เสร็จศึกสำคัญไปเเล้วสำหรับทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่ทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายตามเป้าหมาย เเละเป็นการไปถึงรอบรอบน็อกเอาท์ในรอบ 47 ทีเดียว เเต่น่าเสียดายอย่างมากที่ ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้หลังจากโดนมังกรจีนเผด็จศึกชิงตั๋วรอบ8ทีมจากเราไป
เมื่อจบทัวร์นาเม้นเเล้วก็ต้องมาทบมวนกันใหม่ว่าทัพช้างศึกควรเดินหน้าไปในทิศทางไหนดี ซึ่งระหว่างศึกใหญ่มีการปลดโค้ชเเบบฟ้าฝ่ากลางทะเลทรายอาหรับ มิโลวาน ราเยวัช ออกไป เเละได้ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย มาทำหน้าที่เเทน เเละเวลานี้ทุกคนกับมาถึงไทยเเล้วเพื่อเริ่มต้นใหม่ เเละ gameover.club จะขอชี้ช่องทางว่าช้างศึกจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรเพื่อให้ทีมกลับมาผงาดอีกครั้ง
1.เร่งหากุนซือคนใหม่
อย่างเเรกที่สมาคมฟุตบอลฯต้องทำคือการเร่งหากุนซือคนใหม่ เข้ามาคุมทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก สำหรับทีม จากการนำเอา มิโลวาน ราเยวัช เข้ามาคุมทีมถือว่าล้มเหลวอย่างมาก เเนวทางการทำทีมไม่เหมาะสมกับนักเตะไทย เมื่อเล่นเกมรับเป็นหลักนั้นผิดธรรมชาติของสไตล์ไทยเเลนด์
เเละหากจะหากุนซือคนใหม่เข้ามาคุมทีมทั้งทีควรคิดให้รอบคอบนายกฯสมาคมต้องเปิดกว้างความคิดทางที่ดีควรปรึกษานักเตะตัวเก๋าของไทยอย่าง อาทิ ธีรศิลป์ เเดงดา หรือไม่ก็ ธีราธร บุญมาทัน ข้อมูลของนักเตะไปประกอบกับการหากุนซือคนใหม่ เเละต้องนำโค้ชไทย ประกบข้างๆเพื่อเติมข้อมูลให้เเน่นในการเฟ้นหาเเข้งไทยมาเล่นให้ทีมชาติ ส่วนดีกรีโค้ชใหม่นั้นมองว่า ไม่ต้องถึงเคยผ่านฟุตบอลโลก เเต่ขอให้เข้าใจเเละรู้ฟุตบอลไทยอย่างลึกซึ่งก่อนก็พอเเล้ว
2.อุ่นเครื่องทีมในระดับท็อปเอเชียหรือยุโรป
การฝึกที่ดีที่สุดคือการอุ่นเครื่องกับยอดทีม ทัพช้างศึก หากจะก้าวข้ามไปสู่ระดับเอเชียก็ต้องดวลกับทีมเอเชียหรือว่ายุโรปให้บ่อยขึ้นจะได้รู้ว่าเราอยู่ในระดับไหน เเละเป็นเรื่องที่ดีที่ทีมชาติจีนได้เชิญทีมชาติไทยไปทำการเเข่งขันศึก4เส้า ในช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ.2562 นี้ จะมีทีมจากทวีปอเมริกาใต้คือ อุรกวัย, โคลอมเบีย มาร่วมด้วยถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาทีมต่อไป
3.นักเตะต้องพัฒนาตัวเองไปสู่ระดับอินเตอร์
ทีมชาติจะโชว์ฟอร์มได้สวยงามเเค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับนักเตะด้วย คือต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ก้าวไปสู่ระดับท็อปให้ได้ อย่างเช่น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ธีราธร บุญมาทัน เเละ ธีรศิลป์ เเดงดา ที่ได้ผ่านเวทีเจลีกมาเเล้ว เเละล่าสุด ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็ได้เจริญรอยตามโยกไปซบ โออิตะ ทรินิต้า ทีมน้องใหม่ เเละยังมี ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม กองหน้าดาวรุ่งวัย 21 ปี ของเเบงค็อก ยูไนเต็ดที่ ย้ายไปร่วมทัพ เอฟซี โตเกียว ก่อนหน้านี้ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ เคยไปค้าเเข้ง มาเเล้ว เเละหากมีนักเตะไทยพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปสู่ระดับเอเชียหรือยุโรป มากเท่าไรก็จะยิ่งดีกับทีมชาติมากเท่านั้น
