ก่อนหน้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในค่ำคืนนี้ ก็มีเกมนัดชิงสโมสรของทวีปแอฟริกาด้วยเช่นกัน แต่ทว่าดูมีปัญหากว่าในยุโรปเยอะ

 

เอสเปอร์เรนเซ่ เดอ ตูนิส สโมสรจากตูนิเซีย คว้าแชมป์ ซีเอเอฟ แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครอง หลังวีแดด คาซาบลานก้า คู่แข่งของพวกเขา ปฏิเสธที่จะลงแข่งขันต่อเพื่อประท้วงการตัดสินในเกมนัดชิงนัดที่สอง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

ในศึกซีเอเอฟ แชมเปี้ยนส์ลีก ที่มีการแข่งขันเป็น 2 นัด ซึ่งทั้งคู่นี้ดูมีปัญหากันตั้งแต่นัดแรกแล้ว หลัง วีแดด ไม่พอใจที่พวกเขาไม่ได้ประตู ทั้งที่เป็นลูกใสสะอาด และยังไม่ได้จุดโทษในหลายๆจังหวะ ทั้งที่มีการใช้ VAR ช่วยตัดสินแล้ว ทำให้เกมนั้นเสมอกันไป 1-1

 

 

 

แต่ในนัดสองปัญหาดูวุ่นวายเข้าไปใหญ่ เมื่อ VAR ในเกมนั้นใช้งานไม่ได้จนต้องหยุดเกมไปพักนึงในช่วงที่เอสเปอร์เรนเซ่นำอยู่ 1-0 และสิ่งที่ทำให้ทีมจากโมร็อคโคไม่โอเคมากที่สุดคือการที่พวกเขาทำประตูตีเสมอได้อย่างขาวสะอาด แต่ถูกมองว่าเป็นลูกล้ำหน้าซะงั้น ซึ่งภาพช้าในเกมได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจังหวะนั้นไม่ล้ำหน้า แต่หน้าจอที่ใช้ดู VAR  กลับพังอย่างปริศนา ทำให้พวกเขา วีแดด ปฏิเสธที่จะแข่งขันต่อจนกว่าจะได้ดู VAR นั้น

 

 

ผู้ตัดสินในเกมใช้เวลากว่าชั่วโมงในการทำให้ VAR กลับมาใช้งาน แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจเป่าจบเกมให้ เอสเปอร์เรสเซ่ คว้าแชมป์ไปครองในที่สุดด้วยสกอร์ 2-1 ผลที่ตามหลังจากนั้นคือเหตุการณ์วุ่นวายในอุโมงค์ของนักเตะทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแย่ๆที่เกิดขึ้นในวงการลูกหนังกาฬทวีปอย่างมากเลย