แกร่งทุกอณู! คาดการณ์ 11 ตัวจริงขุนพล เดอะ แรบบิท ล่าแชมป์ไทยลีก

 

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ย่านคลอง 3 เป็นอีกหนึ่งทีมซึ่งเดินหน้าเสริมทัพได้อย่างน่าจับมองในศึก โตโยต้า ไทยลีก ซีซั่น 2020/2021 โดยเฉพาะการย้ายมาของ 2 สุดยอดนักเตะระดับแถวหน้าของลีกอย่าง สารัช อยู่เย็น และ อันเดรส ตูเญซ รวมไปถึงผู้เล่นบิ๊กเนมส์คนอื่นๆ อาทิ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่, สุมัญญา ปุริสาย และ เจนรบ สำเภาดี นอกจากนั้นพวกเขายังตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ มิตซุรุ มารูโอกะ แนวรุกชาวญี่ปุ่น อดีตแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ หัวหอกระดับตำนาน  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

จากขุมกำลังที่มีอยู่ของ “เดอะ แรบบิท” ณ เวลานี้ และสองผู้เล่นต่างชาติซึ่งพวกเขากำลังตกเป็นข่าวอยู่ด้วย ต้องบอกเลยว่าทีมของ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสง ถือว่าแข็งแกร่งสุดๆ และกลายเป็นตัวเต็งลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองไทย ฤดูกาลนี้แบบไม่ต้องสงสัย

 

วันนี้ UFAARENA จะขอลองคาดการณ์ดูว่า 11 ตัวจริงขุนพล “กระต่ายแก้ว” ในใจเทรนเนอร์อย่าง ดุสิต เฉลิมแสง ด้วยระบบการเล่น 3-5-2 ซึ่งเป็นแผนหลักของ “โค้ชโอ่ง” นับตั้งแต่เข้ามาคุม “เดอะ บลูแมชชีน” ตั้งแต่เมื่อซีซั่นที่แล้ว จะออกมารูปร่างหน้าตาไหน และใครควรออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยเฉพาะหากพวกเขาสามารถปิดดีลคว้าผู้เล่นที่กำลังตกเป็นข่าวด้วยมาร่วมทีมได้ทั้งหมด

 

คาดการณ์ 11 ตัวจริง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซีซั่น 2020/2021 ระบบการเล่น 3-5-2

 

 

ผู้รักษาประตู | ฉัตรชัย บุตรพรม

 

เริ่มต้นจากตำแหน่งผู้รักษาประตู มือหนึ่งของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซีซั่นนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ฉัตรชัย บุตรพรม นายทวารดีกรีทีมชาติไทย ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาล 2019 พาสโมสรคว้าแชมป์ เอ็ม150 แชมป์เปี้ยนชิพ พร้อมขยับเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้สำเร็จ

 

ส่วนผลงานตลอด 4 เกมแรกในศึกไทยลีก 2020/2021 ฉัตรชัย ลงสนามครบทุกนัด และสามารถเก็บคลีนชีทได้ถึง 3 แมตช์ เสียประตูแค่เพียงลูกเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากไม่ได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบนนายด่ายวัย 33 ปี ไม่น่าพลาดลงเฝ้าเสาให้กับ บีจี ปทุม แน่นอน

 

 

กองหลัง | อิรฟาน ฟานดี้

 

แนวรับทีมชาติสิงคโปร์ น่าจะเป็นตัวเลือกแรกตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คของกุนซือ ดุสิต เฉลิมแสน ซีซั่นนี้ เจ้าตัวถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะซึ่งโชว์ผลงานโดดเด่นกับ บีจี เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องของการเติมเกมรุกขึ้นไปทำประตูให้กับทีมในช่วงเวลาสำคัญ นอกจากนั้น อิรฟาน ฟานดี้ ยังเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและความดุดัน

 

