ส่วนใหญ่ไม่รอด : ย้อนชะตาหงส์แดงหลังพ่ายเกมยุโรปเลกแรก

ส่วนใหญ่ไม่รอด : ย้อนชะตาหงส์แดงหลังพ่ายเกมยุโรปเลกแรก

ความพ่ายแพ้ต่อ เรอัล มาดริด ในเลกแรกทำให้โอกาสเข้ารอบต่อไปของ ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ค่อนข้างเลื่อนลางในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2022-23

ไม่แปลกที่หลายคนจะคิดเช่นนั้นหรือแม้กระทั่งเดอะ ค็อป เอง เนื่องจาก พลพรรค ‘เร้ด แมชชีน’ ปราชัยไปด้วยสกอร์ถึง 5-2 ณ แอนฟิลด์ ซึ่งถือว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างขาดลอยไปแล้ว 

แต่อย่างน้อยทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ยังไม่หมดหวังและสามารถพลิกเข้ารอบรองชนะเลิศได้ หากเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นในเลกสองที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว จริง ๆ 

UFA ARENA จึงขอพาไปพบกับ 7 ครั้งหลังสุดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายในเกมยุโรปเลกแรกทั้งถ้วยใหญ่หรือเล็ก รวมถึงบทสรุปของพวกเขาหลังเกมเลกต่อมา

 

เรอัล มาดริด | ฤดูกาล 2020-21

หลังความพ่ายแพ้ต่อ เรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูล ก็ได้โอกาสล้างตาอีกครั้ง ในแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่สุดท้ายก็ส่อแววตกรอบยังไม่ผ่านครึ่งทางของเลกแรก

‘โลส บลังโกส’ นำห่าง 2-0 หลังเกมผ่านไป 35 นาที จาก วินิซิอุส จูเนียร์ และ มาร์โก อเซนซิโอ โดยที่ ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จบครึ่งแรกด้วยสถิติการพยายามยิงประตูเท่ากับ 0 นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2014

แม้ ซาดิโอ มาเน่ จะยิงไล่มาเป็น 2-1 แต่ วินิซิอุส ก็ยิงประตูที่ 2 ให้ทีมจากสเปนเอาชนะไป 3-1 ณ สนาม อัลเฟร์โด้ ดิ สเตฟาโน่ ก่อนที่เกมเลกสองใน แอนฟิลด์ เจ้าถิ่นจะทำอะไรไม่ได้เลยจนจบด้วยสกอร์ 0-0 พร้อมตกรอบไปแบบช้ำๆอีกครั้ง

 

แอตเลติโก้ มาดริด | ฤดูกาล 2019-20

หลังคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2018-19 ทำให้ ลิเวอร์พูล เข้ามาชิงชัยในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลต่อมาด้วยฐานะแชมป์เก่า และต้องมาเจอของแข็งอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ซาอูล ญีเกซ ยิงประตูโทนให้ทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุมความได้เปรียบไปก่อนในเลกแรก ขณะที่ ‘หงส์แดง’ ยิงไม่ตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียวในการเล่นที่สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่

จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 2-1 และมีโอกาสเข้ารอบในเลกสองที่ แอนฟิลด์ ช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ความผิดพลาดของ อาเดรียน ก็ทำให้ มาร์กอส ยอเรนเต้ ตัวสำรองลงมายิงประตูให้ทีมเยือนได้สำเร็จ

ยอเรนเต้ บวกเพิ่มในนาทีที่ 105 ก่อนที่ อัลบาโร่ โมราต้า จะกดประตูตอกฝาโลงส่งให้ ลิเวอร์พูล ตกรอบแบบ 100% และส่งให้ ‘ตราหมี’ ผ่านไปเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

 

บาร์เซโลน่า | ฤดูกาล 2018-19

ความหวังของ ลิเวอร์พูล ในการเข้าชิงศึกแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นหนที่ 2 ดูจบสิ้นแล้ว หลังจากผลการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศเลกแรกกับ บาร์เซโลน่า ในปี 2019

ประตูของอดีตแข้งเก่าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ และ การเหมา 2 ของ ลิโอเนล เมสซี่ ทำให้ บาร์ซ่า เอาชนะไป 3-0 ที่คัมป์ นู และกุมความได้เปรียบสุดๆ ก่อนเดินทางมาเล่นใน แอนฟิลด์

อีกทั้งการที่ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 2 แนวรุกคนสำคัญ ยิ่งทำให้โอกาสพลิกกลับมาชนะยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม ประตูแรกของ ดิว็อค โอริกี้ ก็สร้างความหวังเล็กๆ ให้ เดอะ ค็อป ก่อนที่ ไวจ์นัลดุม จะเหมาคนเดียว 2 ลูกในครึ่งหลังให้ทีมตามตีเสมอเป็น 3-3 ได้อย่างเหลือเชื่อ

โมเม้นต์ตั้มเทมาทางฝั่งเจ้าบ้านเรียบร้อย และช่วงเวลาสำคัญก็มาถึงในนาทีที่ 79 เมื่อ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เล่นเตะมุมเร็วเปิดเข้าให้ โอริกี้ ซัดลูกที่ 2 ของเขาเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ ‘หงส์แดง’ เข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 4-3 และกลายเป็นแชมป์ยุโรปในบั้นปลาย หลังเอาชนะ สเปอร์ส 2-0 ในนัดชิงฯ

 

