ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง เชลซีเปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์พบกับ ลิเวอร์พูล
เริ่มเกมมาแค่ 14นาที ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนทันทีจากจังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ หลังมาเน่ ถูกคริสเตียนเซ่นทำ
ฟาวล์ และเป็น ซาลาห์ ที่เป็นคนรับหน้าที่เขี่ยเปลี่ยนจุด ก่อนะที่อเล็กซานเดอร์ อาโนลล์ ที่วิ่งเข้ามากดบอลเสียบสามเเหลี่ยม สกอร์
กลายเป็น 1-0
นาทีที่ 23 เชลซีได้ลุ้นประตูจาดจังหวะที่ คริสเตนเซ่นแทงบอลทะลุมาจาแนวหลังให้กับ อับราฮัมหลุดเดี่ยวมาได้โอกาสยิงจ่อๆแต่ก็
ดันไปติดขาของอาเดรียนออกไป แต่อีกไม่กี่นาทีต่อมา เชลซีก็เกือบได้ได้ประตูตีเสมออีกครั้ง ในนาที 28 จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน
ไหลต่อให้เมาท์ ไหลต่อให้กับ อลอนโซ่ ส่งต่อให้วิลเลี่ยน ทำชิ่งกับเมาท์เปิดให้ อับราฮัมเข้าชาจพลาด แต่บอลไปโดนอาโนลลฺ์
ก่อนที่จะเป็นอัซปิลิกูเอต้า เข้ามาซัด แต่ก็กลายเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน
นาทีที่ 30 หงส์แดงนำห่างออกไปอีกจากจังหวะฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของ โรเบิร์ตสัน โยนเข้ากลางมาให้กับ ฟีร์มิโน่ ขึ้นโขกจ่อๆ ทำให้
สกอร์ขยับไปเป็น 2-0
ก่อนจบครึ่งแรกนาที 46 จอร์จินโญ่ วางบอลจากหลังมาให้กับ อลอนโซ่ที่เติมขึ้นมาเปิดเข้ากลางมา อาเดรียนรับกระชอก แต่ก็ตาม
มาตะครุบไว้ได้ทันก่อนที่ วิลเลี่ยน กับโควาซิซที่อยู่ตรงนั้นจะเข้ามาชาจ และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 2-0 ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายนำ
เริ่มครึ่งหลังมาแค่นาทีที่ 47 ลิเวอร์พูลได้ทักทายก่อนจากจังหวะเตะมุม อาโนลล์ เข้ากลางมาโดนโหม่งทิ้งไป แต่ยังเก็บไว้ได้ โยน
ข้ามมาที่เสาสองให้ ฟีร์มิโน่ ซัดจ่อๆยังติดเซฟเกป้า
นาที 71 เชลซีได้ประตูตีไข่แตกได้สำเร็จจากจังหวะที่ อัซปิลิกูเอต้าไหลบอลเช้ามาให้กับกองเต้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยง
แหวกแนวรับหงส์แดงเข้ามาซัดเสียบสามเหลี่ยม พาเชลซีไล่มาเป็น 1-2
ก่อนจบเกมนาที 87 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะโยนเข้ากลางมาของอลอนโซ่ เข้ามาให้กับ บาตชูอายี่ ที่ลงมาเป็นตัว
สำรองขึ้นโชกเน้นๆแต่หลุดเสาออกไป และจบลงไปด้วยชัยชนะของลิวเอร์พูลกับสกอร์ 2-1 รั้งจ่าฝูงต่อไป
นักเตะที่ลงสนาม
เชลซี : เกป้า(GK) – เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า, ฟิกาโย โทโมรี, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, เอเมอร์สัน – มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เอน
โกโล่ กองเต้- วิลเลี่ยน แทมมี่ อับราฮัม, เมสัน เมาท์
สำรอง: มาร์กอส อลอนโซ่(15) , เคิร์ต ซูม่า(42) , มิชี่ บาตชูอายี่(76)
ลิเวอร์พูล: อาเดรียน(GK) – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน
เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่
สำรอง: เจมส์ มิลเนอร์(71) , อดัม ลัลลาน่า(84) , โจ โกเมส(91)

