ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงของกลุ่ม จี บุกไปเยือน เอฟซี โคเปนเฮเก้น ที่สนาม ปาร์เค่น โคเปนเฮเกน ทีมบ๊วยของกลุ่ม โดยเกมนี้ ซิตี้ ดร็อป เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์ ดาวยิงฟอร์มร้อนเป็นตัวสำรอง

 

เริ่มเกมมาเพียง 11 นาที แมนฯ ซิตี้ ส่งบอลเข้าสู้ก้นตาข่ายสุดสวยจากการยิงแถสองของ โรดรี้ ที่พุ่งเป็นจรวดเข้าไป แต่หลังจากมีการเช็ก VAR ผู้ตัดสินมาดูภาพช้าเอง บอลตกโดนมือ มาห์เรซ นิดนึง ทำให้ มาห์เรซ ได้เล่นบอลต่อ นำมาซึ่ง ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ที่ดีดคืนมาให้ โรดรี้ ยิงประตูนั่นเอง

 

จากนั้นในนาที 24 แมนฯ ซิตี้ ได้ VAR ส่งประโยชน์คืนมาบ้าง จากจังหวะบอลตกใส่แขนกองหลัง โคเปนเฮเก้น อย่างไรก็ตามมือสังหารอย่าง ริยาด มาห์เรซ กลับยิงไปโดน คามิล กราบาร่า นายด่านเจ้าถิ่นพุ่งปัดได้เสียอีก ทำให้สกอร์ยัง 0-0 ทั้งที่บุกอยู่นาน

 

ดราม่าในเกมนี้ยังบังเกิดต่อเนื่องเมื่อเกมครบครึ่งชั่วโมง เซร์คิโอ โกเมซ ไปดึงนักเตะโคเปนเฮเก้น ตรงแถวเส้น 18 หลาจนล้ม ตอนแรกจะฟ้องเอาจุดโทษแต่มันนอกกรอบ ทว่าเมื่อสัญญาน VAR ส่งมาเรื่องอาจเป็นใบแดง ทำให้ผู้ตัดสินต้องไปเช็ก และมันเป็นการฟาวล์จริงๆ ซึ่งเขาเป็นตัวสุดท้าย ทำให้ผู้ตัดสินแจกใบแดงให้ โกเมซ พร้อมฟรีคิกกับเจ้าบ้าน

 

จากนั้น เป๊ป กวาดิโอล่า  ตัดสินใจถอดเอา มาห์เรซ ออกทันทีแล้วส่ง รูเบน ดิอาซ ลงไปคุมหลัง แต่ทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันในครึ่งแรกแบบไร้สกอร์

ครึ่งหลังช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังทำประตูกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม โคเปนเฮเก้น เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 แบ่งกันไปคนละแต้ม ทำให้ ซิตี้เก็บเพิ่มเป็น10 คะแนนรั้งจ่าฝูงของกลุ่ม ส่วน โคเปนเฮเก้น ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 จากการมี 2 คะแนน

 

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม

เอฟซี โคเปนเฮเก้น :  คามิล กราบาร่า (GK) ,วัลเดอมาร์ ลุนด์ เจนเซ่น ,ดาวิด โคโชลาวา ,นิโคไล บอยเลเซ่น ,อิเลียส เจเลิร์ท ,มาร์โค สตาเมนิค ,ลูคัส เลราเกอร์ ,วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น ,วิคเตอร์ แคลสสัน ,ฮาคอน อาร์นาร์ ,ฮาราลด์สสัน ,โมฮัมเหม็ด ดารามี

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส (GK) ,ชูเอา คันเซโล่ ,มานูเอล อาคานจี ,อายเมริค ลาปอร์กต์ ,เซร์คิโอ โกเมซ ,โรดรี้ ,เควิน เดอ บรอยน์ ,อิลคาย กุนโดกัน ,ริยาด มาห์เรซ , ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ,แจ็ค กรีลิช