จากรูนถึงกุน : 14 แข้งดังที่แขวนสตั๊ดในปี 2021

แขวนสตั๊ด

ปี 2021 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีนักฟุตบอลชื่อดังจำนวนมากตัดสินใจปิดฉากอาชีพการค้าแข้ง และหลายรายในนั้นคือผู้เล่นที่ติดยศระดับโลก

พวกเขาส่วนใหญ่แขวนสตั๊ดด้วยเหตุผลเบสิคอย่างเรื่องสภาพร่างกาย หรือเรื่องอาการบาดเจ็บ แต่ก็มีบางคนที่จำใจต้องรีไทร์ทั้งที่กำลังสนุกกับการเล่นในระดับสูง และในวันนี้ เราจะพาไปดูว่ามีนักเตะที่หลายท่านรู้จักกันดีคนไหนบ้าง ที่ประกาศอำลาสนามในช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา

 

เวย์น รูนี่ย์

แขวนสตั๊ดในวัย 35 ปี

ในขณะที่อดีตเพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงผลิตประตูเป็นว่าเล่น รูนี่ย์ ที่อายุน้อยกว่า 8 เดือน ได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดไปแล้วเรียบร้อยในเดือนมกราคม ทันทีที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุนซือถาวรของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ หลังจากเขาเข้ามารับบทบาทนักเตะควบโค้ชให้กับแกะเขาเหล็กตั้งแต่ปี 2019

“ผมมีอาชีพการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยม และสนุกในทุกนาที” ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของปีศาจแดงและทีมชาติอังกฤษ กล่าว “แน่นอน ผมจะคิดถึงมัน แต่ผมโชคดีมากที่ได้เล่นให้กับทีมใหญ่”

“การได้เล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน เป็นความฝันในวัยเด็กของผม และต่อมาการได้ไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 13 ปี มันถือเป็นไฮไลท์เลย การได้อยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเวลานาน และคว้าแชมป์มากมาย เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกซาบซึ้งเสมอ”

 

ซามี่ เคดิร่า

แขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี

แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นที่โดดเด่นระดับซูเปอร์สตาร์ แต่ เคดิร่า ก็มีโปรไฟล์ที่นักเตะเกือบทุกคนต้องอิจฉา เมื่อตลอดอาชีพการค้าแข้ง เขากวาดมาแล้วทั้งแชมป์บุนเดสลีก้า , ลาลีก้า , กัลโช่ เซเรียอา , ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก , สโมสรโลก และฟุตบอลโลก

อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมัน ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บมาตลอดในช่วงไม่กี่ปีหลัง ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกเล่นหลังจบฤดูกาล 2020-21 ทั้งที่เพิ่งย้ายกลับมาเล่นในบ้านเกิดกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

“มันเป็นก้าวที่ยากทีเดียว และมันยากสำหรับผมที่จะพูดถึง แต่มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว” เคดิร่า ประกาศ 15 ปีในอาชีพการค้าแข้งได้ฝากผลงานต่างๆไว้ และผมต้องตัดสินอย่างตรงไปตรงมาว่าอะไรบ้างที่ผมสามารถทำได้ และอะไรบ้างที่ผมไม่สามารถทำได้”

“ก่อนอื่น ผมอยากที่จะถอยห่างออกมาและพักผ่อน ผมจะอยู่กับฟุตบอลต่อไป ส่วนจะเป็นรูปแบบไหนนั้น เราจะได้เห็นกัน”

 

อาร์เยน ร็อบเบน

แขวนสตั๊ดในวัย 37 ปี

อันที่จริง ร็อบเบน ปิดฉากอาชีพการค้าแข้งของตัวเองไปแล้วตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ก่อนที่จะเปลี่ยนใจกลับมาสวมสตั๊ดลงเล่นในอีก 1 ปีต่อมา กับสโมสรในบ้านเกิดอย่าง โกรนิงเก้น ทว่าอาการบาดเจ็บก็ทำให้ปีกชาวดัตช์ได้ลงเล่นในลีกไปแค่ 6 นัดเท่านั้น ก่อนที่จะประกาศรีไทร์เป็นหนที่สองหลังจบฤดูกาล 2020-21