อย่างไรก็ตามหากแข้งโควต้าอาเซียนหลุดฟอร์มเก่งของตัวเอง ผู้เล่นสำรองอย่าง ทศพล ชมชน ก็พร้อมก้าวขึ้นมาเบียดลุ้นพื้นที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทน อิรฟาน เช่นกัน

 

 

กองหลัง | อันเดรส ตูเญซ

 

ส่วนปราการหลังตัวกลางแน่นอนว่าต้องเป็น อันเดรส ตูเญซ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม ช่วงตลาดซื้อขายระหว่างพักเบรกโควิด-19 ซึ่งเซ็นเตอร์แบ็คดีกรีทีมชาติเวเนซุเอล่า คงกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ “เดอะ บลูแมชชีน” แบบไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเจ้าตัวถือเป็นนักเตะต่างชาติระดับแถวหน้าของไทยลีก หลังประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

อันเดรส ตูเญซ มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่ง, ความดุดัน, ความเป็นผู้นำ, จังหวะอ่านเกมอันเฉียบขาด และการเล่นลูกอากาศที่ยอดเยี่ยม เพราะฉะนั้นเขาน่าจะเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สำหรับการไล่ล่าแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก สมัยแรกของสโมสรซีซั่นนี้

 

 

กองหลัง | วิคเตอร์ คาร์โดโซ่

 

กองหลังชาวบราซิล โชว์ฟอร์มช่วงออกสตาร์ทซีซั่น 2020/2021 กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้อย่างน่าประทับใจ และประสานงานเกมรับร่วมกับ อิรฟาน ฟานดี้ ลงตัวสุดๆ พร้อมมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมของ “โค้ชโอ่ง” เก็บคลีนชีทถึง 3 แมตช์ จากการลงเล่นตลอด 4 นัดที่ผ่านมา

 

สำหรับ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ จุดเด่นคงหนีไม่พ้นจังหวะเล่นลูกกลางอากาศอันแข็งแกร่ง รวมไปถึงการอ่านเกมและดักทางแนวรุกคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามหาก คาร์โดโซ่ เกิดปัญหาไม่พร้อมลงสนาม บีจี ยังมีนักเตะสำรองในตำแหน่งเดียวกันอย่าง อัลบาโร่ ซิลบา ป้อมปราการลูกครึ่งฟิลิปปินส์-สเปน ซึ่งคุณภาพฝีเท้าถือว่าไม่ธรรมดาเช่นกัน แถมยังเคยผ่านการค้าแข้งเวทีระดับ ลาลีกา สเปน กับ มาลาก้า มาแล้วด้วย

 

 

วิงแบ็คขวา | สันติภาพ จันทร์หง่อม

 

แข้งวัย 23 ปี ถือเป็นดาวรุ่งซึ่งถูกจับตามองตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลังเริ่มต้นโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด และ โปลิศ เทโร ก่อนย้ายมาอยู่กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงต้นฤดูกาล จุดเด่นของ สันติภาพ จันทร์หง่อม เป็นแบ็คที่เติมเกมรุกดุดัน, ทะลุทะลวงคู่แข่งได้ดี และมีทีเด็ดทีขาดจากจังหวะเปิดบอลริมเส้น

 

โดยตลอด 4 เกมที่ผ่านมา สันติภาพ จันทร์หง่อม ลงสนามให้ทีมอย่างต่อเนื่อง และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะฉะนั้นเขาน่าจะยังได้รับความไว้วางใจจาก ดุสิต เฉลิมแสน สำหรับการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไปอีกยาวๆ

 

 

วิงแบ็กซ้าย | สหรัฐ ปองสุวรรณ

 

แบ็คซ้ายจอมบุกอย่าง สหรัฐ ปองสุวรรณ เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทีมดังย่านคลอง 3 ตลอดฤดูกาล 2019 พร้อมกับยึดตำแหน่งตัวจริงวิงแบ็คซ้ายในถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม ต่อเนื่อง จุดเด่นของนักเตะดีกรีทีมชาติไทย ชุด U23 คือจังหวะเติมเกมรุกอันดุดันและเปิดบอลจากริมเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องเกมรับก็ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้กัน