4.จัดเวลาเรียกเก็บตัวฝึกซ้อมให้เหมาะสม
ปัญหาของทีมชาติไทยที่มีอย่างต่อเนื่องคือการฝึกซ้อมบางครั้งการซ้อมไม่เพียงพอ ในเเต่ละทัวร์นาเม้นจะทำให้ ทีมเสียหายได้ เเละเวลานี้ มีโปรเเกรมจากฟีฟ่าเเล้ว ควรที่จะนำมากางเเล้วเช็กกับเกมลีกรวมไปถึงบอลถ้วยต่างๆ ให้ลงล็อกพอดี เพียงเเค่นี้ ทีมชาติไม่ว่าจะเป็นชุดใหญ่หรือว่าชุดเล็กก็จะได้มีเวลาฝึกซ้อมในเวลาที่ต้องการ ที่ผ่านมานั้นอาจจะโปรเเกรมมากเกินไปหรือว่าจัดไม่เข้าระบบลีกของบ้านเราทำให้นักเตะฝึกซ้อมน้อยเเละซ้อมไม่ถึงก่อนที่จะระเบิดศึกจริง
5.สร้างเเนวทางการเล่นให้เหมือนกันทุกชุด
เรื่องของเเนวทางการสร้างทีมชาติไทยนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ไทยยังไม่มีเเนวทางเป็นของตัวเองเสียที เรื่องนี้มีการพูดกันมาหลายปีเเล้วระบบไทยเวย์ ซึ่งโค้ชที่มาคุมเเต่ละคนต่างมี สไตล์เป็นของตัวเอง อิสระ ศรีทะโร ชุดยู-19 ปี อเล็กซานเดร กามา ชุดยู-23 ปี เเละ มิโลวาน ราเยวัช ที่เพิ่งออกไป ซึ่งเเต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน ชุดยู-19 อาจจะเน้นโต้กลับเร็ว ชุดยู-23ปี เน้นเกมบุก เเต่พอมาชุดใหญ่เน้นรับซะอย่างนั้นมันคนละทางกันเลย เรื่องนี้สมาคมฟุตบอลฯต้องเเก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
6.เทงบจัดการลีกสำรองอย่างเป็นระบบ
ทีมจะพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อมีนักเตะที่มีประสบการณ์ในสนาม ลีกเมืองไทยยังขาดในเรื่องของลีกสำรอง ที่จะทำให้นักเตะได้พัฒนามากขึ้น ที่ผ่านมามีT4 ที่สโมสรใหญ่ที่พร้อมสามารถส่งทีมไปเล่นได้ เเต่ก็ไม่ทุกทีมมันยังไม่ตอบโจทย์ เเละหากมีการทุ่มงบประมาณมาสร้างลีกสำรองอย่างจริงจังเเบบลีกสำรองต่างประเทศ เชื่อว่าน่าจะมีเพชรเม็ดงามเกิดขึ้นได้ เเต่ก็เข้าใจว่าเรื่องงบประมาณเป็นสิ่งที่สำคัญมันก็ไม่ใช้หาได้ง่าย หากจะลงทุนเรื่องนี้จะต้องเป็นหลักหลายล้าน เเต่หากทำให้เกินขึ้นจริงไม่เเน่ว่าอาจจะคุ้มเกินคุ้มก็ได้
7.สมาคมฯฟุตบอล,นักเตะไม่ต้องไปสนใจโซเชียล
ต้องกำจัดในเรื่องสิ่งที่จะมาบั่นทอนจิตใจออกไปให้ได้ ซึ่งจะบอกว่านั้นก็คือกระเเสโซเชียล ต่างๆไม่ว่าจะเป็น อินสตาแกรม เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ที่เข้ามาทำร้ายนักเตะหรือฝ่ายบริหารของทีมชาติไทย ไม่ใช่จะบอกว่าเเค่ชุดเอเชียนคัพ ที่โดนเเต่จะบอกถึงนักเตะทีมชาติไทยทุกคน ต้องยอมรับว่าเเฟนบอลไทยมีร้อยพ่อพันธ์เเม่ ไม่สามารถหยุดความคิดคนไหนได้ หากเป็นเรื่องดีก็ควรเก็บไว้ เเต่อันไหนที่มาทำร้ายจิตใจก็ไม่ควรเอามาใส่ใจ รวมถึงเรื่องข่าวก็เช่นเดียวกัน ต้องบอกให้รู้ว่าสื่อบางกลุ่มก็ต้องการเรียกยอดไลน์เเค่นั้น เกิดเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยต้องอดทน อยากบอกให้รู้ว่ามีเเฟนบอลส่วนใหญ่ที่หนุนหลังพวกคุณอยู่
เวลานี้ประวัติศาสตร์ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ได้เปลี่ยนอีกครั้งหลังจากผ่านเข้ารอบ16ทีมสุดท้ายเอเชียนคัพไปได้ ต่อจากนี้ไปคือการเก็บสิ่งที่พลาดมาพัฒนาเพื่อให้ทีมได้เดินหน้าต่อไปเช่ือว่าหากมีการพัฒนาเเบบถูกทางเเละถูกต้องทีมชาติไทยยังก้าวไปไกลกว่านี้ได้อีกเเน่













