พรีวิว ยูโร 2020 กลุ่ม F : กรุ๊ปออฟเดธ! ฝอยทองหวังป้องกันแชมป์-อินทรีท้าชนตราไก่

 

ต้องบอกเลยว่าสำหรับศึกฟุตบอลยูโร 2020 การแข่งขันรอบแรก กลุ่ม เอฟ ค่อนข้างน่าจับตามองมากที่สุด เนื่องจากสามตัวเต็งอย่าง โปรตุเกส แชมป์เก่า, ฝรั่งเศส แชมป์ฟุตบอลโลก 2018 และ เยอรมัน ต้องโคจรมาพบกับเอง รวมถึงอีกหนึ่งทีมอย่าง ฮังการี ซึ่งเป็นเจ้าภาพรวมในรอบนี้ด้วย

 

เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่าแฟนบอลไม่ควรพลาดแน่นอน สำหรับการแข่งขันในกลุ่ม เอฟ ซึ่งวันนี้เราจะไปดูกันว่าแต่ละทีมมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน และใครมีโอกาสได้ไปต่อ หรือใครจะต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านตั้งแต่รอบแรก

 

ทีมชาติฮังการี

 

ฟีฟ่า แรงค์กิ้ง : 37

 

ผลงานในยูโร 2016 : ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

ผลงานที่ดีที่สุดในยูโร : รองแชมป์ | ปี 1938 และ 1954

 

ถือเป็นการผ่านเข้ามาเล่นศึกฟุตบอลยูโร เป็นสมัยที่สองติดต่อกันจากปี 2016 อย่างไรก็ตามเส้นทางรอบคัดเลือกของ ฮังการี ค่อนข้างกระท่อนกระแท่นพอสมควร เนื่องจากรอบคัดเลือกรอบแรกพวกเขาจบแค่เพียงอันดับ 4 ของกลุ่ม แต่ยังดีที่สามารถเอาชนะ บัลแกเรีย และ ไอซ์แลนด์ รอบเพลย์ออฟ พาธ เอ คว้าตั๋วเข้ามาเตะรอบสุดท้ายได้แบบเหนือความคาดหมาย

 

ขุมกำลังในทีมของ มาร์โก รอสซี ถือว่าเรียกผู้เล่นมาแบบจัดเต็ม นำโดยตัวหลักอย่าง ปีเตอร์ กูลัคซี่, วิลลี่ ออร์บาน และ อดัม ซาไล จะขาดแค่เพียงเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ โดมินิก โซบอสซ์ไล ซึ่งมีการเจ็บระหว่างลงเล่นให้กบต้นสังกัด แอร์เบ ไลป์ซิก คนเดียวเท่านั้น

 

 แม้ ฮังการี จะได้ลงเล่นที่บ้านของตัวเองถึงสองเกมในรอบแบ่งกลุ่ม ทว่าการต้องพบกับทีมระดับแถวหน้าอย่าง โปรตุเกส, ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ถือเป็นงานหินสำหรับพวกเขา จุดเด่นของลูกทีมกุนซือชาวอิตาลี คือการเน้นเล่นเกมรับเหนียวแน่น โดย 10 เกมหลังสุด พวกเขาเสียประตูแค่เพียง 7 ลูก และเก็บคลีนชีท 5 นัด ส่วนที่น่าเป็นห่วงคงเป็นเกมรุก เนื่องจากจะไม่มีผู้เล่นอย่าง โดมินิก โซบอสซ์ไล ค่อยสร้างสรรค์เกม แถมดาวยิงตัวความหวัง อดัม ซาไล ลดความอันตรายลงพอสมควรในวัย 33 ปี ดูแล้วคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอนหากขุนพล “แมกยาร์” หวังผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

 

 นักเตะคีย์แมน : อดัม ซาไล

 

เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของทีมเลยก็ว่าได้ สำหรับกองหน้ากัปตันทีมวัย 33 ปี อย่าง อดัม ซาไล แข้งความหวังสูงสุดของทีมชาติฮังการี ในศึกฟุตบอลยูโร 2020 แม้ผลงานระดับสโมสรตลอดหลายซีซั่นที่ผ่านมาของเจ้าตัวดรอปลงพอสมควร ทว่าในนามทีมชาติสำหรับกองหน้าจากไมนซ์ 05 ยังคงเป็นหัวหอกเบอร์หนึ่ง และแรงขับเคลื่อนสำคัญของทีม ส่วนผลงานในยูโร เมื่อปี 2016 ซาไล ลงเล่นทั้งหมด 4 นัด ยิง 1 ประตู ในเกมชนะ ออสเตรีย 2-0

