เบนเซม่า เป็นทีเด็ดของ เรอัล มาดริด อีกแล้วหลังทำแฮตทริกช่วยให้ทีมบุกชนะ เชลซี 3-1 โดยเกมนี้ เมนดี้ นายด่านเจ้าบ้านทำหมูหกด้วย
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 6 เมษายน 2565 เชลซี ทีมแชมป์เก่าเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด ทีมจ่าฝูงของลา ลีกา สเปน
เกมนี้ โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ของ “สิงห์บลูส์” ได้ รีช เจมส์ กลับมาเป็นตัวจริงทางฝั่งขวาแนวรุก เมสัน เมาท์ ทำเกมร่วมกับ คริสเตียน พูลิซิซ โดยมี ไค ฮาแวร์ตซ์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า
ด้าน “ราชันชุดขาว” มีข่าวดีเมื่อได้ คาร์โล อันเชล็อตติ หายจากโควิด-19 มาคุมทีมข้างสนามได้ทันเวลา โดยเกมนี้ส่งทัพใหญ่ โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, วินิซิอุส จูเนียร์ส และ คาริม เบนเซม่า นำทีม
เกมครึ่งแรกเล่นไปได้ 10 นาทีทีมเยือนได้เสียวก่อนจากจังหวะสวนกลับ เฟเดริโก้ บัลเบรเด้ ตัดบอลจาก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ก่อนลำเลียงมาส่งให้ วินิซิอุส จููเนียร์ส ล็อกหนี ติอาโก้ ซิลวา ก่อนยิงแฉลบแนวรับไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
อย่างไรก็ตามนาที 21 เรอัล มาดริด ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ วินิซิอุส จูเนียร์ส ทำชิ่งกับ เบนเซม่า ก่อนเป็นสตาร์แซมบ้า ที่ครอสบอลจากซ้ายไปให้ “เบนซ์” เติมไปโขกผ่านมือ เอดูอาร์ เมนดี้ เข้าไป
เท่านั้นไม่พอ 3 นาทีต่อมา “ราชันชุดขาว” มาได้ประตูที่สอง ลูก้า โมดริช โยนบอลจากขวาไปให้ เบนเซม่า โหม่งย้อนศรหมดปัญญาที่ เมนดี จะเซฟไว้ได้
อย่างไรก็ตาม เชลซี ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นาที 40 ก็มาตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จอร์จินโญ่ เติมเกมขึ้นมาหน้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนโยนไปเสาไกลให้ ฮาแวร์ตซ์ โฉบมาโขกเต็มศรีษะ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดโดนแต่ทานความแรงไม่อยู่ปลิ้นเข้าประตูไป
กลับมาครึ่งหลังแฟนบอล “สิงห์บลูส์” ถึงกับช็อกทั้งสนามจากจังหวะที่ไม่มีอะไรเลย เมนดี้ ที่ออกมาเล่นนอกเขตโทษทว่าเตะแป้ก เบนเซม่า อาศัยลูกขยันวิ่งมาเบียดชนะ รูดิเกอร์ ก่อนยิงทันทีประตูโล่งๆ ไม่พลาดให้ มาดริด นำ 3-1 และเป็นแฮตทริกของหัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส
ช่วงเวลาที่เหลือ เชลซี พยายามบุกหนักมีโอกาสลุ้นประตูตีเสมอจาก โรเมลู ลูกากู ที่ได้โหม่งเน้นๆ 2 จังหวะแต่ก็หลุดกรอบไปหมด ทำให้จบเกมเป็น เรอัล มาดริด ที่บุุกมาชนะ 3-1 กุมความได้เปรียบได้ก่อนในเกมแรก








