สมาคมนักฟุตบอลอุรุกวัย ออกแถลงการณ์ ว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้หลังจากที่ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ตัดสินใจลงโทษแบน เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงทัพจอมโหด เป็นจำนวน 3 นัด พร้อมปรับเงิน 100,000 ปอนด์ หลังกล่าวหาว่าเจ้าตัวนั้นเหยียดผิว

 

 

โดย คาวานี่ ที่ได้โพสต์รูปลงในอินสตราแกรม พร้อมข้อความว่า “Negrito (เนกริโต)” หลังยิงประตูชัย เอาชนะ เซาแธมป์ตัน แบบดราม่า 3-2 ที่สนาม เซนต์ แมรี วันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และนั่นทำให้ดาวยิงวัย 33 ปี โดน เอฟเอ ตั้งข้อหา ประพฤติไม่เหมาะสม หลังโพสต์ข้อความที่สามารถตีความหมายเชิงดูหมิ่น, เหยียดหยาม, ไม่เหมาะสม หรือสร้างความเสื่อมเสียแก่วงการลูกหนัง ก่อนจะโดนลงโทษแบนในที่สุด

 

ล่าสุดทางสมาคมนักฟุตบอลอุรุกวัย ได้แถลงการณ์ดังนี้  “เราขอประณามการดำเนินการตามอำเภอใจของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่ได้กระทำการเลือกปฏิบัติต่อวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวอุรุกวัย ที่ห่างไกลจาการเหยียดผิว การลงโทษดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ลำเอียง ดันทุรัง และไร้มุมมองในเรื่องชาติพันธุ์ของทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่อนุญาติให้มีการตีความสรุปผลความผิดแม้ว่าอาจจะมีข้อบกพร่องก็ตาม”

 

 

“เอดินสัน คาวานี่ ไม่เคยมีการกระทำใดๆที่มีลักษณะที่เป็นไปในเชิงเหยียดผิว เขาเพียงแค่ใช้สำนวนทั่วไปในภาษาละตินอเมริกา เพื่อกล่าวถึงเพื่อนสนิทด้วยความรักใคร่เท่านั้น นี่จึงเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างแท้จริง ”

 

 

ทั้งนี้แแถลงการณ์ดังกล่าว ยังกระตุ้นให้ เอฟเอ ทบทวนกระบวนการตัดสินใจ และยกเลิกโทษแบนของ คาวานี่ แม้ว่า แมนฯยูไนเต็ด ต้นสังกัด จะน้อมรับและไม่อุทธรณ์โทษดังกล่าวแต่อย่างใดก็ตามเพื่อเป็นการเคารพต่อการรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิวนั่นเอง