 

ดาวรุ่งที่น่าจับตา : อัตติล่า ซาไล

เซ็นเตอร์แบ็คอนาคตไกลวัย 23 ปี ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ ตลอดซีซั่น 2020/2021 ที่ผ่านมา ก่อนได้รับความไว้วางใจจาก มาร์โก รอสซี เรียกติดทีมลุยศึดฟุตบอลยูโร คราวนี้ โดยตลอด 4 เกมหลังสุด ทั้งการอุ่นเครื่อง และ 3 นัด ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป อัตติล่า ซาไล ถูกส่งลงสนามต่อเนื่อง ซึ่งดูแล้วเขาน่าจะได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวหลักให้กับ ฮังการี แน่นอน

 

 

ทีมชาติโปรตุเกส

 

ฟีฟ่า แรงค์กิ้ง : 5

 

ผลงานในยูโร 2016 : แชมป์

 

ผลงานที่ดีที่สุดในยูโร : แชมป์ 1 สมัย | ปี 2016

 

แชมป์เก่า โปรตุเกส ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย เป็นสมัยที่ 7 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 1996 แม้ฟอร์มโดยรวมในรอบคัดเลือก อาจทำมได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทว่าท้ายสุดลูกทีม เฟร์นานโด ซานโตส คว้าตำแหน่งรองแชมป์กลุ่ม บี ได้สำเร็จ

 

ส่วนศึกยูโร คราวนี้ ทัพ “ฝอยทอง” ลงเล่นในฐานะแชมป์เก่า และยังคงนำทีมโดยสุดยอดนักเตะอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ จุดเด่นแน่นอนว่าคงเป็นเกมรุกซึ่งเรียกผู้เล่นเข้ามาติดทีมแบบเต็มสูบ นำโดย บรูโน่ เฟอร์นันเดส, ดิเอโก โชต้า, อังเดร โกเมส และ เจา เฟลิกซ์ โดยเกมรอบคัดเลือก ทีมชาติโปตุเกส แสดงถึงการมีเกมรุกอันดุดัน ด้วยการไล่ยิงคู่แข่ง 22 ประตู จากการลงเล่น 8 นัด ขณะที่แนวรับค่อนข้างไว้ใจได้พอสมควร เนื่องจากยังคงมี เปเป้ เป็นแกนหลัก รวมถึง รูเบน ดิอาส ซึ่งฟอร์มโดดเด่นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตลอดซีซั่นที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นดูแล้วพวกเขาถือเป็นทีมที่ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว

 

นักเตะคีย์แมน : คริสเตียโน โรนัลโด้

 

คีย์แมนคำสำคัญของทีมคงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากกัปตันทีม และดาวยิงตัวความหวัง คริสเตียโน โรนัลโด้ ซึ่งหมายหมั่นปั้นมือหวังป้องกันแชมป์ฟุตบอลยูโร ให้ได้ โดยตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาแม้อายุทะลุ 36 ปี ทว่าสุดนักเตะเบอร์ 7 ยังคงผลงายอดเยี่ยมเหมือนเดิม หลังยิงให้กับต้นสังกัด ยูเวนตุส 36 ประตู จากการลงสนาม 44 ปี เพราะฉะนั้นนอกจากลุ้นแชมป์อีกสมัยแล้ว โรนัลโด้ จะเป็นอีกตัวเต็งลุ้นคว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวน์นาเมนต์แน่นอน

 

ดาวรุ่งที่น่าจับตา : นูโน่ เมนเดส

 

