ศึกลูกหนัง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่ม เอฟ ทั้งสองคู่ลงสนามฟาดแข้งพร้อมกัน โดย “อินทรีฟ้าขาว” ลาซิโอ ที่มี 9 แต้มก่อนเริ่มเกม เปิดบ้านดวลกับ คลับ บรูจจ์ ที่มี 7 แต้ม ส่วนอีกคู่ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก ทีมบ๊วยของตารางที่มี 1 แต้ม เปิดบ้านดวลกับ “เสือเหลือง” โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ที่มี 10 แต้ม และเป็นทีมเดียวที่การันตีเข้ารอบแล้วก่อนแข่ง

 

 

ผลปรากฏว่าในคู่ของ ลาซิโอ กับ คลับ บรูจจ์ นั้นเป็น โจอาควิน คอร์เรอา ยิงให้เจ้าถิ่นนำไปก่อน1-0 ในนาทีที่ 12 ก่อนที่ รุดด์ วอร์เมอร์ จะตีเสมอ 1-1 ในอีก 3 นาทีต่อมา จากนั้นเจ้าบ้านมาได้จุดโทษในนาที 27 จาก ชิโร่ อิมโมบิเล่ ก่อนที่ทีมเยือนจะต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เมื่อ เอดูอาร์ โซบอล มาโดนใบเหลือที่สองเป็นใบแดง ไล่ออกจากสนาม อย่างไรก็ตามในครั้งหลัง ฮันส์ วานาเค่น มาซัดประตูตีเสมอให้ คลับ บรูจจ์ ในนาที 76 ทำให้จบเกม เสมอ 2-2 แบ่งกันไปคนละแต้ม

 

 

ส่วนอีกคู่ เซนิต ดวล ดอร์ทมุนด์ ปรากฏว่า เจ้าบ้านได้ประตูนำก่อน 1-0 จาก เซบาสเตียน ครีอุสซี่ ในนาทีที่ 16 แต่แล้วในครึ่งหลังทีมเยือนได้ 2 ประตูรวดจาก ลูคัส พิซเชก นาที 68 และ อักเซล วิตเซล มายิงประตูชัยนาที 78 ทำให้ทัพ “เสือเหลือง” บุกมาเอาชนะ เซนิต ไปได้แบบสุดมัน 2-1

 

 

ทำให้หลังเตะครบรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 6 นัด ในกลุ่ม เอฟ เป็น โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ที่มี 13 แต้มคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง ตามมาด้วย ลาซิโอ มี 10 แต้มรั้งอันดับสอง และเป็น 2 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ส่วน คลับ บรูจจ์ มี 8 แต้ม รั้งอันดับ 3 ไปเตะถ้วย ยูโรป้า ลีก และ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก มีแต้มเดียวรั้งบ๊วยของกลุ่ม