ซีอีโอลีกสูงสุดแดนผู้ดีเผยทีมสูญเงินกว่า 700 ล้านปอนด์ในช่วงไวรัสระบาดทั่วโลก
ริชาร์ด มาสเตอร์ส ประธานผู้บริหารสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่าสโมสรในลีกสูญเงินไปมากถึง 700 ล้านปอนด์ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในฤดูกาลที่ผ่านมา
เกมลีกสูงสุดแดนผู้ดีต้องหยุดชะงักลงในเดือนมีนาคม หลังมีรายงานว่านักเตะและกุนซือในลีกติดเชื้อโควิด-19 และต้องเว้นช่วงไปนานกว่า 3 เดือน ก่อนจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในเดือนมิถุนายน โดยจัดแบบไม่มีแฟนบอลเข้าชม และจำกัดผู้คนเข้าสนามต่อเกม ซึ่งแข่งขันจบลงด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 12 กันยายนนี้ ได้มีการเปิดเผยว่าสโมสรจากพรีเมียร์ลีก สูญเงินกว่า 700 ล้านปอนด์ (ราวๆ 28 หมื่นล้าน บาท) ในช่วงที่ฟุตบอลถูกระงับจากโควิด-19 ซึ่งไม่มีแฟนบอลเข้าชม ส่งผลทำให้ทีมเสียรายได้ในส่วนนั้นไปมหาศาล
“การไม่มีแฟนบอลในสนามทำให้เกิดผลกระทบทางการเงินที่ร้ายแรง ไม่ใช่แค่ในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่รวมไปถึงฟุตบอลด้วย ทุกการแข่งขันในพรีเมียร์ลีกมีส่วนช่วยเศรษฐกิจในท้องถิ่นและระดับชาติประมาณ 20 ล้านปอนด์ ดังนั้นเราจึงต้องการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนความพยายามของชาติ” มาสเตอร์ส กล่าวกับ สกาย สปอร์ต
“มีการรับรู้ว่าพรีเมียร์ลีกสามารถประคับประคองความสูญเสียในระยะยาวได้ แต่มันก็เป็นเรื่องที่เจ็บปวดมากสำหรับสโมสร และยังมีความท้าทายอีกมากมายรออยู่ข้างหน้า ฤดูกาลที่แล้ว เราสูญเสียไปประมาณ 700 ล้านปอนด์ และในฤดูกาลหน้า รายได้จากการแข่งขันจะเกี่ยวกับตัวเลขนั้นอีกครั้ง ดังนั้นยิ่งเราดึงแฟนบอลกลับเข้ามาในสนามได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะสามารถลดจำนวนดังกล่าวได้เร็วขึ้นเท่านั้น”






