ลูกากู รายล่าสุด? : เบอร์ 9 ต้องคำสาปที่ดาวยิงสิงห์บูลส์ต้องเผชิญ 

 

 

จากปี 2013 ที่โรเมลู ลูกากู นั้นก้าวออกจากถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ออกไปโลดแล่นในโลกลูกหนังกับหลายสโมสรทั้ง เอฟเวอร์ตัน ,แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อินเตอร์ มิลาน ผ่านมา 8 ปีเต็ม ก็ถึงเวลาอันสมควรที่ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยม จะได้หวนกลับมาคืนสู่ทีมอีกครั้งเป็นคำรบ 2  

 

 

แน่นอนว่าไม่มีใครสงสัยว่าทำไม “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช ประธาน “สิงห์บูลส์” จึงกล้าทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรถึง 97.5 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว ลูกากู กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง เพราะจากผลงานที่ดาวยิงเบลเยี่ยม ทำเอาไว้กับทัพ “งูใหญ่” ตลอด 2 ฤดูกาลหลังสุด ด้วยการยิงไปถึง 42 ประตูจาก 74 นัด พร้อมกับช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี รวมทั้งคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลที่แล้วไปครอง นั่นการันตีว่าเขาเป็นหนึ่งในกองหน้าระดับโลกแห่งยุคนี้ไปแล้ว 

 

 

แต่หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยคือการที่ ลูกากู ตัดสินใจเลือกเสื้อหมายเลข 9 มาครอบครอง เพราะเชื่อว่าหลายคนรู้ดีว่านี่คือเบอร์เสื้อต้องคำสาปปราบเซียนของทัพ “สิงห์บูลส์” ก็ว่าได้ เพราะตลอดกว่า 17 ปีที่ผ่านมา นั้นไม่มีดาวยิงคนใดที่สวมเสื้อเบอร์ดังกล่าว และประสบความสำเร็จกับสโมสรได้เลย และวันนี้ UfaArena จะพามาดูกันว่ามีใครบ้าง  

 

มาเตย่า เคซมัน (ย้ายมาจาก พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น 5 ล้านปอนด์ ปี2004)

 

ในช่วงเวลาปี 2004 อาจจะเป็นปีที่แฟนบอล สิงห์บลูส์ นั้นจดจำไปตลอดกาล เพราะ โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นสามารถพาทีมก้าวไปถึงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ พร้อมกับการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากแข้งอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ,ไอเดอร์ กุดยอห์นเซ่น หรือ ปีเตอร์ เช็ก แต่ที่น่าผิดหวังไม่น้อยคือผลงานของ เคซมัน ที่เป็นสุดยอดดาวยิงสมัยค้าแข้งกับ พีเอสวี  แต่กับ เชลวี ดาวยิงทีมชาติเซอร์เบีย กลับทำไปเพียง 7 ประตูเท่านั้น จากการลงสนาม 40 นัด ก่อนที่เขาจะต้องระเห็จย้ายทีมในฤดูกาลเดียวเท่านั้น

 

เฮอร์นาน เครสโป (ย้ายมาจาก อินเตอร์ มิลาน 16.8 ล้านปอนด์ ปี 2005)

 

สุดยอดดาวยิงทีมชาติ อาร์เจนติน่า ที่ระเบิดฟอร์มกับทั้ง ปาร์ม่า, ลาซิโอ , เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทัพ เชลซี อย่างไรก็ตาม เครสโป นั้นต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ฤดูกาลแรกของเขาในกรุงลอนดอนนั้นไปเป็นไปอย่างที่คาดหวัง ไปจนถึงปัญหานอกสนามที่รุมเร้า จน สุดท้ายก็ต้องย้ายไปเอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวในปี 2004 ผ่านไปหนึ่งฤดูกาล เครสโปกลับมาเชลซีอีกครั้ง พร้อมกับรับเสื้อหมายเลข 9 มาครอง  คราวนี้ได้แชมป์กับทีมเสียด้วย แต่สุดท้ายผลงานการยิง 20 ประตู จาก 49 นัดของเขาก็ยังไม่ดีพอ และถูกปล่อยไปให้ อินเตอร์ มิลาน ยืมตัว ก่อนซื้อขาดเป็นคำรบ 2 ในที่สุด

 

เฟร์นานโด ตอร์เรส (ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล 50 ล้านปอนด์ ปี 2011) 

 

สะเทือนวงการลูกหนัง พรีเมียร์ลีกสุดๆ สำหรับ ตอร์เรส ที่ย้ายแบบฟ้าผ่าในช่วงตลาดนักเตะรอบ 2 วันสุดท้ายกำลังจะปิดด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติถึง 50 ล้านปอนด์ ซึ่งแน่นอนว่า เอล นิญโญ่ คือหนึ่งในศูนย์หน้าระดับตำนานของ หงส์แดง หลังฝากผลงานเอาไว้ด้วยการยิง 81 ประตู จาก 142 นัด ท่ามกลางความคาดหวังว่าเขาจะสานต่อความสำเร็จได้ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ 