บียาร์เรอัล | ฤดูกาล 2015-16

3 ปีก่อนเจอกับ บาร์เซโลน่า ลิเวอร์พูล เจอกับคู่แข่งจากสเปนอีกทีมในรอบตัดเชือก นั่นก็คือ บียาร์เรอัล ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2015-16

เกมทำท่าว่าจะเสมอไปก่อนในเกมแรกที่ เอล มาดริกัล แต่ตัวสำรองอย่าง อาเดรียน โลเปซ ก็ยิงช่วงทดเวลาให้ ‘เรือดำน้ำสีเหลือง’ เอาชนะไปก่อน 1-0 ในเกมแรก

อย่างไรก็ตาม เกมที่ 2 ในแอนฟิลด์ กลับเป็น ‘หงส์แดง’ ก็เอาคืนแบบทบต้นทบดอก หลังได้ประตูตีเสมอจากการทำเข้าประตูตัวเองของ บรูโน่ โซเรียโน่ จากนั้น แดเนียล สเตอร์ริจด์ ก็มากดให้ทีมทำห่างเป็น 2-1

อีกทั้งประตูที่ 3 ของอดัม ลัลลาน่า ที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 81 หลัง วิคตอร์ ลุยซ์ โดนไล่ออกไปเมื่อ 10 นาทีก่อน ทำให้ ทีมของ คล็อปป์ การันตีคว้าตั๋วไปเล่นในนัดชิงได้สำเร็จ แต่อกหักพ่ายต่อ เซบีย่า สโมสรจากแดนกระทิงเช่นกัน

 

เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก | ฤดูกาล 2012-13

ลิเวอร์พูล บุกไปเยือนที่ รัสเซีย ในเกมเลกแรกของ ศึกยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย พบกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในฤดูกาล 2012-13

ฮัลค์ ซัดประตูแรกให้ทีมแดนหมีขาวนำไปก่อนนาทีที่ 70 ก่อนที่ เซอร์เกย์ เซมัก จะบวกลูกที่ 2 ให้ เซนิต เอาชนะไป 2-0 กุมความได้เปรียบแบบชัดเจนก่อนเกมเลกสอง

ยอดทีมจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดูหมดความหวังในการพลิกเข้ารอบ เมื่อ เจมี่ คาร์ราเกอร์ แสดงความผิดพลาดจนโดน ฮัลค์ บวกประตูถึงห่าง 3-0 

ทว่าถึงนำไปด้วยสกอร์ขนาดนั้น เซนิต ก็ยังไม่สามารถชนะได้ เมื่อเจ้าบ้านได้ หลุยส์ ซัวเรซ กด 2 ประตูจากลูกฟรีคิกสุดสวย และ ประตูของ โจ อัลเลน ช่วยให้พวกเขากลับมาสู่เกมได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็บวกประตูที่ 4 เพิ่มในเกมนั้นไม่ได้ และทำให้พวกเขาต้องตกรอบไปด้วยกฎประตูทีมเยือน

 

สปอร์ติ่ง บราก้า | ฤดูกาล 2010-11

นี่คือหนึ่งใน ลิเวอร์พูล ชุดเลวร้ายที่สุดเท่าที่ เดอะ ค็อป เคยพบเจอมา ซึ่งมีนักเตะอย่างโซติริออส คีร์เกียคอส และ คริสเตียน โพลเซ่น อยู่ในทีม และพ่ายให้กับ สปอร์ติ้ง บราก้า ไป 1-0 ในเกมแรกของ ยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าบเมื่อปี 2011

โดยประตูของทีมจากโปรตุเกส ก็มาจากการที่ คีร์เกียคอส ทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษใส่ มอสโซโร่ และ อลัน กองกลางคู่แข่งก็สังหารผ่าน เปเป้ เรน่า เข้าไปไม่เหลือ

ในเกมเลกสองก็ไม่ใช่ค่ำคืนที่น่าจดจำเท่าไหร่นัก ณ สนามแอนฟิลด์ และ ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายตกรอบไปหลังจบด้วยผลเสมอ 0-0 ในเกมนั้น 

 

แอตเลติโก้ มาดริด | ฤดูกาล 2009-10

10 ปีก่อนลูกยิงของ ซาอูล ญีเกซ ในเมืองหลวงแดนกระทิง อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ยิงให้ แอตเลติโก้ มาดริด เฉือนชนะ ลิเวอร์พูล ไปก่อน 1-0 ในยูโรป้า ลีก รอบตัดเชือกเลกแรก

‘หงส์แดง’ ได้ประตูตีเสมอจาก อัลแบร์โต้ อาควิลานี่ ในเกมต่อมาที่ แอนฟิลด์ ก่อนที่ ยอสซี่ เบนายูน จะยิงประตูพลิกขึ้นนำให้ทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ มีลุ้นเข้ารอบในช่วงต่อเวลาพิเศษ

แต่ ฟอร์ลัน ก็กลายเป็นตัวแสบของ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง หลัง โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ครอสบอลเข้าในมาให้ หอกชาวอุรุกวัย ซัดเข้าไปไม่เหลือ ทำให้ ‘ตราหมี’ ผ่านเข้ารอบไปด้วยกฎประตูทีมเยือน ก่อนได้ชูถ้วยแชมป์รายการนี้ในบั้นปลาย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

น่าเสียดาย : จอช แม็คเอคราน อดีตดาวรุ่งสิงห์อีกรายผู้ไปไม่ถึงฝัน
น่าเสียดาย : จอช แม็คเอคราน อดีตดาวรุ่งสิงห์อีกรายผู้ไปไม่ถึงฝัน