คิงสลี่ย์ โกม็อง กลายเป็นฮีโร่ของ บาเยิร์น หลังโขกประตูชัยพาทีมชนะ ปารีส 1-0 คว้าแชมป์์ยูซีแอล สมัย 6

 

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุซ ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2563 บาเยิร์น มิวนิค ทีมแชมป์บุนเดสลีกา ที่รอบรองชนะเลิศถล่ม ลียง 3-0 ลงสนามพบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมแชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่ไล่ยำ ไลป์ซิก มาด้วยสกอร์เดียวกัน

 

เกมนี้ ฮันซี่ ฟลิค ทำเซอร์ไพรส์เปลี่ยนทีม 1 ตำแหน่งส่ง คิงสลี่ย์ โกม็อง ลงมาเป็นปีกซ้ายแทนที่ อิวาน เปริซิซ โดยยังมี โทมัส มุลเลอร์, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ แซร์ช นาบรี้ เป็นกำลังหลักเหมือนเดิม ด้าน โทมัส ทูเคิ่ล มาในชุดเก่งมี 3 ผสาน เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบับเป้ และ อังเคล ดิ มาเรีย

 

เกมครึ่งแรกทั้งสองทีมพยายามสร้างเกมบุกเพื่อทำประตูนาที 17 ปารีส เสียวก่อน เนย์มาร์ ได้ซัดในเขตโทษฝั่งซ้ายไปติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ ที่ช่วย เสือใต้ ไว้ได้ ถัดมา 4 นาที บาเยิร์น ลุ้นบ้าง เลวานดอฟสกี้ ได้พลิกตัวยิงแถวๆ จุดเตะโทษไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

 

ช่วงท้ายเกม ปารีส พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำหลังตัดบอลที่ บาเยิร์น ส่งหน้าประตูเสียกันเองและเป็น เอร์เรร่า ตบกลับมาให้ เอ็มบับเป้ ยิงโล่งๆ ไปตรงตัวผู้รักษาประตู ทำให้จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกัน 0-0

 

กลับมาครึ่งหลังกลายเป็น บาเยิร์น ที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาที 59 คิมมิช เปิดบอลจากขวาไปเสาวสองให้ โกม็อง โขกย้อนศรเข้าประตูไป พอโดนนำ ปารีส พยายามทำเกมรุกเพื่อทวงประตูคืนนาที 69 ดิ มาเรีย ได้บอลทางขวาก่อนจ่ายตัดให้ มาร์ควินญอส สอดมายิงในเขตโทษไปติดเซฟ นอยเออร์ เหมือนเดิม

 

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมทำให้จบเกม บาเยิร์น เบียดชนะ ปารีส 1-0 คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 6 ของสโมสรและเป็นสมัยแรกในรอบ 7 ปีนั้บตั้งแต่คว้าครั้งสุดท้ายปี 2013