เข้ากระเป๋าตัวเอง!“เกลเซอร์”ปล่อยหุ้นผี6พันล้านแต่สโมสรเผยไม่ได้รับเงิน

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เรื่องการขายหุ้นจำนวน 9.5 ล้านหุ้นอย่างเป็นทางการ ในเวลาปิดตลาดสหรัฐ วันอังคารที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยสโมสรมือเปล่าจากขายหุ้นครั้งนี้ ที่มีมูลค่าถึง 137.12 ล้านปอนด์ หรือกว่า 6,300 ล้านบาท

 

แถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า ได้ขายหุ้นในชื่อของ เควิน เกลเซอร์ และ เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ 2 ผู้บริหาร ของแมนฯยูไนเต็ด คิดเป็น 8% ของหุ้นทั้งหมดที่ตระกูลเกลเซอร์ครอบครอง แต่ยังคงถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ตัวเลข 69% ซ้ำยังเป็นการขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าในตลาดหุ้น เนื่องจากมีการขายในจำนวนมาก และยืนยันว่า แมนยูฯ ไม่ได้รับเงินจากการขายหุ้นในครั้งนี้

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการ ไตรมาสที่ 2 ของทีมฤดูกาล 2020-21 ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2020 ซึ่ง แมนฯยูไนเต็ด มีหนี้รวมสูงถึง 455.5 ล้านปอนด์ หรือกว่า 18,000 ล้านบาท

 

ครั้งนั้น ทำให้ อัฟราม เกลเซอร์ หนึ่งในประธานร่วมของทีม ได้ชิงขายหุ้น โดยในช่วงเวลาดังกล่าง(กลางเดือนมีนาคม) ราคาหุ้นของ แมนฯยู อยู่ที่หุ้นละ 20.13 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 624 บาท คาดกันว่า เขาโกยเงินไปกว่า 3,000 ล้านบาท และทำให้เขาเหลือการถือหุ้นอยู่ที่ตัวเลข 10.2% และหุ้นทั้งหมดของตระกูลอยู่ที่ 74.9% ทั้งที่ มัลคอล์ม เกลเซอร์ คุณพ่อของตระกูลนี้ที่ล่วงลับ เคยกวาดหุ้นทั้งหมดเป็นของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนมาถึงวันนี้หลังจาก เควิน และเอ็ดเวิร์ด ได้ขายตาม อัฟราม ทำให้หุ้นในมือของตระกูลนี้เหลืออยู่ 69%

 

ประเด็นสำคัญในการขายหุ้นครั้งนี้ นอกจากการบริหารที่ยอดแย่มาก่อนหน้านี้ที่ทีมติดหนี้ยับเยินแล้ว ยังต้องมาเผชิญกับภาวะล็อกดาวน์เพราะโคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 ทำให้รายรับพวกเขาหายไปหมดทั้งการทัวร์สนาม, การขายสินค้า และผู้ชมเข้าแข่งขันไม่ได้ บวกกับการรวมตัวจัดตั้งซูเปอร์ลีก ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าอีกด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  ข้อดีก็มี! เฟอร์ดินานด์ยกย่องตระกูลเกลเซอร์ทำให้เกิดดีลโรนัลโด้