“ถึงเพื่อนในวงการฟุตบอล ผมได้ตัดสินใจที่จะยุติอาชีพนักฟุตบอลของผม” ตำนานบาเยิร์น มิวนิค โพสต์ลงบนทวิตเตอร์ “มันเป็นการเลือกที่ยากมาก ผมอยากจะขอบคุณแรงสนับสนุนที่อบอุ่นของทุกคน!

 

อันโตนิโอ วาเลนเซีย

แขวนสตั๊ดในวัย 35 ปี

หลังย้ายจาก วีแกน แอธเลติก มาร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2009 วาเลนเซีย ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของปีศาจแดง อย่างน้อยก็ในแง่ของความทุ่มเทที่มีให้กับสโมสรในตลอดระยะเวลา 10 ปีบนถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

อดีตริมเส้นทีมชาติเอกวาดอร์ อำลาเร้ด เดวิลส์เพื่อเดินทางกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดกับ แอลดียู กีโต้ เมื่อปี 2019 ก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดในช่วงเวลาที่เล่นให้กับ เกเรตาโร่ สโมสรจากเม็กซิโก เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

“วีแกน เป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง และจากนั้นพระเจ้าก็ให้โอกาสผมในการได้ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมจะไม่มีวันลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้สัมผัสที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ผมจะไม่มีวันลืมทุกประตู , ทุกถ้วยแชมป์ และแฟนบอลที่น่าอัศจรรย์” วาเลนเซีย แถลงการณ์

“ผมไม่คิดว่าช่วงเวลานี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ แต่ร่างกายของผมขอให้ผมตัดสินใจในครั้งนี้ ผมขอประกาศรีไทร์จากฟุตบอลอย่างเป็นทางการ”

 

โยฮัน กาบาย

แขวนสตั๊ดในวัย 35 ปี

กาบาย มีชื่อเสียงในช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ คริสตัล พาเลซ โดยในฤดูกาล 2011-12 เขาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง เด็มบ้า บา , ปาปิสส์ ซิสเซ่ และ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา ช่วยกันพาสาลิกาดงจบสูงถึงอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก

หลังจากหมดสัญญากับ แซงต์-เอเตียน เมื่อสิ้นสุดซีซั่น 2019-20 อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสก็ได้ใช้เวลาสักพักเพื่อพิจารณาอนาคตของตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกเล่นในเดือนกุมภาพันธ์

“มันเป็นอารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ หลังจากช่วงเวลากว่า 17 ปีแห่งความหลงใหล ความรักในฟุตบอล , อารมณ์ และความทรงจำที่ยอดเยี่ยม จะฝังแน่นอยู่ในใจของผมเสมอ ผมขอประกาศยุติอาชีพนักฟุตบอลของผมอย่างเป็นทางการ” กาบาย แถลงการณ์

“แม้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้อาจดูเหมือนชัดเจน และหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากอายุ 35 ปีแล้วในโลกของฟุตบอล แต่มันก็ยังยากที่จะตัดสินใจและยอมรับ เพราะความรักของผมที่มีต่อฟุตบอลนั้นมหาศาล”

 

นิคลาส เบนท์เนอร์

แขวนสตั๊ดในวัย 33 ปี

จริงอยู่ที่ฝีเท้าของ เบนท์เนอร์ ก็ไม่ได้ห่วยแตกอะไร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ถูกจดจำมากที่สุด คือวีรกรรมสุดแสบและสกิลปากสุดมั่น

