อดีตโค้ชทีมชาติสเปน ออกโรงตอบโต้ หลุยส์ เอ็นริเก้ หลังจากเขาถูกกล่าวหาว่า “ไม่ซื่อสัตย์” และ “ทะเยอทะยาน” จากการที่ไม่อยากคืนตำแหน่งกุนซือให้

 

โรเบิร์ต โมเรโน่ ก้าวขึ้นมาคุมทีมชาติสเปนแทน หลุยส์ เอ็นริเก้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เนื่องจากอดีตกุนซือบาร์เซโลน่าต้องกลับไปดูแลลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกระดูกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

โดย โมเรโน่ สามารถพาทัพกระทิงดุคว้าตั๋วไปลุยฟุตบอล ยูโร 2020 ในปีหน้าได้สำเร็จ ก่อนที่ต่อมาเขาจะได้รับการแจ้งว่า เอ็นริเก้ จะกลับมากุมบังเหียนต่อ

 

อย่างไรก็ตาม เอ็นริเก้ กลับจัดการปลด โมเรโน่ ออกจากการทำหน้าที่มือขวา โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่าอดีตผู้ช่วยรายนี้ต้องการจะเป็นคนนำทีมลงแข่งขันในศึก ยูโร 2020 เอง แล้วค่อยถอยกลับมารับบทบาทเดิมอีกครั้ง

 

เมื่อถูกกล่าวหาเช่นนี้ โมเรโน่ จึงได้ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ผมไม่อยากเข้าไปอยู่ในการประณาม แต่ผมถูกกล่าวโจมตีมาโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้เป็น ในปริศนาชิ้นนี้ ส่วนของผมหายไป”

 

“9 ปีแล้วที่ผมเริ่มทำงานกับ หลุยส์ เอ็นริเก้ เราติดตามเขาด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด จนกระทั่งเขาก้าวขึ้นมาคุมทีมชาติ”

 

“ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะออกไปนานแค่ไหน แต่สิ่งที่เราทุกคนรู้ก็คือถ้ามีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาคุมทีมชาติ ทีมงานของเราก็จะต้องอยู่ต่อ”

 

“ดังนั้น ผมจึงก้าวขึ้นมาดูแลทีมแทน ถ้าผมไม่ได้ทำเช่นนั้น ตอนนี้ หลุยส์ เอ็นริเก้ ก็คงไม่ได้เป็นโค้ชทีมชาติแล้ว มันจะกลายเป็นโค้ชคนอื่น”

 

“จนถึงวันนี้ ผมยังไม่รู้จริงๆว่าทำไม หลุยส์ เอ็นริเก้ ถึงไม่อยากให้ผมอยู่กับเขา ผมไม่รู้เลย เขาไม่ได้ให้ความชัดเจนในงานแถลงข่าวของเขา”

 

“เขาติดป้ายผมด้วยคำสองคำ (ไม่ซื่อสัตย์,ทะเยอทะยาน) นั่นเป็นเรื่องที่น่าเกลียดมาก และนั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่สมควรจะได้รับ ผมได้พิสูจน์ตัวเองตลอดเวลาที่ร่วมงานกับเขาว่าผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น”