
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เกมแดงเดือดคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์แทรฟฟอร์ด พบกับลิเวอร์พูล
เริ่มเกมมานาทีที่ 25 ปีศาจแดงได้ลุ้นก่อน จากจังหวะเลี้ยงลุยขึ้นมาของ แม็กโทมิเนย์ ผ่านแนวรับหงส์แดงมาถึงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ลองซัดไกลแต่บอลไปตรงตัวอลิสซอน รับเข้าซอง เจ้าบ้านยังได้บุกต่อเนื่องในาทีที่ 27 วานบิสซาก้า เปิดบอลเข้าในมาได้ลุ้นแต่ยังโดนฟานไดจ์ค เคลียทิ้งออกไป
นาทีที่ 33 หงส์แดงได้จังหวะสวนกลับมาจากมาเน่พาบอลขึ้นมาก่อนไหลเข้ากลางต่อมาให้กับ ฟีร์มิโน่ที่ยืนรออยู่ข้างในซัดเต็มๆแต่บอลเบาเกินเข้ามือเดเกอาพอดี นาทีที่ 35 ลิเวอร์พูลยังได้บุกต่อเนื่อง รอบนี้ลองหยอดเข้าในให้ฟีร์มิโน่โหม่งแต่เดเกอายังเซฟได้ และเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน
ปีศาจแดงได้ประตูนำขึ้นไปได้สำเร็จจากจังหวะฉกบอลจากแดนกลางมาของ แม็กโทมิเนย์ จ่ายต่อให้แดเนี่ยล เจมส์ พาบอลลุยขึ้นมาเปิดเข้ากลางให้ แรชฟอร์ดที่วิ่งมาเข้าชาจจ่อๆทำให้สกอร์เจ้าบ้านออกนำไปก่อน 1-0
ก่อนจบครึ่งแรกทีมเยือนเกือบได้ลูกตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะ อาโนลด์ เปิดบอลมาให้กับ มาเน่จับบอลลงเอาชนะ ลินเดอร์เลิฟไปซัดบอลเข้าประตูไปได้ แต่VARชี้ว่าเป็นลูกแฮนด์บอลของมาเน่ไปทำให้ครึ่งแรกจบไปด้วยสกอร์ 1-0 แมนฯยูขึ้นนำ
ครึ่งหลังเริ่มมานาทีที่ 63 ลิเวอร์พูลได้จังหวะลุ้นบ้างจากจังหวะของตัวสำรองอย่าง ออกเลด แชมเบอร์เลน ในลูกไหลคืนมาของฟาบินโญ่ และแชมเบอร์เลนได้ลองกดไกลจากนอกกรอบเขตโทษบอลหลุดเสาออกไป
นาทีที่ 66 แมนฯยูได้ลองส่องไกลบ้างจากจังหวะเปิดบอลยาวมาจากแนวหลังให้กับ แรชฟอร์ดที่ฉีกมารับบอลริมเส้น ก่อนเลี้ยงตัดเข้าในเข้าไปลองซัดเน้นๆบอลถากเสาออกไปนิดเดียว
หงส์แดงต้องรอมาจนถึงนาทีที่ 85 กว่าที่จะสามารถได้ลูกตีเสมอจากจังหวะที่ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลเลียดมาจากริมเส้นมาให้กับ ฟีร์มิโน่ ปล่อยบอลให้หลุดมาถึง อดัม ลัลลาน่า ที่ยืนอยู่เสาสองวิ่งมายิงจ่อๆเข้าไปทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1 หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้และจบลงไปด้วยผลเสมอในเกมแดงเดือด ด้วยสกอร์ 1-1
นักเตะที่ลงสนาม
แมนฯยู : ดาบิด เดเกอา(GK) – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิกเตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, มาร์กอส โรโฮ ,แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็กโทมิเนย์, เฟร็ด – อันเดรียส เปร์เรย์ร่า – แดเนี่ยล เจมส์ , มาร์คัส แรชฟอร์ด
สำรอง: อองโตนี่ มาร์กซิยาล(84) , แบรนดอน วิลเลียมส์(90+4)
ลิเวอร์พูล: อลิสซง เบ็คเกอร์(GK) – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจแอล มาติป, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม – ดิว็อก โอริกี้ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่
สำรอง: อเล็กซ์ ออกเลด แชมเบอร์เลน (60) , อดัม ลัลลาน่า(71) ,นาบี เกอิต้า(82)