 

แต่ปรากฏว่า ตอร์เรส นั้นสร้างผลงานได้อย่างน่าผิดหวังสุดๆ และต้องรอเกือบ 10 เกม หรือกว่า 903 นาที เพื่อสังหารประตูแรกให้กับทีม ก่อนที่สุดท้ายจะยิงไปเพียง 11 ประตู เท่านั้นในฤดูกาลต่อมา และทำประตูรวมไปทั้งสิ้น 46 ประตู จาก 172 นัด ซึ่งแม้ผลงานส่วนตัวจะน่าผิดหวัง แต่เขาก็เป็นหนึ่งในทีมชุดที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ,ยูโรปา ลีก และ เอฟเอ คัพ ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทัพ เอซี มิลาน และ แอตเลติโก มาดริด ต่อจากนั้น 

 

 

ราดาเมล ฟัลเกา (ย้ายจาก แมนฯยู สัญญายืมตัว ปี 2015 )

 

 

จากการเป็นยอดกองหน้าระดับโลกสมัยค้าแข้งกับ โมนาโก ปรากฏว่าเมื่อมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก  ผลงานของ ฟัลเกา กลับลงเหวแบบน่าเหลือเชื่อ เริ่มจากการย้ายมาร่วมทัพ แมนฯยูไนเต็ด และยิงไปเพียง 4 ประตูจาก 26 นัด อย่างไรก็ตาม เชลซี นั้นก็อยากจะลองดูบ้าง ก่อนจะยืมตัวต่อมาจากนั้น และผลงานเรียกว่าพังพินาศยิ่งกว่าเดิมเมื่อทำไป 1 ประตูจาก 12 นัด จนสุดท้ายเขาต้องกลับไปยัง โมนาโก ในปี 2016 และก็ไม่ได้ไปค้าแข้งที่ไหนอีก 

อัลบาโร่ โมราต้า (ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด 60 ล้านปอนด์ ปี 2017)

 

อีกหนึ่งกองหน้าที่ เชลซี คว้าตัวมาร่วมทัพแบบสุดแพงเป็นสถิติสโมสร และเหมือนว่าอาถรรพ์หมายเลข 9 จะทำอะไรเขาไม่ได้อีกต่อไป หลังจากที่ ดาวยิงทีมชาติสเปน ระเบิดฟอร์มซัดไปถึง 8 ประตู จากการลงสนาม 11 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเขาเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บ และเมื่อกลับมาฟอร์มก็ตกลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดต้องเสียตัวจริงให้กับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ รวมทั้งยังหลุดทีมชาติสเปน ชวดเตะฟุตบอลโลกในปี 2018 ด้วย ก่อนที่ 2 ฤดูกาลกับ เชลซี จะกลายเป็นฝันร้ายจนต้องย้ายกลับมาค้าแข้งในสเปนอีกครั้งกับ แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว  

 

กอนซาโล่ อิกัวอิน (ย้ายจาก ยูเวนตุส สัญญายืมตัว ปี 2019 ) 

 

 

การย้ายมาคุมทัพของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ทำให้เขาตัดสินใจดึงอดีตแข้งที่เคยร่วมงานที่ นาโปลี อย่าง อิกัวอิน มาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัวในช่วงตลาดนักเตะรอบ 2 และก็ตามคาดผลงานไม่เป็นดั่งหวัง เพราะดาวยิงอาร์เจนไตน์ นั้นทำไปเพียง 5 ประตูเท่านั้น ก่อนที่ เชลซี จะไม่ตัดสินใจซื้อขาด และปล่อยเขากลับไป ยูเวนตุส ตามเดิม 

แทมมี่ อับราฮัม (แข้งอคาเดมี่ของสโมสร ปี 2020 )

 

กองหน้าดาวรุ่งเด็กปั้นที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจเลือกใช้งานเมื่อได้รับโอกาสเข้ามาคุม “สิงห์บูลส์” พร้อมกับมอบเสื้อหมายเลข 9 ให้ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าผลงานส่วนตัวนั้น ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเลย เมื่อเขาเป็นดาวซัลโวร่วมของทีมเมื่อฤดูกาลก่อนด้วยการยิงไปถึง 12 ประตู  แต่สุดท้ายก็ยังไม่ดีพอที่จะช่วยให้ แลมพาร์ด ได้ทำหน้าที่คุมทัพต่อ ซึ่งในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังต้องบอกว่าหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะนับตั้งแต่ โธมัส ทูเคิล เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ ดาวยิงวัย 22 ปี แทบไม่ได้รับโอกาสลงสนาม ก่อนจะถูกปล่อยตัวในซัมเมอร์นี้ให้กับ โรม่า ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ในที่สุด

 

 

 

                                                             DaboyG 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ย้อนรอย 5 แข้งซบสิงห์บลูพร้อมลูกากูหนแรกปี 2011