แอร์เบ ไลป์ซิก – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
เดเอฟเบ โพคาล (รอบชิงชนะเลิศ)
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม
เวลา : 01:45 น.
สนาม : โอลิมเปียสตาดิโอน เบอร์ลิน (สนามกลาง – เบอร์ลิน)
ถ่ายทอดสด : 7HD
อัตราต่อรอง : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่อเสมอควบครึ่ง
ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
20/01/19 ไลป์ซิก 0-1 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (บุนเดสลีกา)
18/12/19 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-3 ไลป์ซิก (บุนเดสลีกา)
20/06/20 ไลป์ซิก 0-2 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (บุนเดสลีกา)
09/01/21 ไลป์ซิก 1-3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (บุนเดสลีกา)
08/05/21 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-2 ไลป์ซิก (บุนเดสลีกา)
ความพร้อมก่อนเกม
แอร์เบ ไลป์ซิก : ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ กุนซือของทีมจะได้ลุ้นแชมป์ก่อนลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ เกมนี้สภพาทีม จะขาด ลาซาร์ ซามาร์ดซิช ,คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู, ไทเลอร์ อดัมส์, ลาซาร์ ซามาร์ดซิช และ โดมินิก โซบอสไล ส่วน วิลลี่ ออร์บัน ต้องทดสอบความฟิต ขณะที่แกนหลักอย่าง ยุสซุฟ โพลเซ่น, มาร์เซล ฮัลส์เทนแบร์ก และ เควิน คัมเพิล ,มาร์เซล ซาบิตเซอร์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, เควิน คัมเพิล, ลูคัส คลอสเตอร์มันน์ และ ดาเนียล โอลโม่ จะพร้อมลงสนามทั้งหมด
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ : “เสือเหลือง” ที่เวลานี้มี เอดิน แทร์ซิช นั่งกุนซือเกมนี้สภาพทีมยังขาดเพียบทั้ง อักเซล วิตเซล, มาร์แซล ชเมลเซอร์, โมเตว โมเรย์, ดาน-อั๊กเซล ซากาดู และ ยูสซูฟา มูโกโก้ ส่วน จู้ด เบลลิงแฮม พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมได้แล้ว และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ดาวยิงคนสำคัญต้องเช็คความฟิตเพื่อลุ้นลงสนาม ร่วมกับ มาร์โค รอยส์, เจดอน ซานโช่, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, เอ็มเร่ ชาน, ราฟาแอล เกร์เรโร่, มาห์มูด ดาฮูด และ โจวานนี่ เรย์น่า
11ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
แอร์เบ ไลป์ซิก (3-1-4-2) : ปีเตอร์ กูลัคซี่ – ลูคัส คลอสเตอร์มันน์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, มาร์เซล ฮัลส์เทนแบร์ก – เควิน คัมเพิล – คอนราด ไลเมอร์, ดาเนียล โอลโม่, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, อังเคลินโญ่ – เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, ยุสซุฟ โพลเซ่น
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (4-2-3-1) : มาร์วิน ฮิตซ์ – ลูคัสซ์ พิสเช็ค, มานูเอล อคานจี, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, ราฟาแอล เกร์เรโร่ – เอ็มเร่ ชาน, มาห์มูด ดาฮูด – โจวานนี่ เรย์น่า, มาร์โค รอยส์, เจดอน ซานโช่ – เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์
ทัศนะก่อนเกม : ไลป์ซิก ฟอร์มตกแบบสุดๆ 7 นัดหลังชนะแค่ 2 เรียกว่าผลงานน่าใจหายก่อน นาเกลล์มันน์ จะลาทีม เจอกับ ดอร์ทมุนด์ ที่ชนะมา 5 เกมติด เรียกว่าต้ององค์ลงจริงๆหากหวังคว้าชัยเกมนี้ และสุดท้าย เสือเหลือง จะเอาชนะและคว้าแชมป์ไปได้
สกอร์ที่คาด : ดอร์ทมุนด์ ชนะ 2-0






