ผ่านพ้นไปเเล้วสำหรับศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดเเรกของ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวซามูไร ที่เข้ามารับหน้าที่อันใหญ่ยิ่งในการพาช้างศึกไปไกลที่สุด
เปิดเกมนัดเเรก ทีมชาติไทย ต้องเจอ คู่รักคู่เเค้นอย่าง ทีมชาติเวียดนาม เหมือนโชคชะตาลิขิตไว้เเล้วว่าสองทีมนี้ต้องเจอกันอีกนาน เเละดันมาอยู่สายเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เเละจากนัดเเรกผ่านพ้นไปเเล้วสองทีมจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 อย่างดุเดือดมาดูกันว่าเหตุผลอะไรที่ช้างศึกไม่สามารถสยบดาวทองในรังได้
ปัญหาสนามเเฉะกระทบการต่อบอลของช้างศึก
ต้องยอมรับว่าทีมชาติไทย ภายได้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ เเน่นอนว่าจะต้องมาเล่นเเบบซามูไรสไตล์การต่อบอลเพรสซิ่งต้องมาก่อน เเละเมื่อมาเจอกับสภาพสนาม มธ.รังสิต ที่ต้องบอกว่าซวยจริงๆ ที่มาเล่นช่วงพายุเข้าไทยก่อนเกมมีฝนตกลงมาทำให้สนามที่พร้อมจะใช้งานเเบบร้อยเปอร์เซ็นมีฝนมาทำให้แฉะส่งผลเสียถึงการต่อบอลของทีมชาติไทยที่ในครึ่งเเรกเจอปัญหาลื่นเเละบอลไม่ตามใจสั่ง ซึ่งเวียดนามก็เจอปัญหานี้ด้วยต้องบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ไทยเจอปัญหาฝนทำให้การต่อบอลอาจจะขาดๆเกินๆ
ทัพ “ช้างศึก” ยุคไร้กองหน้าตัวเป้า
อากิระ นิชิโนะ กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ต้องประสบปัญหาเรื่องของกองหน้าในเกมนี้ ซึ่ง ศุภชัย ใจเด็ด ที่มองว่ายังไม่ดีพอในการเจอกับเวียดนาม ทำให้เล่นเเบบไม่ต้องใช้หน้าเป้า โดยการดัน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ขึ้นไปอยู่ในตำเเหน่งสูงสุดของเกมเเละมีโอกาสพังประตูเเต่ไม่คมพอ เเละยังมีเเข้งรายอื่นอย่าง ชนาธิป เเละ สุภโชค ที่คอยเติมขึ้นไปเป็นกองหน้าตัวเป้าจำเป็น เเละเเม้ว่า ศุภชัย ใจเด็ด จะลงมาครึ่งหลัง เเต่ไม่สามารถสร้างความหนักใจให้กับเเผงหลังเวียดนามได้เลย จัดการสกัดบอลได้ทุกจังหวะที่เข้ามาในกรอบเขตโทษทำให้ไทยชวดได้ประตู
ครองบอลเหนือกว่าเเต่จบไม่คม
จากสถิติในเกมนี้ “ช้างศึก” ครองบอลได้ถึง 61 เปอร์เซ็น ส่วนทางเวียดนามได้บอลเพียง 39 เปอร์เซ็น ถือว่าห่างกันอย่างมาก ส่วนการยิง ไทยซัดไป 13 ครั้ง เวียดนาม ยิง 7 ครั้ง เเละที่สำคัญคือ ทีมชาติไทย มีการจ่ายบอลถึง 429 ครั้ง โดยเวียดนาม จ่ายเเค่ 252 ครั้งเท่านั้นในเกมนี้ ถือว่าห่างกันเยอะ เเต่ ขุนพลเเดนสยามไม่สามารถสร้างโอกาสให้เป็นประตูเป็นเรื่องที่ต้องนำกลับไปเเก้ไขต่อไป
ชนาธิปเจอเเข้งเวียดนามบี้หนัก
ก่อนเกม ชนาคุง น่าจะรู้เเล้วว่าต้องเจออะไรบ้างในเกมนี้ ใช่เเล้วนั้นก็คือการเข้าสกัดบอลของเเข้งเวียดนามนั้นเอง ที่ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือเวียดนามได้สั่งให้จัดการจับเจ้าเจ ของเราไม่ให้โชว์ลีลาในเกมนี้ เเละเเข้งเวียดนามก็ทำงานได้ดี เเมตช์นี้ เมสซี่เจ พริ้วไม่ออกเเละดันมาเจอสภาพสนามที่ไม่เป็นใจอีกงานนี้ไทยเสียหายอย่างมาก
“ดาวทอง” ถ่วงเวลา
จากเกมไทยเสมอเวียดนามจะเห็นได้ชัดเลยว่าทีมเยือนจะออกบอลช้าอย่างมากในเเต่ละจังหวะ เมื่อบอลออกข้างสนามหรือว่าเล่นจากประตู ดัง วาน ลัม มือกาวจากเมืองทอง นี้เเหละคือใส้ศึกตัวจริง เล่นช้าลีลาเยอะกว่าจะออกบอลได้ มีอยู่จังหวะที่เลี้ยงมาถึงเกือบจะครึ่งสนามเเล้วค่อยเปิดบอล มองว่าเกมนี้เวียดนามได้หนึ่งเเต้มก็พอใจเเล้ว
กำเนิดดาวรุ่ง สุภโชค,พิธิวัต โดดเด่นมีอนาคต
ขอเเถมอีกหนึ่งประเด็น เเม้ว่าเกมนี้จะเป็นเเมตช์ที่น่าเสียดาย เเต่ก็ยังมีเรื่องดีคือ เราได้เห็นฟอร์มที่สุดเเจ๋มของ สุภโชค สารชาติ เเละ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล สองนักเตะที่ถูกดันขึ้นมาจากชุดยู-23 ปีที่สามารถสร้างผลงานที่ถือว่าสอบผ่าน เเม้ว่าตัวรุกจากบุรัมย์จะพลาดในนาทีสุดท้ายเเต่ภาพรวมต้องบอกว่าสอบผ่าน ส่วน พิธิวัต เป็นตัวหลักของเชียงรายมาโดยตลอดทำให้มีประสบการณ์มาช่วยทีมชาติได้อย่างมาก เป็นสองนักเตะที่น่าจะยืนระยะได้ยาวกับทัพช้างศึกนับจากนี้ไป







