สมศักดิ์ศรี! เรือใบเฮก่อนเฉือนชุดขาว4-3ตัดเชือกยูซีแอล

ยูซีแอล

เรือใบสีฟ้า เปิดบ้านเฉือน ราชันชุดขาว 4-3 เจ้าบ้านยิง 4 ลูกไม่ซ้ำหน้ากันเลย ส่วนทีมเยือน เบนเซม่า เหมาคนเดียว 2 เม็ด ในศึกยูซีแอล เลก 1

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกแรก เมื่อวันอังคารที่ 26 เมษายน 2565 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือน เรอัล มาดริด ทีมนำของลา ลีกา สเปน

เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ “เรือใบสีฟ้า” เกมนี้ส่ง กาเบรียล เชซุส ที่เพิ่งยิง 4 ประตูใส่ วัตฟอร์ด ในเกมลีก ลงเป็นหน้าเป้าเล่น 3 ผสานกับ ริยาด มาห์เรซ และ ฟิล โฟเด้น โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ ที่ทำเกมสนับสนุน

ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ เฮดโค้ชของ “ราชันชุดขาว” ขาด คาเซมิโร่ ที่ฟิตไม่ทัน ทำให้ เฟเดริโก้ บัลเบรเด้ ลงเล่นแทน แนวรุก คาริม เบนเซม่า ที่กำลังร้อนแรงเป็นตัวความหวังของทีมโดยมี โรดริโก้ กับ วินิซิอุส ทำเกมริมเส้นสนับสนุน

เริ่มเกมได้เพียง 2 นาทีแฟนบอลเจ้าบ้านก็ได้เฮกันอย่างรวดเร็ว ริยาด มาห์เรซ ได้บอลทางขวาก่อนโยนไปจุดนัดพบให้ เควิน เดอ บรอยน์ สอดมาโขกเน้นๆ ตุงตาข่ายให้ “เรือใบสีฟ้า” ขึ้นนำ 1-0

หลังจากนั้น 5 นาที “เรือใบสีฟ้า” ก็มาหนีห่าง 2-0 เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายยัดเข้าไปในเขตโทษให้ กาเบรียล เชซุส พลิกหนี ดาวิด อลาบา ก่อนหมุนมายิงสวนตัว ธิโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปอย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นาที 33 แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ครอสบอลจากซ้ายไปเสาไกลให้ คาริม เบนเซม่า โฉบตัวหน้า อเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ก่อนตวัดยิงผ่านมือ เอแดร์ซอน เบียดเสาเข้าไปไล่มาเป็น 2-1

รูปภาพ

ครึ่งหลังเกมยังแลกกันสนุกนาที 53 แฟร์นานดินโญ่ ตัวสำรองขึ้นเกมมาทางขวาก่อนโยนบอลไปให้ ฟิล โฟเด้น สกัดตัวประกบมาโขกจ่อๆ ให้เจ้าบ้านขยับสกอร์หนีห่างอีกครั้งเป็น 3-1

แต่ดีใจได้ 2 นาทีจากจังหวะโต้กลับ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ จ่ายบอลขนาดริมเส้นฝั่งซ้าย วินิซิอุส ข้ามบอลหลอก แฟร์นานดินโญ่ จากกลางสนามก่อนกระชากโซโล่เดี่ยวไปยิงสวนตัว เอแอร์ซอน เข้าเสาไกลไล่มาเป็น 2-3

ต่อมานาที 74 โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ โดน โทนี่ โครส ชนล้มหน้าเขตโทษผู้ตัดสินให้เป็นลูกได้เปรียบ แบร์นาร์โด้ ซิลวา มาเก็บตกลากบอลไปตวัดยิงด้วยซ้ายในเขตโทษบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปเป็น 4-2

สกอร์ไม่หยุดง่ายๆ นาที 82 อายเมอริค ลาปอร์กต์ จังหวะแย่งบอลกลางอากาศดันไปทำแฮนด์บอลทำให้ทีมเยือนได้ลูกจุดโทษ และเป็น คาริม เบนเซม่า ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปเป็นประตูสุดท้ายของเกมนี้

จบเกม แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านเอา เรอัล มาดริด ไปแบบสุดมัน 4-3 ยังต้องลุ้นกันต่อในเลกที่ 2 ที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว

พรีวิว แชมเปี้ยนส์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – เรอัล มาดริด : 03.00 น.