พรีวิว พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs ลิเวอร์พูล

 

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs ลิเวอร์พูล

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2563 เวลา 23.30 .

ถ่ายทอดสด : True Premier Football HD1

ราคาต่อรอง : แมนฯ ซิตี้ ต่อ 0.5

สนาม : เอติฮัต สเตเดียม

 

ความพร้อมของทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ : เรือใบสีฟ้ายังคงทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง หลังจากพวกเขาคว้าชัยได้ถึง 5 จาก 6 นัดหลังสุด และไม่แพ้ใครมาแล้ว 8 นัดติดต่อกัน ซึ่งในเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของทีม จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เบนจาแม็ง เมนดี้ , แฟร์นานดินโญ่ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด โดยในแดนกลาง จะมี เควิน เดอ บรอยน์ คอยสร้างสรรค์เกมบุก ส่วนสามประสานในแดนหน้า จะได้ กาเบรียล เฆซุส กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง พร้อมผนึกกำลังร่วมกับ เฟร์ราน ตอร์เรส และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ล่าตาข่ายคู่แข่ง

 

ลิเวอร์พูล : หงส์แดงก็มีผลงานที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน หลังจากพวกเขาเอาชนะมาแล้ว 5 นัดรวด และเกมล่าสุดก็เพิ่งถล่ม อตาลันต้า ไปแบบสวยหรู 5-0 ซึ่งในนัดนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีม จะขาด เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน , ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคันทาร่า ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด โดยในแนวรุก ดิโอโก้ โชต้า ที่กำลังฟอร์มเดือดอาจจะต้องนั่งสำรองไปก่อน และใช้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่เก๋ากว่าออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่

 

สถิติที่เคยพบกันมา 5 นัดหลังสุด : แมนฯ ซิตี้ ชนะ 2 ครั้ง , เสมอกัน 2 ครั้ง , ลิเวอร์พูล ชนะ 1 ครั้ง

 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน (GK) , ไคล์ วอล์คเกอร์ , รูเบน ดิอาส , อายเมริค ลาปอร์ต , เจา กานเซโล่ , โรดรี้ , เควิน เดอ บรอยน์ , อิลกาย กุนโดกัน , เฟร์ราน ตอร์เรส , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง , กาเบรียล เฆซุส

 

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ (GK) , เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , โจเอล มาติป , โจ โกเมซ , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม , นาบี เกอิต้า , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ , ซาดิโอ มาเน่

 

วิเคราะห์ : ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ต่างก็กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีทั้งคู่ โดยเรือใบสีฟ้าเอาชนะมาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน ยิงได้ถึง 7 ประตู และไม่เสียเลยสักลูก ขณะที่หงส์แดงก็คว้าชัยมาแล้ว 5 เกมรวด ยิงได้ถึง 12 ประตู และเสียไปเพียง 2 ลูก อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่น่าคิดคือเกมรับของ ลิเวอร์พูล ที่ไม่มี ฟาน ไดจ์ค และ ฟาบินโญ่ จะทำได้ดีแค่ไหนเมื่อต้องเจอกับแนวรุกของ ซิตี้ เพราะที่ผ่านมาพวกเขายังไม่ได้รับมือกับทีมที่มีเกมบุกหนักหน่วงขนาดนี้มาก่อน (อตาลันต้า อยู่ในช่วงแกว่งพอดี) แต่ถึงกระนั้น ด้วยฟอร์มการเล่นโดยรวมที่กำลังลงล็อค บวกกับพลังทำลายล้างในเกมรุกที่มี โชต้า เพิ่มเข้ามา เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วทีมของคล็อปป์จะมีอย่างน้อย 1 คะแนนในศึกนี้

 

ผลที่คาด : เสมอ 1-1