 

แน่นอนว่าหาก สหรัฐ ไม่มีอาการบาดเจ็บหรือติดโทษแบน เขาน่าจะยึดตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายตัวจริงของ บีจี ปทุม แบบถาวร เนื่องจากคู่แข่งคนสำคัญอย่าง จักรกฤษ ลาบตะกุล เพิ่งตัดสินใจแยกทางกับสโมสรเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนผู้เล่นที่เหลืออยู่ดูแล้วน่าจะยังไม่มีใครดีพอก้าวขึ้นมาเบียดแย่งตัวจริงจากเขาในตอนนี้

 

 

กองกลาง | สารัช อยู่เย็น

 

มิดฟิลด์ทีมชาติไทย เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยกับการตัดสินใจย้ายจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาอยู่กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 6 ซึ่งเป็นเบอร์ของสุดยอดตำนานสโมสรอย่าง อำนาจ แก้วเขียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการมาของ “เจ้าตัง” ช่วยยกระดับให้ขุนพล “กระต่ายแก้ว” กลายเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก ซีซั่น 2020/2021

 

ขณะเดียวกันการได้ประสานงานเกมกลางสนามร่วมกับเพื่อนเก่าอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ น่าจะช่วยให้ สารัช อยู่เย็น กลับมาทำผลงานที่ดีอีกครั้ง ซึ่งทีเด็ดของแข้งทัพ “ช้างศึก” ชุดแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2 สมัย คือการจ่ายบอลที่แม่นยำ, สร้างสรรค์โอกาสลุ้นประตูให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม และมีจังหวะยิงไกลที่สามารถหวังผลได้ ส่วนผู้เล่นสำรองในตำแหน่งเดียวกันอย่าง เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ถือว่าน่าจับตามองเช่นกัน เพราะเจ้าตัวเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานให้กับ บีจี ได้ดีนับตั้งแต่ย้ายมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2017 แถมยังเคยค้าแข้งในศึก เจ ลีก 3 กับ เอฟซี โตเกียว U23 มาแล้วด้วย

 

 

กองกลาง | ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

 

ส่วนทางฝั่ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มั่นใจได้เลยว่าเขาน่าจะเป็นตัวเลือกแรกของ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน สำหรับตำแหน่งกองกลางตัวจริง “เดอะ แรบบิท” ฤดูกาลนี้ และแน่นอนการได้เล่นร่วมกับ สารัช อยู่เย็น น่าจะช่วยให้เจ้าตัวดึกศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มเต็มประสิทธิภาพ เหมือนกับตอนที่ทั้งสองคนทำผลงานคู่กันได้อย่างยอดเยี่ยมยามลงสนามให้กับทีมชาติไทย

 

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ อาจไม่ใช่กองกลางที่ออกบอลได้แม่นยำหรือสร้างสรค์เกมรุกดีเท่ากับคู่หูคนใหม่อย่าง สารัช อยู่เย็น ทว่าเจ้าตัวเต็มไปด้วยพละกำลัง, ความแข็งแกร่งและดุดัน ตามแบบฉบับมิดฟิลด์สไตล์ “Box To Box” นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมในฐานะรองกัปตันทีมคนใหม่ของสโมสร

 

 

กองกลางตัวรุก | สุมัญญา ปุริสาย

 