โดยนับตั้งแต่ที่แยกทางกับ อาร์เซน่อล “ท่านลอร์ด” ก็พเนจรไปหลายสโมสร (หนึ่งในนั้นคือ ยูเวนตุส) ก่อนที่จะมาปิดฉากอาชีพการค้าแข้งกับ ทาร์นบี้ เอฟเอ สโมสรระดับดิวิชั่น 4 ของเดนมาร์ก เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

“ผมคิดถึงมันทุกวัน แต่ผมก็ตระหนักเช่นกันว่ายังไงวันที่สิ้นสุดงานนี้ก็ต้องมาถึง” อดีตกองหน้าทีมโคนม กล่าวในรายการ Bendtner & Philine ทางช่อง Discovery

“ผมคิดว่าตัวเองคงจะต้องใช้เวลาพักใหญ่ในการทำความเข้าใจว่ามันจบลงแล้วจริงๆในตอนนี้ ผมจะค้นหาสิ่งอื่นที่ให้ผมเหมือนกับที่ฟุตบอลให้ผมในตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

 

ลาร์ส และ สเวน เบนเดอร์

แขวนสตั๊ดในวัย 32 ปี

ลาร์ส เบนเดอร์ และ สเวน เบนเดอร์ เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งร่วมกันที่ 1860 มิวนิค ก่อนที่จะแยกย้ายไปตามทางของตัวเองในปี 2009 โดย ลาร์ส ย้ายไปร่วมทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ขณะที่ สเวน ย้ายไปอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

กระทั่งในปี 2017 ฝาแฝดแห่งวงการลูกหนังเยอรมันก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งในทีมห้างขายยา และหลังจากเล่นเคียงข้างกันนาน 4 ฤดูกาล ทั้งคู่ก็ตัดสินใจปล่อยให้สัญญาหมดลง พร้อมประกาศรีไทร์หลังจบซีซั่น 2020-21

“ทุกคนที่รู้จักเรารู้ดีว่าเราทุ่มเท 100% ในทุกๆวัน นั่นเป็นความต้องการพื้นฐานของเราเสมอ” คู่แฝดเบนเดอร์ แถลงการณ์

“โชคร้าย มันยากขึ้นเรื่อยๆสำหรับเราในการไปต่อกับสิ่งนี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บและปัญหาด้านร่างกายทั้งหมดที่เราต้องทนทุกข์มากขึ้นเรื่อยๆ”

 

เวส มอร์แกน

แขวนสตั๊ดในวัย 37 ปี

ใครจะไปคิดว่า มอร์แกน ที่ต้องใช้เวลาเกินครึ่งของอาชีพการค้าแข้งในลีกรอง จะกลายมาเป็นกัปตันทีมที่ได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก กับสโมสรที่มีอัตราต่อรองการคว้าแชมป์ก่อนเริ่มฤดูกาลที่ 5,000 ต่อ 1

หลังจากช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นขึ้นมาโลดแล่นบนลีกสูงสุดในปี 2014 , คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับทีมในปี 2016 และคว้าแชมป์เอฟเอ คัพร่วมกับทีมในปีนี้ เซนเตอร์แบ็คชาวจาไมก้าก็ได้ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล 2020-21

“เวส เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นผู้นำของทีมในยุคที่สโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุด และช่วยสร้างมาตรฐานที่ผลักดันสโมสรไปข้างหน้า” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ กล่าวอำลาตำนานจิ้งจอกสยาม

“เขาเป็นพี่ใหญ่ของทุกคนที่เล่นร่วมกับเขา , ตัวแทนที่แข็งแกร่งของทีม และแหล่งให้คำปรึกษาที่มีค่าสำหรับผู้จัดการทีม รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของสโมสร คุณงามความดีของเขามีมากมายมหาศาล”

 

สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง

แขวนสตั๊ดในวัย 37 ปี

แม้จะใช้เวลาเกินครึ่งของอาชีพการค้าแข้งกับ มิดเดิ้ลสโบรห์ แต่เชื่อว่าหลายคนคงจำภาพ ดาวนิ่ง ในยูนิฟอร์มสีแดงของลิเวอร์พูลได้ดีกว่า

