พรีวิว พรีเมียร์ลีก : วัตฟอร์ด vs ลิเวอร์พูล
วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 18.30 น.
ถ่ายทอดสด : True Premier Football HD1 , ID Station , PPTV HD
ราคาต่อรอง : ลิเวอร์พูล ต่อ 1/1.5
สนาม : วิคาเรจ โร้ด
ความพร้อมของทั้งสองทีม
วัตฟอร์ด : แตนอาละวาดมีผลงาน 5 นัดหลังสุดคือชนะ 1 , เสมอ 1 และแพ้ 3 โดยเกมที่แล้วพวกเขาบุกไปพ่ายต่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด มา 0-1 ซึ่งในนัดนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือป้ายแดงของทีม จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ปีเตอร์ เอเตโบ้ , ฟรานซิสโก้ ซิเอร์รัลต้า , คริสเตียน กาบาเซเล่ และ นิโคลัส เอ็นคูลู ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ในรายของ โจชัว คิง ยังต้องรอเช็คสภาพความฟิตอีกครั้ง โดยในแนวรุก ทอม เคลเวอร์ลี่ย์ จะปั้นเกมตรงกลาง ขนาบข้างด้วย อิสไมล่า ซาร์ กับ เอ็มมานูเอล เดนนิส ที่จะโจมตีจากทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง พร้อมวาง เจา เปโดร ไว้เป็นหัวหอกตัวเป้า
ลิเวอร์พูล : หงส์แดงมีผลงาน 5 เกมหลังสุดคือชนะ 3 และเสมอ 2 โดยนัดที่ผ่านมาพวกเขาเปิดบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมันส์ 2-2 ซึ่งในเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีม จะขาด ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ และ เคอร์ติส โจนส์ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งคู่ รวมถึงจะไม่มี อลิสซอน เบ็คเกอร์ และ ฟาบินโญ่ ที่เดินทางไปเล่นให้กับทีมชาติบราซิล ขณะที่ในรายของ ดิว็อค โอริกี้ , ติอาโก้ อัลคันทาร่า และ ดิโอโก้ โชต้า ยังต้องรอเช็คสภาพความฟิตอีกครั้ง โดยในแดนกลาง เจมส์ มิลเนอร์ กับ นาบี เกอิต้า น่าจะได้ลงมาเล่นร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนสามประสานในแดนหน้า จะเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่
สถิติที่เคยพบกันมา 5 นัดหลังสุด : วัตฟอร์ด ชนะ 1 ครั้ง , ลิเวอร์พูล ชนะ 4 ครั้ง
นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
วัตฟอร์ด (4-2-3-1) : เบน ฟอสเตอร์ (GK) , กิโก้ เฟเมเนีย , เคร็ก แคธคาร์ท , วิลเลี่ยม ทรูสต์-เอคอง , แดนนี่ โรส , ยูราย คุชก้า , มุสซ่า ซิสโซโก้ , อิสไมล่า ซาร์ , ทอม เคลเวอร์ลี่ย์ , เอ็มมานูเอล เดนนิส , เจา เปโดร
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควิวีน เคลเลเฮอร์ (GK) , เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , โจ โกเมซ , โจเอล มาติป , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , เจมส์ มิลเนอร์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , นาบี เกอิต้า , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ , ซาดิโอ มาเน่
วิเคราะห์ : แม้เกมนี้ วัตฟอร์ด จะมาแบบบอลเปลี่ยนโค้ช แต่มันก็ไม่น่าจะส่งผลอะไรมาก เพราะคู่ต่อสู้ของพวกเขาคือ ลิเวอร์พูล ที่กำลังเข้าฝัก เผลอๆแตนอาละวาดอาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ จากการที่นักเตะต้องใช้เวลาปรับตัวกับสไตล์การเล่นของเจ้านายคนใหม่ เอาล่ะ จริงอยู่ที่หงส์แดงสภาพทีมไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ แต่พวกเขาเป็นบอลระบบอยู่แล้ว และตัวสำรองที่มีก็สามารถลงมาทดแทนได้สบายในกรณีที่ไม่ได้เจอกับทีมระดับเดียวกัน ฉะนั้น งานนี้เชื่อว่าทีมของคล็อปป์จะบุกมาเก็บ 3 แต้มได้แบบไม่ต้องลุ้นเหนื่อยมากนัก
ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ 3-1







