ต้องยกให้เขา! 7 สถิติ พรีเมียร์ลีก ถูกทำลายโดยแข้ง “หงส์แดง”

ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ทีมยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง ลิเวอร์พูล ยกระดับทีมก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรระดับแถวหน้าของโลกได้สำเร็จ ตลอดเวลาที่นายใหญ่ชาวเยอรมัน เข้ามาคุมทีม “หงส์แดง” กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป และสามารถผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

 

นอกจากนั้นพวกเขายังได้พังสถิติอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะในศึก พรีเมียร์ลีก ที่เหล่าบรรดาแข้งยอดทีมแห่งเมืองเมอร์ซี่ไซด์ พากันเดินหน้าสร้างสถิติตัวเลขใหม่ๆ กันอย่างต่อเนื่อง

 

โดยในวันนี้ UFA Arena จะขอพาไปย้อนดูกันว่า 7 สุดยอดสถิติในศึก พรีเมียร์ลีก ที่ถูกเหล่าแข้ง “หงส์แดง” ทำลายลงไป จะมีสถิติไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

 

 

อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เก็บคลีนชีทมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นแรกกับสโมสร 21 เกม

 

นายด่านชาวบราซิลเลี่ยน อย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ย้ายจาก โรม่า มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยการทำสถิติเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก 66.8 ล้านปอนด์ ในเวลานั้น ก่อนที่จะถูก เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า มือกาวของ เชลซี พังสถิติดังกล่าวลงให้หลังอีกแค่เพียงสัปดาห์เดียว

 

ซีซั่นแรกของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ กับ “หงส์แดง” เจ้าตัวคว้าตำแหน่งผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หรือรางวังถุงมือทองคำ ทั้งในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ นอกจากนี้เขายังทำสถิติเป็นผู้รักษาประตูของสโมสรที่เก็บคลีนชีทได้มากที่สุด ในการลงเล่นบนลีกเมืองผู้ดีฤดูกาลแรกด้วยจำนวน 21 คลีนชีท และถือเป็นการเก็บคลีนชีทต่อซีซั่นมากที่สุดอันดับ 2 เป็นรองแค่เพียง ปีเตอร์ เช็ก อดีตนายทวาร “สิงห์บลู” ที่เคยรักษาคลีนชีทได้ถึง 24 นัด ในซีซั่น 2004/2005

 

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้รักษาประตูชาวแซมบ้า วัย 26 ปี ยังถือเป็นนายด่านนอกยุโรปคนแรกที่สามารถคว้ารางวัลถุงมือทองคำ ของศึก พรีเมียร์ลีก ได้อีกด้วย

 

 

เทรน อเล็กซานเดอร์ – กองหลังทำแอสซิสต์มากที่สุดต่อฤดูกาล 12 ประตู

 

ซีซั่นที่ผ่านมา เทรน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็คทั้งสองฝั่งของยอดทีมแห่งเมืองเมอร์ซี่ไซด์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะจุดเด่นของเขาทั้งคู่ซึ่งถือเป็นไม้ตายเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือจังหวะเติมเกมขึ้นมาครอสบอลจากริมเส้นด้านข้างเข้ามาให้เพื่อนทำประตู

 

สำหรับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซีซั่นที่แล้วเขาทำแอสซิสต์ไปถึง 11 ประตู โดยลูกสุดท้ายที่กัปตันทีมสก็อตแลนด์ ทำได้ เกิดขึ้นในเกมที่ต้นสังกัดของเขาเอาชนะ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ 5 – 0 เมื่อวันที่ 26 เมษายน ซึ่งนั่นส่งผลให้เจ้าตัวทำสถิติเป็นกองหลังที่จ่ายบอลให้เพื่อนซัดประตูมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ต่อซีซั่น ด้วยจำนวน 11 ลูก เทียบเท่ากับที่แบ็คซ้ายชื่อกระฉ่อนของ เอฟเวอร์ตัน อย่าง เลห์ตัน เบนส์ ที่เคยทำไว้ได้เท่ากัน

 

อย่างก็ตามท้ายที่สุด เทรน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล ก็สามารถพังสถิติดังกล่าวลงได้สำเร็จ หลังเขาทำแอสซิสต์ที่ 12 ของตัวเองได้ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2018/2019 ทำให้แข้งดีกรีทีมชาติอังกฤษ วัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นแข้งกองหลังที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดในซีซั่นเดียวของลีกสูงสุดบนเกาะอังกฤษคนใหม่ทันที