โดยหลังจากที่ลงสนามไปมากกว่า 750 นัด ซึ่งรวมถึง 91 นัดกับหงส์แดง และ 35 นัดกับทีมชาติอังกฤษ ในตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ไล่หวดลูกหนัง อดีตแนวรุกสิงโตคำรามก็ตัดสินใจเลิกเล่นหลังจากแยกทางกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อสิ้นสุดซีซั่นที่ผ่านมา

“ผมจะไม่โกหก มันเป็นเรื่องยากจริงๆ” ดาวนิ่ง บอกกับ The Times “ผมคงจะต้องออกไปซื้อเบียร์มาดื่มสักหน่อย!

 

มาริโอ มานด์ซูคิช

แขวนสตั๊ดในวัย 35 ปี

มานด์ซูคิช อาจไม่ได้ถูกจดจำในฐานะดาวยิงระดับซูเปอร์สตาร์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือหนึ่งในกองหน้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

อดีตหัวหอกทีมชาติโครเอเชีย คว้ามาแล้วทั้งแชมป์บุนเดสลีก้า , กัลโช่ เซเรียอา , ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก , สโมสรโลก รวมทั้งไปถึงตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลก ก่อนที่จะประกาศยุติอาชีพการค้าแข้งเมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา หลังจากหมดสัญญากับ เอซี มิลาน

“ถึง มาริโอ ตัวน้อย ตอนที่นายสวมรองเท้าสตั๊ดคู่นี้เป็นครั้งแรก นายไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่านายจะได้สัมผัสกับประสบการณ์อะไรบ้างในวงการฟุตบอล” มานด์ซูคิช เขียนบนอินสตาแกรม พร้อมโพสต์รูปรองเท้าสตั๊ดคู่แรก

“นายจะยิงประตูในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และนายจะคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด , ได้เป็นตัวแทนประเทศของนายอย่างภาคภูมิใจ , นายจะช่วยเขียนประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาโครเอเชีย”

“นายจะประสบความสำเร็จ เพราะนายจะมีคนดีๆอยู่รอบตัวนาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทีม , โค้ช , แฟนบอล และครอบครัว , เอเยนต์และเพื่อนที่จะคอยอยู่เคียงข้างนายเสมอ นายจะรู้สึกขอบคุณพวกเขาตลอดไป!

 

ซาเมียร์ นาสรี่

แขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี

คงไม่ผิดแต่อย่างใด หากจะบอกว่าชีวิตการค้าแข้งของ นาสรี่ จบลงตั้งแต่อำลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2017 เพราะหลังจากนั้น เขาได้ลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการไปเพียง 22 นัด ในช่วงเวลาที่อยู่กับ อันตัลยาสปอร์ , เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ อันเดอร์เลชท์ โดยในตอนที่เพิ่งแยกทางกับสโมสรจากตุรกี เจ้าตัวถูกยูฟ่าสั่งแบนนานถึง 6 เดือนด้วย จากกรณีใช้สารกระตุ้น

อดีตเพลย์เมคเกอร์อาร์เซน่อล กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดนับตั้งแต่ถูก อันเดอร์เลชท์ ปล่อยตัวในปี 2020 ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกเล่นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

“ผมเจ็บปวดมากกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น และมันเปลี่ยนความสัมพันธ์ของผมกับฟุตบอล โทษแบนของผม” นาสรี่ ให้สัมภาษณ์กับ Le Journal du Dimanche

“ผมคิดว่ามันไม่ยุติธรรมมากกว่า เพราะผมไม่ได้เสพยาอะไรเลย มันเป็นแค่การฉีดวิตามิน เพราะผมป่วย เรื่องนั้นหยุดเส้นทางของผม”

 