เพลย์เมกเกอร์วัย 33 ปี ลงสนามให้กับ บีจี อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาจาก การท่าเรือ เอฟซี เมื่อช่วงต้นฤดูกาล พร้อมกับทำแอสซิสต์ให้ทีมไปแล้ว 1 ลูก ด้วยฟอร์มซึ่งยังคงยอดเยี่ยมเหมือนตลอด 2 – 3 ซีซั่นที่ผ่านมา และประสบการณ์ค้าแข้งอันโชกโชน สุมัญญา ปุริสาย น่าจะยึดตำแหน่งตัวจริง บีจี ต่อไปอีกยาว ซึ่งจุดเด่นของ “เจ้าตั๊ก” เป็นนักเตะที่จ่ายบอลแม่นยำ, สร้างเกมรุกได้ดี และจังหวะเล่นลูกตั้งเตะยังถือเป็นทีเด็ดของเจ้าตัวอีกด้วย

 

ส่วนคู่แข่งในตำแหน่งเดียวกันคงหนีไม่พ้นแข้งตัวเก่งชาวสเปน อย่าง ดาเนียล การ์เซีย โรดริเกวซ ซึ่งอยู่ค้าแข้งกับยอดทีมย่านคลอง 3 เป็นฤดูกาลที่ 5 ส่วนอีกคนที่พร้อมเบียดแย่งตัวจริงกับ สุมัญญา ก็คือ “เจ้าอินซ์” เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ซึ่งสามารถขยับขึ้นมาเล่นเป็นกองกลางตัวรุกได้เช่นกัน

 

 

กองหน้า | มิตซุรุ มารูโอกะ (มีข่าว)

 

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ดาวเตะชาวญี่ปุ่น เด็กปั้น เซเรโซ่ โอซาก้า และอดีตนักเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่าง มิตซุรุ มารูโอกะ น่าจะย้ายเข้ามาเป็นผู้เล่นคนใหม่ของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซีซั่นนี้แน่นอน หลังมีรายงานว่าทั้งสโมสรและ มารูโอกะ สามารถเจรจาสัญญาระหว่างกันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

โดย มิตซุรุ มารูโอกะ เป็นผู้เล่นแนวรุกที่มีเทคนิคแพรวพราว, สร้างสรรค์เกมรุกได้ดี และเคยผ่านการค้าแข้งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน กับ ดอร์ทมุนด์ มาแล้ว ซึ่งแน่นอนการมาของดาวเตะวัย 24 ปี ด้วยตำแหน่งโควต้านักเตะเอเชีย คงทำให้เกมรุกของ บีจี ดูน่าเกรงขามและถูกจับตามองมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

 

 

กองหน้า | ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ (มีข่าว)

 

ถือเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงตลอดหลายสัปดาห์ก่อนหน้า กับข่าวเชื่อมโยงระหว่างสุดยอดดาวยิงชาวบราซิล อย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ และ บีจี ปทุม จนถึงตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าอดีตหัวหอกระดับตำนาน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะย้ายกลับมาเล่นในศึกไทยลีก อีกครั้งกับขุนพล “เดอะ แรบบิท” หรือไม่ โดยปัจจัยสำคัญคงติดอยู่ที่เรื่องค่าเหนื่อย ซึ่งคาดการณ์ว่าหากสโมสรใดต้องการตัว ดิโอโก้ จำเป็นต้องยอมทุ่มค่าเหนื่อยประมาณ 3 – 4 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตามหาก ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ย้ายมาอยู่กับ “เดอะ บลูแมชชีน” มั่นใจได้เล่ยว่าเจ้าตัวจะช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับเกมรุกของทีมแน่นอน และการได้ประสานงานร่วมกับบรรดาผู้เล่นระดับแถวหน้าของไทยลีก คนอื่นๆ อาจทำให้ดาวยิงวัย 33 ปี ระเบิดฟอร์มเก่ง ช่วยพาทีมประสบความสำเร็จในปีนี้ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามหากดีลดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริงกองหน้าที่เหลือของ บีจี อย่าง บารอส ทาเดลี่, เจนรบ สำเภาดี หรือแม้กระทั่ง สุรชาติ สารีพิมพ์ กัปตันทีมเบอร์หนึ่งของสโมสร ก็ถือว่ามีศักยภาพดีพอสำหรับยึดตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าในถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม เช่นกัน