 

 

เจมส์ มิลเนอร์ – นักเตะที่ยิงประตูและทีมไม่แพ้มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก 52 เกม

 

เจมส์ มิลเนอร์ ลงเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปแล้วทั้งหมด 520 นัดให้กับ 5 สโมสร พร้อมกับยิงไปแล้ว 53 ประตู สำหรับสมัยที่เขาย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แข้งวัย 33 ปี ซัดให้ทีมไป 17 ลูกในลีก มากที่สุดจากบรรดาทุกทีมที่เขาเคยอยู่มา และแน่นอน “เดอะเรด เรดแมชชีน” ต้องการที่จะให้เขายิงประตูให้กับทีมได้เรื่อยๆต่อไป เพราะทุกลูกที่เขายิงแทบจะการันตรี 3 แต้มทุกนัด

 

ย้อนกลับไปวันที่ 19 มีนาคม ปี 2017 เจมส์ มิลเนอร์ ยิงประตูให้ทีมแบ่งแต้มกับต้นสังกัดเก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 – 1 และการยิงประตูของเขาในเกมดังกล่าวยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้และทีมไม่แพ้มากที่สุดรวมทุกดิวิชั่นของลีกอังกฤษ 45 แมตช์ หลังจากนั้นเขาเก็บสถิติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 52 เกม

 

จากทั้งหมด 52 เกม ที่เจ้าตัวยิงประตูได้และทีมไม่แพ้ 41 นัด จบลงด้วยชัยชนะของต้นสังกัดเขาเอง และอีก 11 เกมจบลงด้วยผลเสมอ สำหรับซีซั่นนี้ เจมส์ มิลเนอร์ ยังไม่ได้ยิงประตูให้กับ “หงส์แดง” เลย แต่เหล่าแฟนบอล “เดอะค็อป” หวังว่าเขาจะทำประตูให้ทีมได้เร็วๆ นี้ ซึ่งนั่นหมายความว่าทีมมีโอกาสที่จะคว้า 3 คะแนน ในเกมนั้นได้แน่นอน

 

 

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – แข้งยิงประตูนอกบ้าน หลังซัดเฉพาะเกมในบ้านติดต่อกันมากสุด 18 ลูก

 

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาอยู่ใน พรีเมียร์ลีก กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 โดยซีซั่นแรกของเขากับ “สาลิกาดง” แข้งทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ยิงประตูให้สโมสรไปทั้งหมด 11 ประตู ซึ่งหนึ่งในนั่นเป็นสกอร์ที่เขายิงใส่ต้นสังกัดปัจจุบันอย่าง ลิเวอร์พูล ด้วย ทว่าจากประตูทุกลูกที่เขาทำได้เกิดขึ้นในเกมที่เจ้าตัวลงสนามในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค รังเหย้าของทีมตัวเองทั้งหมด

 

จากนั้นในช่วงหน้าร้อนปี 2016 จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ถูก “หงส์แดง” คว้าตัวเข้ามาร่วมทีมหลังต้นสังกัดเดิมของเขาต้องตกชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ หลังจากนั้นแข้งวัย 28 ปี สามารถยิงประตูให้ทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ไปถึง 7 ลูก ในช่วง 2 ซีซั่นแรกกับสโมสแห่งนี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นการยิงในสนาม แอนฟิลด์ ทุกประตูอีกเช่นเคย

 

นั่นทำให้ดาวเตะดัตช์แมนรายนี้ ยิงประตูในการเล่นบนศึก พรีเมียร์ลีก ไปถึง 18 ลูก ซึ่งทุกลูกเกิดขึ้นที่สนามเหย้าของตันสังกัดเขาเองทั้งหมด กระทั่งเกมที่ ลิเวอร์พูล ต้องบุกไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อฤดูกาล 2018/2019 แมตช์นัดดังกล่าว จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม สามารถทำประตูในการออกมาเล่นเกมเยือนได้สำเร็จเป็นสกอร์แรกของตัวเอง ถึงแม้มันจะเป็นสถิติตที่ไม่ค่อยน่าภูมิใจเท่าไรนัก แต่เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูปลดล็อคเกมนอกบ้าน หลังจากยิงประตูเฉพาะเกมที่เล่นในบ้านติดต่อกันมากที่สุด 18 ประตู

 

 

