37 ยังแจ๋ว : ย้อนระลึกฤดูกาลสุดมหัศจรรย์ของ ‘เอียร์โร่’ กับ ‘โบลตัน’

 

รู้หรือไม่ว่าครั้งหนึ่ง เฟร์นานโด เอียร์โร่ กองหลังระดับตำนานของเรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน เคยร่วมงานกับกุนซือเลือดผู้ดีจ๋าอย่าง แซม อัลลาไดซ์ ด้วย แถมเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากๆ แม้จะไม่มากไม่มายก็ตาม

 

ในวงการลูกหนังอังกฤษ บิ๊กแซม มีชื่อเสียงในแง่ที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากเทคติคการเล่นที่น่าเบื่อ และไม่ค่อยยอมรับเสียงวิจารณ์นัก ทำให้อดีตนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษไม่ได้รับความนิยมนัก

 

เรื่องราวความวุ่นวายต่างๆอาจแตกต่างกันสำหรับแฟนบอลในแต่ละสโมสรที่เขาคุม  ขึ้นอยู่ว่ามากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับในสมัยที่อัลลาไดซ์รับงานกับ โบลตัน 

 

ต่อให้ไม่ใช่สาวก เดอะ ทร็อตเตอร์ส หรือ แม้กระทั่งตัวอัลลาไดซ์เอง ก็คงประหลาดใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่น้อยเช่นกัน เมื่อช่วงต้นยุค 2000s เขาสร้างให้โบลตันเป็นหนึ่งในทีมน่าจับมองที่สุดในวงการลูกหนังแดนผู้ดี ด้วยการใช้แข้งตัวตัดเกมจากบริติชและดาวเตะมากฝีมือในช่วงบั้นปลายอาชีพมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

 

ไม่ว่าจะเป็น เจย์ เจย์ โอโคช่า, ยูริ จอร์เกฟฟ์, อิวาน คัมโป รวมไปถึง เฟร์นานโด เอียร์โร่ อดีตกัปตันทีมชาติสเปน และ เรอัล มาดริด ที่ย้ายมาร่วมทีมในซัมเมอร์ปี 2004

 

แม้จะอยู่ในวัย 36 ย่าง 37 ปี แต่ ปราการหลังชาวสแปนิช กลับกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในแนวรับของโบลตัน จนช่วยให้ทีมคว้าอันดับ 6 มาได้เหนือความคาดหมาย ผิดกับในตอนนี้ที่รั้งอันดับบ๋วยในลีกวัน แถมเกือบถูกขับออกจากลีกอังกฤษ เนื่องจากปัญหาด้านการเงินอีกต่างหาก

 

ว่าแต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร UFA ARENA จะพาทุกท่านไปย้อนถึงช่วงเวลาสุดมหัศจรรย์ผ่านบทความชิ้นนี้กัน

 

 

เซ็นสัญญาครั้งใหญ่

 

 

แม้จะล่วงเลยช่วงเวลาที่สุดยอดมาแล้ว แต่หลายคนในวงการฟุตบอลก็ยังยกย่อง เอียร์โร่ ในฐานะแข้งตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่

 

แต่คงไม่มีใครคิดแน่ๆว่า อดีตกัปตันราชันชุดขาวจะย้ายมาค้าแข้งในถิ่นรีบ็อค สเตเดี้ยม ที่ที่กองหน้าในทีมอย่าง เควิน เดวิส มีค่าเฉลี่ยทำประตูน้อยกว่าเขาอีกในเวลานั้น (เอียร์โร่ ทุกๆ 1 ประตูใน 4 เกม, เดวิส ทุกๆ 1 ประตูใน 5 เกม)

 

ทางด้าน อัลลาไดซ์ ที่แก่กว่าเอียร์โร่ เพียง 13 ปี ก็กล่าวถึงลูกทีมคนใหม่ว่า ประสบการณ์ของเขาจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม และเชื่อว่า กองหน้าตัวเก๋าจะกลายเป็นดาวเด่นในฟุตบอลอังกฤษได้แน่นอน

 

นั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร หากมองจากประสบการณ์ในเส้นลูกหนังของเอียร์โร่ แต่ที่น่าสนใจกว่าคือการที่เขาออกปากชื่นชมหัวหน้าคนใหม่แบบลึกซึ้งกว่าคนเพิ่งร่วมงานกันทั่วไป

 

 

“หนึ่งในเหตุผลที่ผมมาที่อังกฤษ คือการหาประสบการณ์ภายใต้กุนซือที่บริหารทีมตั้งแต่ระดับบนยันล่าง” กองหลังกล่าวกับ เดอะ การเดี้ยน

 

“ผมไม่รู้ว่า แซม ทำได้ยังไง เขามีกำลังในการจัดการกับการคุมทีม, ผู้เล่น แต่รวมถึงการเซ็นสัญญาและขายนักเตะนอกสนามด้วย ถ้าไม่มีชาในห้องแต่งตัว แซมจะเป็นคนจัดหามาให้เอง”

 

ไม่มีคิดว่า เอียร์โร่ จะลงเล่นให้กับโบลตันทุกนาทีด้วยวัยขนาดนี้อยู่แล้ว แต่ก็มีสัญญาที่ดีเกิดขึ้นหลังการเข้ามาของเขา

 

ด้วยความเป็นมืออาชีพ บวกกับความสามารถที่พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วมากมาย ทำให้การคว้า เอียร์โร่ มาร่วมทีมโบลตัน มีความเสี่ยงน้อยมากจริงๆที่จะล้มเหลวไปเป็นท่า

 

 

