นายใหญ่เดอะแบ็กกี้ส์ออกมาจัดหนักผู้ตัดสินและทีมงาน VAR หลังจบเกมที่ทีมของเขาปราชัยต่อหงส์แดง

 

แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือของเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน กล่าวอย่างหัวเสียว่าทีมของเขาแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล เพราะการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในเกมนี้อย่าง ไมค์ ดีน และทีมงาน VAR

 

เวสต์บรอมวิช เปิดบ้านพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ไป 1-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเดอะแบ็กกี้ส์ได้ประตูออกนำไปก่อนจาก ฮัล ร็อบสัน-คานู ตั้งแต่นาทีที่ 15 ก่อนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะมาตามตีเสมอให้กับหงส์แดงได้ในนาทีที่ 33 และเป็น อลิสซอน เบ็คเกอร์ ที่ขึ้นมาโขกประตูชัยให้กับทีมเยือนในนาทีที่ 90+5

 

อย่างไรก็ตาม ในนัดนี้มีจังหวะปัญหาที่ทำให้ เวสต์บรอมวิช เสียประโยชน์อยู่สองจังหวะ ครั้งแรกเป็นจังหวะที่บอลมาโดน ไมค์ ดีน แต่เจ้าตัวกลับให้ ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกแทนที่จะเป็นดรอปบอล ซึ่งเป็นที่มาของประตูตีเสมอ 1-1 ส่วนครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์ที่ประตูของ ไคล์ บาร์ทลี่ย์ โดนยึดคืน เมื่อ VAR มองว่าจังหวะดังกล่าว แม็ตต์ ฟิลลิปส์ ไปรบกวนการเซฟของ อลิสซอน

 

“ไม่มีใครไปก่อกวนผู้รักษาประตูเลย ทุกอย่างที่ผู้คนพูดว่าพวกเขาต้องทำอย่างนั้นเพื่อไม่ให้ผู้รักษาประตูเซฟได้… ต่อให้ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เขาก็คงเซฟไม่ได้อยู่ดี ผมงงจริงๆ” อัลลาร์ไดซ์ บอกกับ BBC Sport หลังจบเกม

 

“น่าเศร้าจากที่เราควรจะอยู่ในตำแหน่งที่เป็นผู้ชนะ เราลงเอยด้วยความพ่ายแพ้”

 

“ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกทั้งที่ไม่ควรจะเป็นฟรีคิก และควรจะเป็นการดรอปบอล ถ้าเราจะได้อะไรจาก ลิเวอร์พูล เราต้องการโชคนิดหน่อย เราไม่ได้อะไรเลยจาก VAR หรือเจ้าหน้าที่ และโชคร้ายที่เราต้องเจอแบบนั้น”

 

“เขา (ผู้ตัดสิน) ควรจะรู้กฎ เขาตัดสินผิดพลาด ผมทำได้แค่ชี้ให้เห็นว่าผมผิดหวังขนาดไหน ที่ผู้ตัดสินที่มีประสบการณ์ทำผิดพลาดแบบนั้น มันโหดร้ายมากๆ”

 

“ผลการแข่งขันทำให้เรารู้สึกดี เรามาโดนยิงในนาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นความผิดของเราเอง แต่มันก็เกิดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นด้วย เราจะไม่แพ้เกมนี้ หากพวกเขาไม่ยึดประตูที่สองของเราคืน”

 

ชัยชนะนัดนี้ของ ลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขาขยับขึ้นไปไล่จี้ทีมอันดับ 4 อย่าง เชลซี เหลือเพียงคะแนนเดียว ขณะที่พรีเมียร์ลีกเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด