ปีศาจแดงที่จบสกอร์ในจังหวะสุดท้ายไม่คม แถมเหลือผู้เล่น 10 คน โดน เปแอสเช บุกมาล้างแค้นถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 3-1

 

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลุ่ม H นัดที่ 5 เมื่อวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิด โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่พ่ายให้กับปีศาจแดงไปก่อนในรัง 2-1

 

โดยเกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือเจ้าบ้าน ส่ง เอดินสัน คาวานี่ อดีตหอกเปแอสเช ที่โชว์เก่งในเกมชนะ เซาแธมป์ตัน ลงเป็นตัวจริง ส่วน โธมัส ทูเคิ่ล เฮดโค้ชอาคันตุกะ ส่ง 3 ประสานแดนหน้าเป็น เนย์มาร์, มอนเซ่ คีน และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ตามสูตร

 

เริ่มเกม เปแอสเช เป็นฝ่ายทำเกมบุกได้ดีกว่า และได้ประตูขึ้นไปก่อนตั้งแต่ 6 นาทีแรก เมื่อ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ กดด้วยขวาบอลแฉลบแนวรับเจ้าบ้าน แต่ เนย์มาร์ ก็วิ่งตามไปวอลเลย์ซ้ำ เปแอสเซ ขึ้นนำ 1-0

 

หลังจากนั้น ฝ่ายทีมเยือนได้ครองบอลมากขึ้น และมีโอกาสเข้าทำเพื่อหาประตูเพิ่ม แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะผ่านมือ เด เคอา ได้ แต่ในขณะเดียวกับเกมรับของพวกเขาเหนียวแน่น และมีวินัยมาก จน ยูไนเต็ด ทำโอกาสยิงจะแจ้งไม่ได้เลย

 

ทว่าช่วง 20 นาทีแรกมีเหตุการณ์ดราม่าขึ้น เมื่อ เฟร็ด ถูกจับภาพได้ว่าเอาศรีษะไปโขก ปาราเดส จนทำให้ผู้ตัดสินต้องย้อนไปดูเหตุการณ์จาก VAR ที่มอนิเตอร์ข้างสนาม แต่ก็กลับมาให้ใบเหลืองกองกลางชาวบราซิลเลี่ยนของ ยูไนเต็ด เท่านั้น

 

ผ่านไปในนาทีที่ 32 ปีศาจแดงได้ประตูตีเสมอแบบโชคช้วย เมื่อ อารอน วาน บิส ซาก้า ส่งบอลเข้าในให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงไป แม้จะไม่แรงเท่าไหร่ แต่บอลก็แฉลบ ดานิโล่ เปลี่ยนทางผ่าน เคย์เลอร์ นาบาส เข้าไปทำให้สกอร์เป็น 1-1

 

เมื่อได้ประตูตีเสมอ ทีมของ โซลชา ก็เริ่มกลับมาครองบอลมากขึ้น พร้อมกับจังหวะเข้าทำที่มากขึ้นด้วย แต่แนวรับของ เปแอสเช ก็ยังไม่พลาดอีก ก่อนจะที่เกมจะจบไปด้วยสกอร์ 1-1 ในครึ่งแรก

 

 

เริ่มครึ่งหลัง ยูไนเต็ด เปิดเกมได้อย่างน่ากลัว และเกือบได้ประตูขึ้นนำในจังหวะสวนกลับที่ แรฟฟอร์ด ลากบอลทางกราบขวาและปาดเข้ามาด้านในให้ มาร์กซิยาล แต่หอกชาวฝรั่งเศสดันแปข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ

 

ปีศาจแดงเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 56 เมื่อ คาวานี่ หลุดกับดักล้ำหน้าไปได้ พร้อมกับชิพข้าม นาบาส แต่บอลดันไปชนคาน แม้ บรูโน่ ที่ตามไปเก็บจังหวะ 2 ได้ และส่งบอลให้ มาร์กซิยาล ยิงซ้ำแต่ก็ติดบล็อคของแนวรับเปแอสเช

 

เปแอสเช ก็มีจังหวะหวาดเสียวเหมือนกัน เมื่อได้บุกขึ้นมา ก่อนที่ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ จะเปิดเข้าไปด้านในให้ มาร์ควินญอส โหม่งเต็มหัว แต่น่าเสียดายที่บอลลอยไปตกบนคาน

 

อย่างไรก็ตาม เปแอสเช ก็ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 69 เมื่ออันเดร์ เอร์เรร่า กดนอกกรอบบอล เข้าทาง ดิยัลโล่ ตวัดเข้ามาให้ มาควินญอส ที่อยู่หน้าปากประตูและยืนตำแหน่งไม่ลำหน้า ก่อนที่จะเขี่ยบอลผ่าน เค เคอา เข้าไป เปแอสเช นำ 2-1 แถมในนาทีต่อมา เฟร็ด ก็โดนใบเหลืองที่ 2 ไล่ออกจากสนามอีก

 

ช่วงท้ายเกม ทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นไปผ่อนเกมรุก และเน้นครองเพื่อประคองเกม ขณะที่ ยูไนเต็ด พยายามบุกทำประตูตีเสมออีกครั้ง แต่การที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ทำให้พวกเขาเจาะเกมรับของ เปแอสเช ได้ไม่มากนัก ก่อนที่ ทีมเยือนจะมาได้ประตูปิดกล่องจาก เนย์มาร์ ในนาทีที่ 91 จบเกม แมนยูไนเต็ด ถูก เปแอสเช บุกมาถอนแค้นคารัง 3-1

 

นั่นทำให้ตอนนี้ ยูไนเต็ด, เปแอสเช และ แอร์เบ ไลป์ซิก มีคะแนนเท่ากันที่ 9 แต้ม แต่มี เปแอสเช มีลูกได้เสียดีกว่าทำให้รั้งอันดับ 1 ของกลุ่ม H ตามมาด้วย ยูไนเต็ด และ ไลป์ซิก ซึ่งหมายความว่าพวกเขาทั้งหมดต้องไปลุ้นคว้าตั๋วรอบน็อคเอ้าท์กับเกมในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในสัปดาห์ โดย เปแอสเช จะพบกับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ขณะที่ แมนยู จะบุกไปเยือน ไลป์ซิก