ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ เป็นเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เริ่มเกมมา 8 นาที แมนฯยู ได้ลุ้นจากจังหวะที่ สก็อต แม็คโทมิเนย์ จ่ายบอลให้ บรูโน่ แฟร์นานเดส หน้ากรอบเขตโทษได้ปั่นโค่งๆ แต่ แซ็ค สตีเฟ่น พุ่งเซพออกหลังไปได้หวุดหวิด
จากนั้นนาที 12 ซิตี้ ได้โอกาสบ้างเมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะลองส่องไกลบอลพุ่งชนเสาเด้งออกมาอย่างจัง
เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมงรูปเกมยังสูสี และเป็นเจ้าบ้านที่ได้ลุ้นอีกครั้งในนาที 34 เมื่อ แม็คโทมิเนย์ ได้โอกาสลองยิงเน้นๆ แต่บอลยังข้ามคานออกไปนิดเดียว
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0
GOAL!!! เข้าสู่ครึ่งหลัง นาที 49 เป็น ซิตี้ ที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากลูกตั้งเตะ ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลมาในกรอบเขตโทษ และเป็น จอห์น สโตนส์ ที่วิ่งเข้ามาเฉบซัดเข้าไปไม่มีเหลือ
นาที 56 ซิตี้ เกือบได้เพิ่มอีกประตู จากจังหวะสวนกลับ ฟิล โฟเด้น หลุดเข้ามาฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดมาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ขึ้นโขกเต็มๆแต่บอลออกหลัง
ทีมเยือนยังมารัวๆ เมื่อเกมผ่านมาครบชั่วโมง คราวนี้เป็น มาห์เรซ ที่กระชากบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะปั่นโค้งบอลจะเสียบสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่ ดีน เฮนเดอร์สัน ยังซูเปอร์เซฟได้อีก
นาที 75 ยูไนเต็ด แก้เกมส่งเอา เมสัน กรีนวู้ด ลงมาแทน แม็คโทมิเนย์
GOAL!!! เข้าสู่ช่วงท้ายเกม นาที 84 เรือใบสีฟ้า มาได้ประตูฝัง 2-0 จากลูกเตะมุม เดอบรอยน์ เปิดเข้ามา อารอน วาน บิสซาก้า โขกสกัดมาเข้าทางปืน แฟร์นานดินโญ่ ยิงเน้นๆเข้าเสาแรกเข้าไปไม่มีเหลือ
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกม แมนฯยูไนเต็ด พ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้าน 0-2 ทำให้ทัพ เรือใบสีฟ้า ทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปดวลกับ ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ ที่สนามเวมบลีย์ในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนนี้
รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ดีน เฮนเดอร์สัน (GK), วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี แม็คไกวร์, ลุค ชอว์, อารอน วาน-บิสซากา, เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, พอล ป็อกบา, บรูโน เฟอร์นันเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: แซค สเตฟเฟน (GK), เจา คันเซโล, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, แฟร์นันเดินโญ, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเดน และ ราฮีม สเตอร์ลิง

