ดาวเตะม่วงมหากาฬ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านลบของวงการลูกหนัง โดยชี้ว่าฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจ และดาวรุ่งก็ไม่จริงจังกับฟุตบอลอีกแล้ว
เควิน-ปรินซ์ บัวเต็ง ใช้เวลาในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของซีซั่น 2018-19 ค้าแข้งให้กับ บาร์เซโลน่า แบบยืมตัว ก่อนที่จะย้ายจาก ซาสซูโอโล่ ไปร่วมทีม ฟิออเรนติน่า แบบถาวรเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในช่วงพักเบรกของลีกอิตาลี กองกลางวัย 32 ปี ก็ได้ใช้เวลาว่างมาให้สัมภาษณ์กับ Diario AS และเมื่อเจ้าตัวถูกถามถึงวงการฟุตบอลในปัจจุบัน เขาก็ได้ร่ายยาวถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านลบที่เกิดขึ้น
“ฟุตบอลเป็นเรื่องของธุรกิจ และนักเตะเป็นเรื่องของตัวเลข แม้ว่าคุณจะไม่ยอมแพ้ คุณก็จะถูกแทนที่ได้อยู่ดี มันก็ง่ายๆแบบนี้แหละ ไม่มีความภักดีอีกแล้ว และมันน่าเศร้า” บัวเต็งผู้พี่ กล่าว
“มันน่าสนใจที่ได้เห็นแบบสำรวจเพื่อดูว่านักเตะคนไหนยังรักการฝึกซ้อมอยู่ และใครที่สนุกกับการลงเล่น มันเป็นงานสำหรับมืออาชีพ ความกดดันมหาศาลมาก และมันทำให้เกิดความท้อ มีช่วงเวลาที่ผมสนุกกับการลงเล่น และก็มีช่วงเวลาที่ไม่”
“นักเตะดาวรุ่งไม่ได้ใช้พรสวรรค์ของพวกเขา และผมรู้ว่ามันหมายถึงการโยนพรสวรรค์ทิ้งไป ผมเห็นบางคนขับเมอร์เซเดสตอนพวกเขาอายุแค่ 19 และคิดว่าตัวเองมีความสามารถจนไม่ต้องพัฒนาอะไรแล้ว”
“ไม่มีการซ้อมพิเศษ ไม่มีเลย พวกเขาคิดแต่จะเล่นเพลย์สเตชั่นและเล่นอินสตาแกรม มาถึงสนามซ้อมคนสุดท้าย และกลับออกไปคนแรก ผมคิดว่าฟุตบอลเปลี่ยนไป เหมือนเป็นเพียงสังคมๆหนึ่ง”
สำหรับในฤดูกาลนี้ เควิน-ปรินซ์ บัวเต็ง ลงสนามให้กับ ฟิออเรนติน่า ไปแล้ว 13 นัด และยิงได้ 1 ประตู

