก 2022