อันดับที่เกินคาด

 

 

เอียร์โร่ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในอังกฤษ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นตัวหลักแบบอัตโนมัติเหมือนสมัยหนุ่มๆ แต่เขาก็ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในลีก 15 นัด และลงเล่นในฐานะตัวสำรองอีกหลายครั้งตลอดฤดูกาล 2004-05

 

ด้วยกำลังขาและวัยที่โรยราลงไม่ได้ทำให้ กองหลังเลือดกระทิง แสดงความผิดพลาดออกมา แต่กลับกัน เขากลายเป็นคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของทีมด้วยซ้ำ

 

อดีตแข้ง โลส บลังโกส รับหน้าที่ลูกนิ่ง, ให้คำแนะนำกับ อัลลาไดซ์ เป็นครั้งคราว ซึ่งครั้งหนึ่งบิ๊กแซมเคยกล่าวว่าเขาคือ ‘นักเตะที่จ่ายบอลยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร’ แตกต่างจาก ทาล เบน ฮาอิม อีกหนึ่งกองหลังค่าตัวแพงในปี 2004 ที่กุนซือชาวอังกฤษ ไม่เคยชื่นชมในลักษณะนี้เลย

 

โบลตัน จบฤดูกาลนั้นด้วยอันดับ 6 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยทำได้ในพรีเมียร์ลีก น่าเสียดายไม่น้อยที่ทีมไม่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกได้ หลังมีแต้มห่างจาก เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 4 เพียง 3 คะแนนเท่านั้น

 

เชื่อว่า เอียร์โร่ ที่เคยเข้าชิงชัยในฟุตบอลรายการยุโรปหลายต่อหลายครั้ง คงผิดหวังไม่แพ้ใครในทีมเช่นกัน

 

ในวันสุดท้ายของฤดูกาล เดอะ ทร็อตเตอร์ส เฉือนเอาชนะ ท็อฟฟี่สีน้ำเงินที่อยู่อันดับเหนือกว่า 3-2 กลายเป็นเกมสุดท้ายของอดีตกองหลังทีมชาติสเปนในฐานะนักเตะอาชีพ

 

“ผมชัดเจนกับการตัดสินใจนี้ ผมต้องการจะเลิกในขณะที่ผมยังเล่นในระดับสูงอยู่” เอียร์โร่ กล่าวหลังเกมนั้น

 

เมื่อตอนที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 67 หลายคนในสนามไม่ว่าจะเป็น โอโคช่า, แกรี่ สปีด, สเตลิออส เกียนาโคปูลอส, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ และแฟนบอลในสนามต่างทำการ สแตนดิ้ง โอเวชั่น กึกก้องไปทั่วสนามรีบ็อค สเตเดี้ยม 

  

 

ชื่อเสียงไม่เสื่อมคลาย

 

 

หลังไม่สามารถโน้มน้าวใน เอียร์โร่ ค้าแข้งต่อไปได้ ทำให้ อัลลาไดซ์ มีโอกาสร่วมงานกับแข้งมากประสบการร์เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น

 

แต่นั่นก็เป็น 1 ปีที่ยาวนานพอในการทำให้ เอียร์โร่ กลายเป็นขวัญใจของสาวกเดอะ ทร็อตเตอร์ส ในถิ่น รีบ็อค สเตเดี้ยม สถานะของเขาที่เป็นดั่งหนึ่งในขุนพลกาลาติกอสของโบลตันเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาได้รับความนิยมจากแฟนบอล แต่ความสุขุมและฟอร์มการเล่นที่มีคลาส เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หลายยคนยกย่องเขามากกว่าเดิม

 

และเมื่อพิจารณาถึงความเคารพที่ทั้งคู่มีให้ต่อกัน ทั้ง อัลลาไดซ์ และ เอียร์โร่ ต่างพบเจอประสบการณ์ต่างๆคล้ายๆกันในช่วง 10 ปีต่อมา หลังจากที่ร่วมงานกัน

 

แม้ว่าทั้งคู่จะมีความสามารถอยู่บ้างในงานโค้ช แต่ก็ถูกตั้งคำถามมากมายกับการทำหน้าที่กุนซือในทีมชาติบ้านเกิด บิ๊กแซมที่คุมทีมชาติอังกฤษได้เพียงนัดเดียวก็ถูกเปิดโปงการเรียกสินบนจากเหยี่ยวข่าว ขณะที่ เอียร์โร่ ก็พาทีมกระทิงดุ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายแก่ รัสเซีย แบบหมดสภาพ ในฟุตบอลโลกปี 2018 

 

โดยกุนซือชาวผู้ดีคุมทีมสิงโตคำรามราวๆ 2 เดือน ส่วนอดีตกองหลังชื่อก้องคุมทีมกระทิงดุได้เพียง 24 วันเท่านั้น

 

โชคดีที่ไม่ว่า เขาจะล้มเหลวในเส้นทางนี้แค่ไหน ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงของ เอียร์โร่ และ อัลลาไดซ์ ในทีมโบลตัน หม่นหม่องไปได้

 

อดีตแข้งชาวสแปนิช เป็นคนที่ทำให้สโมสรยกระดับคุณภาพขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ว่าในตอนนั้นเขาอายุ 37 ปีแล้ว 

 

และในปัจจุบันก็ยังไม่มีดาวเตะมากประสบการณ์คนไหนที่สามารถเปลี่ยนทีมเล็กๆให้กลายเป็นสโมสรที่น่าสนใจได้เท่ากับที่ เอียร์โร่ ทำได้ในโบลตันอีกเลยนับตั้งแต่นั้น