
เอ็มบัปเป้ เหมา 3 เม็ดช่วยให้ เปแอสเช กุมความได้เปรียบบุกชนะ บาร์ซ่า ถึงคัมป์ นู ด้วยสกอร์ 3-1
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 บาร์เซโลน่า เปิดรังคัมป์ นู ต้อนรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอดทีมจากแดนน้ำหอม ที่ทะลุถึงรอบชิงในฤดูกาลก่อน
โดยเกมนี้ โรนัลด์ คูมัน กุนซือเจ้าบ้าน ยังใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่ชุดเดิม และผลิกโผไปพอสมควรคือเลือกใช้ เคราร์ด ปิเก้ เป็นตัวจริงคู่กับ แกลมองต์ ลองเลต์ ขณะที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มีปรับเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย แต่ยังใช้ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้, เมาโร อิคาร์ดี้ และ มอยเซ่ คีน เป็น 3 ประสานในแนวรุกอยู่
เริ่มเกม ต่างฝ่ายต่างพยายามเน้นการครองงบอลให้ได้มากที่สุด เพื่อจังหวะโจมตี แต่เป็น บาร์ซ่า ที่ได้โอกาสลุ้นในนาทีที่ 14 เมื่อ อองตวน กรีซมันน์ ไหล่บอลให้กับ ลิโอเนล เมสซี่ ทำประตูในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่ เคลเลอร์ นาบาส ยังออกมาปิดมุมเร็ว ทำให้เสียแค่เตะมุมเท่านั้น
ถัดมาอีก 4 นาที เป็นฝ่าย เปแอสเช ได้โอกาสบ้าง เมื่อ เอ็มบับเป้ จ่ายให้กับ อิคาร์ดี้ ได้ดวลเดียวกับ อังเดร แตร์ ชเตเก้น แต่กลับยิงได้ไม่ดีพอถูกป้องกันจนได้เพียงเตะมุมเท่านั้น
ทว่า เจ้าบ้านก็มาได้จุดโทษในนาทีที่ 26 เมื่อกรรมการมองว่า เฟรงกี้ เดอ ยอง โดน เลย์แวง คูร์ซาว่า บังเอิญสะกิดจนล้มลงในกรอบเขตโทษ แม้ภาพช้าแสดงให้เห็นว่า กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ สะดุดขาตัวเองมากกว่าก็ตาม ก่อนที่ เมสซี่ จะซัดเต็มข้อเข้าไปไม่เหลือให้ บาร์ซ่า ขึ้น 1-0
ทีมของคูมัน เกือบได้ประตูที่ 2 เมื่อแนวรับ เปแอสเช พลาดจนบอลมาเข้าทาง เมสซี่ ไหลไปให้กับ อุสมาน เดมเบเล่ แต่ดันยิงด้วยซ้ายไม่แรงพอตรงตัวให้นาบาสรับได้แบบสบาย ก่อนที่ทีมเยือนจะมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 32 เมื่อ มาร์โก แวร์รัตติ แตะบอลให้กับ เอ็มบัปเป้ โชว์ความเท้าเร็ว แตะหลบ ล็องเลต์ และซัดเต็มข้อแบบที่ แตร์ ชเตเก้น หมดสิทธิ์ป้องกัน
หลังจากนั้นเกมของ ปารีส ก็ดูดีกว่า และมีโอกาสจะแจ้งพอสมควร ทั้งลูกยิงของ คูร์ซาว่า และ คีน แต่ก็ยังไม่ผ่าน นายทวารทีมชาติเยอรมัน จนกระทั่งจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-1

เริ่มครึ่งหลัง ก็เป็นฝ่าย เปแอสเช ที่บุกได้น้ำได้เนื้อมากกว่าและเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 49 เมื่อ อิคาร์ดี้ ไขว้หลังให้ คีน กดด้วยขวา จนบอลแฉลบกองหลังบาร์ซ่าเปลี่ยนทาง แต่ แตร์ ชเตเก้น ก็เซฟออกไปได้อย่างหวุดหวิด
และแล้ว เปแอสเช ก็มาได้ประตูที่ 2 ในนาทีที่ 65 เมื่อ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ เปิดบอลจากทางกราบขวาเข้าในกรอบเขตโทษ กองหลังบาร์ซ่าสกัดบอลไม่ขาดมาเข้าทาง เอ็บบัปเป้ ซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย ทีมเยือนออกนำ 2-1
ทีมเยือนยิ่งเล่นยิ่งคึก เมื่อไล่บุกกดดันต่อเนื่องจนทำประตูทิ้งห่าง 2 ลูก เมื่อได้ลุ้นจากลูกฟรีคิกเปิดเข้าให้กรอบเขตโทษ บอลลอยโด่งมาเสาไกลให้ คีน โหม่งง่าย ๆ เข้าไป แม้ ชเตเก้น จะปัดได้แต่แรงพอจนทะลักเข้าไป เปแอสเช ทิ้งห่าง 3-1
เจ้าบ้าน หวังครองบอลบุกทำประตูตีตื้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ซ้ำร้ายยังมาโดนจังหวะสวนกลับของทีมเยือน และก็เป็น เอ็มบัปเป้ เจ้าเก่าที่เหมาประตูที่ 3 ของตัวเองในเกมให้ ปารีส ทิ้งห่าง 4-1
ช่วงท้ายทดเวลา บาร์ซ่าบุกหนัก แต่ก็ทำอะไร ก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดจบเกม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถล่ม บาร์เซโลน่า ถึงรัง 4-1 กุมความไปได้เปรียบสุดๆ ในเกมแรกไปก่อน โดยเกมนัดที่ 2 จะแข่งขันกันที่สนาม ปาร์ค เดส์ แพรงส์ ในวันที่ 10 มีนาคมนี้
ส่วนอีกคู่ในเวลาเดียวกัน ลิเวอร์พูล บุกมาคว้าชัยเหนือ แอร์เบ ไลป์ซิก 2-0 ในนัดแรก โดยประตูจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในนาที่ 53 และ ซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 58 ก่อนจะกลับไปแข่งเกมนัดที่ 2 ณ สนามแอนฟิลด์ ในวันที่ 10 มีนาคมเช่นเดียวกัน