มักซี่ โรดริเกซ

แขวนสตั๊ดในวัย 40 ปี

หลังจากยืนหยัดในสนามมาจนวัยล่วงเข้าเลข 4 ผ่านช่วงเวลากับทั้ง แอตเลติโก มาดริด , ลิเวอร์พูล และทีมชาติอาร์เจนติน่า ในที่สุด มักซี่ ก็ตัดสินใจประกาศรีไทร์เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน และลงเล่นเกมสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้งไปแล้วเรียบร้อยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กับสโมสรที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมาอย่าง นีเวลล์ โอลด์ บอยส์

“นี่เป็นช่วงเวลาที่ผมไม่เคยคิดว่าจะมาถึง หรือช่วงเวลาที่เราไม่อยากไปถึงในฐานะนักฟุตบอล ช่วงเวลาแห่งการปิดฉากอาชีพการค้าแข้งของผม” อดีตดาวเตะทีมฟ้าขาว กล่าว

“มันเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ใจเย็นกับมันมาก ผมค้าแข้งมานานหลายปี และผมคิดว่าตัวเองทุ่มเทเต็มที่แล้ว และผมเคลียร์ตัวเองโดยสมบูรณ์แล้ว ผมไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว”

 

เซร์คิโอ อเกวโร่

แขวนสตั๊ดในวัย 33 ปี

กุน อเกวโร่ ตัดสินใจปิดฉากช่วงเวลา 10 ปีกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมย้ายกลับมาเล่นในลาลีก้ากับ บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญา 2 ปี แต่กว่าจะได้เดบิวต์กับต้นสังกัดใหม่ ก็ต้องรอจนถึงช่วงกลางเดือนตุลาคมเลยทีเดียว เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่น่อง

อย่างไรก็ตาม คงไม่มีใครคาดคิดว่าเกมที่ 5 ในเสื้อเจ้าบุญทุ่ม หรือเกมที่เสมอกับ อลาเบส 1-1 จะเป็นการเล่นฟุตบอลนัดสุดท้ายของดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ เมื่อเขาตรวจพบว่าตัวเองมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ จนทำให้ต้องจำใจประกาศแขวนสตั๊ดทั้งน้ำตาเมื่อสัปดาห์ก่อน

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากมาก ผมต้องตัดสินใจเพื่อสุขภาพของผม นั่นคือเหตุผลหลัก เพราะปัญหาที่ผมมีเมื่อ 1 เดือนครึ่งที่แล้ว ผมได้รับการดูแลอย่างดีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์” ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของเรือใบสีฟ้า กล่าวในงานแถลงข่าวอำลา

“ผมตัดสินใจเมื่อ 10 วันก่อน หลังจากทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว เพื่อให้มีความหวังว่าจะสามารถเล่นต่อไปได้ ผมภูมิใจมากกับอาชีพการค้าแข้งของผม ผมฝันถึงอาชีพการค้าแข้งมาตลอดนับตั้งแต่ที่ผมได้สัมผัสลูกบอลครั้งแรกตอนอายุ 5 ขวบ”

“ผมอยากขอบคุณ แอตเลติโก มาดริด ที่ให้โอกาสผมตอนที่ผมอายุ 18 และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุกคนรู้ดีว่าผมรู้สึกยังไงกับ ซิตี้ และพวกเขาปฏิบัติต่อผมดีขนาดไหน ผมจะอำลาอย่างภาคภูมิใจ ผมไม่รู้ว่าอะไรรอผมอยู่ในช่วงต่อไปของชีวิต แต่ผมรู้ว่ามีคนที่รักผม ผมจะจดจำสิ่งอัศจรรย์เอาไว้เสมอ”

 

บทความที่คุณอาจสนใจ : สั่งลาตำนาน : อเกวโร่กับ 10โมเมนต์ลืมไม่ลงในอาชีพค้าแข้ง

กุน อเกวโร่