
กุนซือชาวสแปนิช ทำสถิติเพิ่มเพียบเลยหลังพา อาร์เซนอล คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ โดยเฉพาะการคว้าแชมป์รายการนี้ได้ทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีม
มิเกล อาร์เตต้า กลายเป็นคนที่ 18 ที่สามารถคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ทั้งการเป็นผู้เล่นและผู้จัดการทีม หลังพาทีมแซงชนะ เชลซี 2-1
เกมที่เวมบลี่ย์ ลูกทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก คริสเตียน พูลิซิซ ตั้งแต่นาทีที่ 5 ทว่า ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง มาเหมาคนเดียว 2 ประตูพาทีม ปืนใหญ่ แซงชนะพร้อมคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 14
หลังจบเกมมีการเปิดเผยว่า อาร์เตต้า คือคนที่ 18 ที่สามารถคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ทั้งฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีมต่อจาก จอห์น คาเมร่อน, ปีเตอร์ แม็ควิลเลี่ยม, บิลลี่ วอล์คเกอร์, จิมมี่ ซีด, แมตต์ บัสบี้, สแตน เซย์มัวร์, โจ สมิธ, บิลล์ แชคลี่ย์, โจ เมอร์เซอร์, ดอน เรวี่, บ็อบ สโตโคเอ้, เคนนี่ ดัลกลิช, บ็อบบี้ โกลด์, เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์, จอร์จ เกรแฮม, จิอันลูก้า วิอัลลี่, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ
โดย อาร์เตต้า นับเป็นคนที่สองที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ให้กับ อาร์เซนอล ได้ทั้งการเล่นเป็นผู้เล่นและผู้จัดการทีมต่อจาก จอร์จ เกรแฮม (ผู้เล่น 1971 ผู้จัดการทีม 1993) แต่เขาคือคนแรกที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ให้กับ อาร์เซนอล ได้ทั้งในฐานะกัปตันทีมและผู้จัดการทีม
นอกจากนี้ อาร์เตต้า ยังเป็นกุนซือคนแรกของ อาร์เซนอล ที่คว้าแชมป์ี่รายการหลักได้ตั้งแต่ปีแรกที่มาคุมทีม นับตั้งแต่ จอร์จ เกรแฮม ทำได้ในฤดูกาล 1986-87 อีกด้วย และการคว้าแชมป์ของ อาร์เซนอล ครั้งนี้เท่ากับว่าเป็นครั้งแรกที่มีกุนซือชาวสแปนิช คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ 2 ปีติดต่อกัน หลังซีซั่นก่อน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พา แมนฯ ซิตี้ แชมป์มาแล้ว
