โจน กาสปาร์ต อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลน่า ออกมาเผยเรื่องราวในอดีตกับการเซ็นสัญญากับ โรนัลโด้ R9 จาก พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ว่าเจ้าตัวต้องยอมลงทุนปลอมเป็นเด็กเสิร์ฟเพื่อย่องเข้าไปในแคมป์ทีมชาติบราซิล

 

บาร์ซ่าจัดการควักกระเป๋าเป็นจำนวนมหาศาลในขณะนั้นด้วยจำนวนเงิน 13.5 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวมาเล่นในสเปน และฤดูกาลแรกเหยินใหญ่ก็ยิงกระจายโดยทำไปได้ถึง 47 ลูกจาก 51 นัด ก่อนที่อินเตอร์ มิลานจะทุ่มซื้อเขาไปในเล่นที่ลีกอิตาลี

 

กาสปาร์ต เล่าผ่านช่องยูทูป Idolosว่า“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ยิ่งกว่าในหนังซะอีก ตอนนั้นมีปัญหาตรงที่ พีเอสวี ยึกยักไม่อยากปล่อยโรนัลโด้ให้กับเรา และตั้งเงื่อนไขว่าหากกาย้านทีมจะเป็นโมฆะหากตัวนักเตะไม่ลงทะเบียนก่อนวันที่กำหนดไว้”

 

“ในช่วงเวลานั้น มันค่อนข้างเป็นอะไรที่ล่าช้ามากทำให้ โฆเซ่ หลุยซ์ นูนเยส (ประธานสโมสรคนก่อนกาสปาร์ต)ตัดสินใจส่งผมไปที่แค้มป์ทีมชาติบราซิลที่ไมอามีเพื่อไปเอาลายเซ็นของโล้นทองคำมาให้ได้”

 

“ผมไปถึงที่สหรัฐฯโดยที่ยังไม่ได้เจอกับโรนัลโด้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ตัวสูงใหญ่สองคนเฝ้าที่หน้าโรงแรมอยู่ โดยโดนกำชับว่าห้ามให้ใครผ่านเข้าไปเด็ดขาด และถ้าผมยึกยักมีหวังโดนลากออกมาแน่นอน”

 

“แต่ผมก็นึกอะไรออกได้ในเวลานนั้น นั่นคือการปลอมตัวเป็นบริกรของโรงแรม ผมเข้าไปโน้มน้าวให้เด็กเสิร์ฟตัวจริงยอมให้ผมยืมชุดและถาดสำหรับใส่โค้ก จากนั้นผมก็ขึ้นไปที่พักของพวกนักเตะบราซิลอีกรอบและก็เจอบอดี้การ์ด 2 คนเดิม ผมบอกเค้าว่า โรนัลโด้สั่งน้ำให้เอาขึ้นไปให้ พวกเขากผ้ยอมปล่อยผมขึ้นไป”

 

“พอผมได้เจอกับโรนัลโด้ ผมก็แนะนำตัวกับเขาว่าผมเป็นใครตอนแรกเขาไม่เชื่อผมจึงหาอะไรมายืนยันจนเขาตัดสินใจโทรหาเอเย่นต์ของเขาและแจ้งไปว่า เจ้าตัวโดนจับได้แล้ว ผมบอกเขาว่าถ้าไม่ทำตามผมจะฟ้องเขากลับแน่นอน จากนั้นเราก็จัดการเซ็นสัญญากับเขาอย่างฉับพลัน และมันก็จบแบบแฮปปี้ เอนดิ้ง