
การซื้อขายนักเตะในตลาดเป็นเรื่องปกติอยู่เเล้วที่บางทีมจะได้เพรชเม็ดงาม บางทีมอาจจะโดนย้อมเเมว บ้างก็ซื้อนักเตะโนเนมมาปั้นจนเเจ้งเกิด บ้างก็ซื้อดาวดังมาเเต่กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่ดีออกมาได้ เหมือน ลิเวอร์พูล ที่ซื้อ นาบี เกต้า ด้วยค่าตัว 54 ล้านปอนด์เเต่กลับไม่สามารถดึงฟอร์มเทพออกมาได้ เเต่นั้นเป็นเพียง 1 ดีล หงส์เเดง ยังเคยมีการซื้อ-ขายที่เเย่อีกหลายครั้ง วันนี้ UfaArena จะพาไปชม 10 ดีลยอดเเย่ของยอดทีมเเห่งถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์
1 อัลแบร์โต้ อควิลานี่ (โรม่า – ลิเวอร์พูล)

นับเป็นช่วงถ่ายเลือดของลิเวอร์พูลอย่างเเท้จริง ช่วงปี 2009 พวกเขาต้องเสีย ชาบี อลอนโซ่ อดีตเจ้าพอเท้าชั่งทองของทีมไปให้กับ เรอัล มาดริด เเละทิ้งช่องโหว่ในเเดนกลางให้กับ ราฟา เบนิเตซ กุนซือทีมหงส์เเดงต้องหาตัวเเทนให้ได้ ซึ่งหวยก็ไปออกที่ อัลแบร์โต้ อควิลานี่ กองกลางหน้าหล่อของ โรม่า
สำหรับ อควิลานี่ ที่เข้ามาเเต่กลับต้องเเบกความกดดันมหาศาลที่ อลอนโซ่ ทำไว้ดีเหลือเกิน เเต่หลังเซ็นได้ไม่นานเจ้าตัวก็พกอาการบาดเจ็บมาด้วย กว่าจะได้ลงประเดิมสนามเกมเเรกต้องรอเกือบ 3 เดือน เเถมพอลงมาก็ไม่ได้เป็นดังหวัง ทั้งการจ่าย, ยิง หรือตัดเกม อควิลานี่ เเทนที่ อลอนโซ่ ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ตลอด 2 ปีกว่าที่ลงเล่นในถิ่น แอนฟิลด์ เจ้าตัวลงเล่นไปเพียง 28 เกม ยิงไป 2 ประตู เเละมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังรบกวนตลอด จึงดึงฟอร์มที่ดีออกมาไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกปล่อยไปให้กับทั้้ง ยูเวนตุส เเละ เอซี มิลาน ยืมตัวใช้งานก่อนจะปล่อยขาดให้ ฟิออเลนติน่า ในปี 2012
2 อัลแบร์โต้ โมเรโน (เซบีย่า – ลิเวอร์พูล)
![]()
ตั้งเเต่หมดยุคของ ยอน อาร์เน่ รีเซ่ ลิเวอร์พูล ก็ต้องลองผิดลองถูกเเละผิดพลาดกับเเบ็คซ้ายหลายคน ไล่ตั้งเเต่ อันเดร ดอนเซนน่า, หลุยส์ เอ็นริเก้ มาจนถึง อัลแบร์โต้ โมเรโน ที่ต้องบอกว่าดีกรีไม่ธรรมดาจริงๆ คว้าเเชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 3 สมัยกับ เซบีย่า ทำให้ทีมหงส์เเดง ทุ่มเงิน 12 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีม
ช่วงเเรก โมเรโน เปิดตัวได้อย่างวูบวาบ ลูกโซโลเดี่ยวเข้าไปยิงประตู สเปอร์ส คือสิ่งที่เเฟนบอลคาดหวังว่านี้จะเป็นตำนานของทีมได้ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นจุดอ่อนของ โมเรโน ก็ค่อยๆเผยออกมา มีจุดเด่นคือความเร็วในการเติมเกม เเต่จุดด้อยมีทั้งเข้าบอลพรวด, ยืนตำเเหน่งไม่ดี เเละ ลงมาเล่นเกมรับไม่ทัน ทำให้เขาถูกเรียกว่าเป็นบ่อน้ำมันของทีม จนทีมไปคว้าตัว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน มาร่วมทีม เเละเเจ้งเกิดในตอนที่ โมเรโน เจ็บ ทำให้เขาต้องใส่สนับตูดนั้งจนก้นชา เพราะฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของ โรเบิร์ตสัน นั้นเอง
3 เซบาสเตียน โคอาเตส (นาซิอองนาล – ลิเวอร์พูล)

ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการหาตัวเเทนของ ซามี่ ฮูเปีย ซึ่งการดึง เซบาสเตียน โคอาเตส มาจากนาซิอองนาล เป็นสิ่งที่เเฟนบอลสนใจไม่น้อย เพราะ โคอาเตส เพิ่งพาทีมชาติอุรุกวัยคว้าเเชมป์ โคปา อเมริกา เเถมยังคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ด้วย
อย่างไรก็ตามค่าตัว 7 ล้านปอนด์ที่ลิเวอร์พูลจ่ายไปดูจะไม่คุ้มเอาเสียเลย เขามีอาการบาดเจ็บติดตัว เเถมไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ ส่วนใหม่มักจะต้องลงไปเล่นกับทีมสำรอง เเละเมื่อได้โอกาสก็จะทำไม่ดีพอ ทำให้ตลอด 3 ปี กับทีมหงส์เเดงได้ลงสนามไปเพียง 12 นัด ยิง 1 ประตุ ก่อนจะถูกปล่อยยืมไป ซันเดอร์แลนด์ เเละถูกปล่อยขาดในฤดูกาลต่อมา
4 ไรอัน บาเบล (อาแจ็กซ์ – ลิเวอร์พูล)

ไรอัน บาเบล เป็นดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามมองที่สุดคนหนึ่ง ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะทุ่มเงิน 11.5 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีมจาก อาแจ็กซ์ ในฮอนเเลนด์ เเต่พอย้ายมา บาเบล ที่ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าพ่อโซเชียล ก็ให้ความสนใจกับชีวิตนอกสนามมากเกินไป จนฟอร์มในสนามไม่พัฒนาจนโดนเเฟนบอลวิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะการตัดต่อรูปภาพ ฮาเวิร์ด เว็บบ์ ใส่เสื้อทีมแมนฯยู ซึ่งทำให้เขาโดนลงโทษมาเเล้ว
โอกาสของ บาเบล มักจะเริ่มขึ้นบนม้านั้งสำรอง อยู่กับทีม 4 ปีเล่นไป 91 นัดยิงไป 12 ประตู เมื่อดูเเล้วยังไงก็ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ สุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ในปี 2011
5 ร็อบบี้ คีน (สเปอร์ส – ลิเวอร์พูล)

ราฟาเอล เบนิเตซ ทุ่มเงิน 20 ล้านปอนด์ คว้าตัวกองหน้าประสบการณ์สูงอย่างที่โชว์ฟอร์มได้ดีกับสเปอร์สอย่าง คีน มาร่วมทีม ซึ่งในปี 2008 ถือเป็นเงินที่ไม่น้อยทีเดียว ทำให้ความคาดหวังของเเฟนๆสูงไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ในยุคของ เบนิเตซ ขึ้นชื่อในเรื่องการเปลี่ยนตำเเหน่งให้นักเตะอยู่เเล้ว คีน ในฐานะกองหน้าตัวเป้า เเต่มักถูกกุนซือสเปนจับไปเล่นปีก ทำให้เขาไม่สามารถดึงฟอร์มเก่งออกมาได้ ลงสนามไป 28 นัด ยิงไป 8 ประตู ผลงานไม่เข้าตาเเม้เเต่นิดเดียว ทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจขายเขากลับไป สเปอร์ส ด้วยค่าตัวที่ขาดทุน เเค่ 12 ล้านปอนด์เท่านั้น
6 เฟร์นานโด มอริเอนเตส (เรอัล มาดริด – ลิเวอร์พูล)

ในยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ ลิเวอร์พูล เซ็นสัญญาคว้านักเตะสเปนมาร่วมทีมมากมาย มอริเอนเตส คือหนึ่งในนั้น เขาเป็นเเข้งส่วนเกินของ เรอัล มาดริด เเต่ย้ายไปเฉิดฉายสุดๆกับ โมนาโก พาทีมเข้าชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่อย่าง ยูฟ่าเเชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะไปเเพ้ ปอร์โต้ ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้การย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ของเขาทำให้เเฟนๆมีหวังไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ความฝันกับความจริงต่างกัน มอริเอนเตส ไม่สามารถดึงฟอร์มเก่งออกมาได้ สไตล์ของเขาไม่เหมาะกับบอลอังกฤษอย่างชัดเจน ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง ยิงไปได้เพียง 8 ประตูจากการลงสนาม 41 เกม สุดท้ายก็ต้องย้ายกลับไปเล่นกับ บาเลนเซีย ในปี 2006
7 มาริโอ บาโลเตลลี่ (มิลาน – ลิเวอร์พูล)
![]()
ภารกิจการหาตัวเเทน หลุยส์ ซัวเรซ ยังเป็นงานที่ยากสำหรับทีมหงส์เเดง เเละสร้างความฮือฮาไม่น้อย หลังลองของทุ่มเงิน 16 ล้านปอนด์คว้าตัว บาโลเตลลี่ มาร่วมทีม ซึ่งทุกคนก็รู้กิตติศัพท์ของดาวยิงอิตาลีคนนี้ไม่น้อย เพราะเรื่องความเกรียนมาเป็นเบอร์ 1 ของโลกอยู่เเล้ว
เเม้จะเป็นเเบบนั้นเเต่เเฟนบอลก็อดตื้นเต้นไม่ได้เเละหวังว่า บาโลเตลลี่ จะโตพอที่จะเลิกเกลี่ยนได้เเล้ว เเถมผลงานในสนามของเจ้าตัวทั้งกับอิตาลีเเละเเมนฯ ซิตี้ ก็นับว่าไม่เลวร้ายเลย
บาโลเตลลี่ เปิดตัวได้อย่างสวยงามยิงประตูใส่สเปอร์ส เเต่หลังจากนั้น พฤติกกรรมความเกรียนก็เริ่มกัดกร่อนเขาอีกครั้ง เหยียดชาวยิวผ่านโซเชียลมีเดีย, แลกเสื้อกับเปเป้ช่วงพักครึ่งกับเรอัล มาดริด สร้างความปวดหัวกับรอดเจอร์สเป็นอย่างมาก ทำให้โอกาสของเขาลงน้อยลงไปด้วย ลงสนามไป 28 เกมใน 1 ฤดูกาลยิงไป 4 ประตู ก่อนจะถูกปล่อยตัวกลับไปอยู่กับ เอซี มิลาน
8 แอนดี้ แคร์โรลล์ (นิวคาสเซิ่ล – ลิเวอร์พูล)

จากความผิดพลาดของ เชลซี ที่ซื้อ ตอร์เรส ก่อให้เกิดความผิดพลาดของ ลิเวอร์พูล ที่เเทบจะไม่มีเวลาคิดอะไร(ขาย ตอร์เรส ช่วงท้ายของตลาด) ทำให้พวกเขาเสี่ยงทุ่มเงินถึง 35 ล้านปอนด์ คว้าตัว แอนดี้ แคร์โรลล์ กองหน้าร่างยักษ์ของ นิวคาสเซิ่ล มาร่วมทีม
ที่บอกว่าเสี่ยงมากเพราะ แคร์โรลล์ โชว์ฟอร์มได้ดีในช่วงต้นของฤดูกาล 2011 เท่านั้น เเต่ ลิเวอร์พูล ก็ไม่มีทางเลือกมาก ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงต้องยอม เเละมันก็เกิดผลทันใด แคร์โรลล์ ที่ถูกเซ็นมาเพื่อเเทนที่ของ ตอร์เรส เเต่ดันพกอาการบาดเจ็บมาด้วย กว่าจะได้ประเดิมสนามต้องรอเป็นเดือนๆ เขายิงได้เพียง 2 ประตูจาก 9 เกมในทุกรายการ ก่อนยิงได้แค่ 9 ประตูจาก 47 เกมในทุกรายการซีซั่นถัดมา เเถมยังไม่สามารถเล่นได้เข้าขากับ หลุยส์ ซัวเรซ อีกหนึ่งกองหน้าของทีมในตอนนั้น
หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็มีการเปลี่ยนเเปลงทีมครั้งใหญ่ คือการเเต่งตั้ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นกุนซือซึ่ง แคร์โรลล์ ก็เเทบไม่ได้โอกาสเลย จนถูกปล่อยให้ เวสต์แฮมยืมตัวใช้งานในปี 2012 ก่อนย้ายอย่างถาวรในฤดูกาลถัดมา ปิดฉากความทรงจำที่ย่ำเเย่ในถิ่น แอนฟิลด์
9 คริสเตียน เบนเตเก้ (เเอสตัน วิลล่า – ลิเวอร์พูล)
![]()
ยังคงไม่เข็ดกับนักเตะร่างใหญ่ ลิเวอร์พูล ของลองของอีกครั้ง พวกเขาทุ่มเงินถึง 32.5 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว เบนเตเก้ มาจากเเอสตัน วิลล่า หลังนักเตะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกับทีมหงส์เเดงที่โดนยิงไปถึง 6 ประตูใน 5 เกม
อย่างไรก็ตามหลังย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ เบนเตเก้ ก็ดูจะเข้าไม่ได้กับระบบของทีม เพราะเดิมทีหงส์เเดงก็ไม่ใช่ทีมที่เล่นบอลโยนเเละวางบอลได้เเม่น ทำให้จุดเด่นของ เบนเตเก้ เเทบไม่ถูกดึงออกมาใช้ ยิ่งเล่นบอลกับพื้นด้วยเเล้ว เบนเตเก้ เเทบไม่มีโอกาสอะไรเลย เจ้าตัวมีโอกาสได้ลงสนามไป 29 เกม ยิงไปเเค่ 9 ประตู สุดท้าย ต้องเก็บข้าวของย้ายไปอยู่กับ คริสตัล พาเลซ ในฤดูกาลต่อมา
10 ฟาบิโอ บอรินี่ (โรม่า – ลิเวอร์พูล)

บอรินี เป็นนักเตะคนเเรกที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2012 หลังโชว์ฟอร์มได้ดีกับ โรม่า อย่างไรก็ตามเจ้าตัวพกอาการบาดเจ็บมาจากอิตาลี เเละยังไม่ได้ประเดิมสนามทันที
หลังการลงสนาม เเฟนบอลยิ่งปวดหัวกับนักเตะรายนี้ บอรินี่ ปรับตัวไม่ได้กับโปรเเกรมบอลอังกฤษ เขาเเทบไม่มีจุดเด่นอะไรเลย ตัวไม่ใหญ่, ไม่มีความเร็ว พักบอลไม่ได้ จบสกอร์ไม่คม 3 ปีในถิ่นแอนฟิลด์ เจ้าตัวยิงไปเพียง 2 ประตู เพราะมีโอกาสได้ลงสนามเเค่ 25 นัดเท่านั้น เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะช่วงนั้น ลิเวอร์พูลมี หลุยส์ ซัวเรซ กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นคู่หูดาวยิงอยู่เเล้ว โอกาสของ บอรินี่ ยิ่งน้อยไปอีก