ซาดิโอ มาเน่ – นักเตะที่ลงเล่นแล้วไม่แพ้เกมในบ้านติดต่อกันมากสุดในประวัติศาสตร์

 

การเข้ามาทำทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ช่วยยกระดับให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากๆ และพวกเขายังได้ทำสถิติที่น่าทึ่งด้วยการไม่แพ้เกมในบ้านบนศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อกันยาวนานถึง 43 เกม นับตั้งแต่เกมสุดท้ายที่พวกเขาแพ้ในบ้านให้กับ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันที่ 27 เมษายน ปี 2017

 

ย้อนกลับไปเมื่อซีซั่น 2016/2017 ลิเวอร์พูล แพ้ถึง 2 เกม ในรังเหย้า แอนฟิลด์ ของตัวเอง โดยในเกมแรกพวกเขาพ่ายให้กับ สวอนซี ซิตี้ 2 – 3 ซึ่งจากการที่ ซาดิโอ มาเน่ ติดภาระกิจเดินทางไปลงเล่นให้กับ ทีมชาติเซเนกัล ในศึก แอฟริกัน เนชั่นส์คัพ ทำให้เขาไม่ได้ลงสนามให้ทีมในแมตช์ดังกล่าว ร่วมไปถึงอีกหนึ่งเกมที่ “หงส์แดง” แพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ ซึ่งเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บส่งผลให้เขาพลาดลงสนามอีกครั้ง

 

นั่นทำให้ แข้งวัย 27 กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ลงเล่นให้กับต้นสังกัด 50 เกมในบ้าน และไม่แพ้ใครเลย โดยจากทั้งหมด ลิเวอร์พูล ที่มี ซาดิโอ มาเน่ อยู่ในสนามสามารถชนะได้ถึง 41 นัด และ เสมออีก 9 เกม

 

 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ –  แข้งยิงประตูมากที่สุดต่อฤดูกาลในยุค พรีเมียร์ 38 แมตช์

 

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ย้ายจาก โรม่า มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงหน้าร้อนปี 2017 ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งที่สองของเขากับการโยกมาเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่ก่อนหน้าเคยล้มเหลวไม่เป็นท่ากับ เชลซี มาแล้ว เมื่อปี 2014

 

ทว่าการมาอยู่กับ “หงส์แดง” ภายใต้การทำทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ เหมือนทำให้เขายกระดับตัวเองให้กลายเป็นสุดยอดนักเตะได้สำเร็จ โดยในซีซั่นแรกของเขาในถิ่น แอนฟิลด์ ดาวยิงชาวอียิปต์ สามารถผงาดคว้ารางวัลดาวซันโวของลีกเมืองผู้ดีได้สำเร็จ หลังซัดไปถึง 32 ประตู จากการลงเล่น 36 นัด นั่นทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงมากที่ในหนึ่งฤดูกาลของ พรีเมียร์ ยุคที่ปรับรูปแบบการแข่งขันให้เหลือแค่เพียง 38 แมตช์ต่อซีซั่น

 

นั่นยังทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แซงหน้าสถิติเก่าของทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่เคยยิงไว้มากที่สุด 31 ประตู ในยุคที่ลีกสูงสุดของอังกฤษ ปรับจาก 22 ทีม ให้เหลือ 20 ทีม และมีแมตช์การแข่งขันแค่เพียง 38 นัดต่อฤดูกาล เท่านั้น

 

 

 โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ – แข้งบราซิล คนแรก ยิงครบ 50 ประตู

 

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ถือเป็นนักเตะที่เริ่มได้รับคำชมล้นหลามมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และหลายคนก็เริ่มมองเห็นถึงศักยภาพความเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสของเขามากขึ้น หลังเจ้าตัวโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อซีซั่นที่แล้ว

 

ดาวเตะชาวแซมบ้า เคยยิงไปถึง 38 ประตู ตลอดการลงเล่น 140 เกมในศึก บุนเดสลีกา เยอรัมน ให้กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ แต่ที่ ลิเวอร์พูล จนถึงตอนนี้เขายิงไปแล้ว 50 ลูก ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังลงสนามให้ทีมไป 142 นัด พร้อมกับทำอีก 30 แอสซิสต์

 

นั่นส่งผลให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พังสถิติกลายนักเตะชาวบราซิล คนแรก ที่สามารถถลุงสกอร์ในศึก พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 50 ประตู และยิงได้มากกว่าเพื่อนร่วมทีม “หงส์แดง” ชาวบราซิลเลี่ยน อย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 9 ลูก