
ศึกพรีเมียร์ลีกเกมคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ เชลซี
นาทีที่ 3 เจ้าบ้านได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่อเกวโร่พาบอลมาจากด้านขวา ก่อนจะไหลต่อให้ เดอบรอยน์ ที่วิ่งสอดขึ้นมาซัดเรียดพื้นไปที่เสาสองแต่บอลชนเสาออกไป ทีมเยือนได้ทักทายกลับทันทีในนาทีที่ 7 จากจังหวะสวนกลับ อับราฮัมตัดบอลมาได้ แล้วจ่ายต่อให้ วิลเลี่ยน หลุดมาลองซัดเน้นๆแต่บอลก็ดันหลุดเสาออกไป
นาทีที่ 14 เชลซีได้ลุ้นเพิ่มอีกครั้ง จากจังหวะเตะมุมเข้ามาแล้วฝั่งแมนฯซิตี้เคลียกันไม่ขาด บอลชุลมุนกันหน้าประตูก่อนที่บอลจะไปเข้าทางของ โทโมริ หวดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลดันหลุดเสาออกไป
นาทีที่ 21 ทีมเยือนออกนำไปได้สำเร็จจากจังหวะที่ โควาซิส โยนยาวจากแดนกลางมาให้กับ กองเต้ หลุดมาเบียดเอาชนะเมนดี้แล้วยิงบอลผ่านตัว เอแดร์ซอนเข้าไป พาสิงห์บลูออกนำไปก่อน 1-0
เรือใบเอาประตูคืนได้เร็วในนาทีที่ 28 จากจังหวะสวนกลับ ซิลวาพาบอลขึ้นมาจ่ายติดซูม่า แต่เคลียกันไม่ขาดมาเข้าทางของ เดอบรอยน์ดึงจังหวะปั่นบอลไปแฉลบซูม่าจนบอลเปลี่ยนทางเข้าไป สกอร์กลับมาเป็น 1-1 หลังจากนั้นไม่นาน ในนาทีที่ 36 เจ้าบ้านพลิกกลับมานำได้สำเร็จจากจังหวะลากเลื้อยฝ่ากองหลัง ตัดเข้ากลางมาหาจังหวะยิงผ่านบล๊อคของแนวรับสิงห์บลูเข้าไปพาทีมออกนำเป็น 2-1
ก่อนจบครึ่งแรกเชลซีเกือบเสียประตูที่3ในนาทีที่ 42 เกปาเปิดบอลพลาดไปเข้าเท้าของ อเกวโร่ หลุดมายิงเน้นๆบอลชนคานเด้งออกมา จะซ้ำอีกทีก็โดนเคลียทิ้งไปได้หวุดหวิดทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 2-1เท่านั้น
เริ่มครึ่งหลังมานาที 53 เชลซีได้ลุ้นประตูตีเสมอ จากจังหวะเลี้ยงตัดเข้ากลางมาของวิลเลี่ยน ก่อนจ่ายต่อให้ อัซปิลิกูวยต้า หักกลับเข้ามาให้กองเต้ซัดจ่อๆติดบล๊อคออกหลังไป
นาที 64 เรือใบบุกมาคลึงบอลใส่เชลซีเริ่มจากเตะมุมเล่นสั้นมา เดอบรอยน์ โยนข้ามฝากมาถึง อเกวโร่ หยอดบอลมาให้แฟร์นันดินโญ่ได้ยิงจ่อๆ เซฟไว้ได้ มาเข้าทาง มาเรซ ยิงเน้นๆแต่เกปาก็ยังเซฟไว้ได้อีก
นาที 79 สิงห์บลูทำเกมขึ้นมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะจ่ายมาให้กับพูลิซิซที่ริมเส้น เลี้ยงตัดเข้ากลางมาก่อนไหลต่อให้วิลเลี่ยน ซัดบอลโด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย นาที 84 เรือใบเกือบพลาดเสียประตูจากการเปิดบอลไม่ดีของ เอแดร์ซอนไปติด บาตชูอายี่ที่ขึ้นมากดดันยังดีที่บอลไม่ตรงกรอบ
ก่อนหมดเวลา 90นาที เจ้าบ้านเกือบได้ประตูปิดกล่องจากจังหวะโยนยาวมาจากประตู กองหลังเคลียกันไม่ขาดบอลหลุดมาถึง สเตอร์ลิ่ง ตวัดตามน้ำบอลเสียบเสาเข้าไป แต่กลายเป็นจังหวะล้ำหน้าไปเสียก่อน และจบเกมลงไปด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านที่สกอร์ 2-1
นักเตะที่ลงสนาม
แมนฯซิตี้: เอแดร์ซอน(GK) – เจา กานเซโล่, จอห์น สโตนส์, แฟร์นานดินโญ่, เบนจาแมง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
สำรอง: อิลคาย กุนโดกัน(52), ฟิล โฟรเดน (67),กาเบรียล เฆซุส(77)
เชลซี: เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า(GK)- เซซาร์ อัซปิลิกูวยต้า, เคิร์ท ซูม่า, ฟิกาโย่ โทโมรี่, เอเมอร์สัน – มาเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – วิลเลี่ยน, คริสเตียน พูลิซิซ , แทมมี่ อบราฮัม
สำรอง: รีช เขมส์ (59) , เมสัน เมาท์(73) ,มิตชี่ บาตชูอายี่(73)