แม้ทีมชาติโปรตุเกส ในศึกฟุตบอลยูโร 2020 จะเต็มไปด้วยนักเตะประสบการณ์สูง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแกนหลักจากที่พวกเขาคว้าแชมป์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทว่ายังพอมีดาวรุ่งติดทีมไปให้แฟนบอลได้จับตามองด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ นูโน่ เมนเดส แบ็คซ้ายอนาคตไกลวัย 18 ปี ที่ผลงานร้อนแรงกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ตลอดซีซั่นที่ผ่านมา โดยนี่ถือเป็นการมีชื่อติดทีมลุยรายการระดับเมอร์ครั้งแรกของ เมนเดส หลังก่อนหน้าเคยลงเล่นให้กับ “ฝอยทอง” ไปแล้ว 4 เกม เพราะฉะนั้นถือว่าน่าจะตามองมากสำหรับฟูลแบ็ควันเดอร์คิดรายดังกล่าวกับความท้าทายในศึกยูโร รอบสุดท้าย

 

 

 

 

 

 

ทีมชาติฝรั่งเศส

 

ฟีฟ่า แรงค์กิ้ง : 2

 

ผลงานในยูโร 2016 : รองแชมป์

 

ผลงานที่ดีที่สุดในยูโร : แชมป์ 2 สมัย | ปี 1984 และ 2000

 

อีกหนึ่งตัวเต็งที่ต้องจับตามองเช่นกัน สำหรับทีมชาติฝรั่งเศส แชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งยังคงนำทัพมาโดยกุนซือ ดิดิเยร์ เดชองส์ ขณะที่ในรอบคัดเลือกพวกเขาผลงานโดดเด่นไม่น้อย ด้วยการคว้าแชมป์กลุ่ม เอส หลังลงเล่น 10 เกม ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 และยิงได้ถึง 25 ประตู

 

แกนหลักทัพ “ตราไก่” ยังคงเน้นผู้เล่นชุดเดิมจากที่ประสบความสำเร็จจากฟุตบอลโลก เมื่อ 2 ปีก่อน นำโดย ฮูโก้ ยอริส, ราฟาเอล วาราน, ปอล ป็อกบา, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อองตวน กรีซมันน์ และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ นอกจากนั้นพวกเขายังได้ คาริม เบนเซม่า กลับมาติดทีมครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดข่าวฉาวในปี 2016

 

จุดเด่นของทีมชุดนี่แน่นอนคือเกมรุกอันดุดัน โดยเฉพาะการผสานงานระหว่าง อองตวน กรีซมันน์ และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ซึ่งพาทีมประสบความสำเร็จที่รัสเซีย มาแล้ว ส่วนกองกลางถือว่าแข็งแกร่งเช่นกัน เพราะทั้ง ปอล ป็อกบา และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ต่างทำผลงานดีต่อเนื่องตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่แนวรับยังคงมี ราฟาเอล วาราน และ เคลม็องต์ ลองช์เล่ต์ ซึ่งค่อนข้างไว้ใจได้ รวมถึงผู้รักษาประตูอย่าง ฮูโก้ ยอริส ดูจากขุมกำลังของทัพ “เลอเบลอส์” แล้ว มั่นใจเลยว่าพวกเขาไม่น่าหยุดอยู่แค่เพียงรอบแบ่งกลุ่มแน่นอน

 

นักเตะคีย์แมน : คาริม เบนเซม่า

 

แม้หลายคนมองว่านักเตะอย่าง อองตวน กรีซมันน์ และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ยังคงเป็นแกนหลักสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามหากมองย้อนจากผลงานซีซั่น 2020/2021 ที่ผ่านมา คาริม เบนเซม่า ถือว่าผลงานโดดเด่นสุดในบรราดาแนวรุกของทัพ “ตราไก่” ที่มีอยู่เลยก็ว่าได้ หลังเจ้าตัวยิงให้กับ เรอัล มาดริด 30 ประตู จากการลงสนาม 46 นัดรวมทุกรายการ แถมด้วยประสบการณ์ซึ่งเคยผ่านศึกฟุตบอลยูโร มาแล้วถึง 2 ครั้ง ในปี 2008 และ 2012 เบนเซม่า จะเป็นอีกความหวังคนสำคัญของทีมในทัวร์นาเมนต์นี้แบบไม่ต้องสงสัย

 

ดาวรุ่งที่น่าจับตา : มาร์คุส ตูราม

 

แนวรุกอนาคตไกลพัฒนาฝีเท้าได้อย่างก้าวกับกระโดดตลอดฤดูกาล 2020/2021 กับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค พร้อมกับยิง 11 ประตู จากการลงเล่น 40 นัด ฟอร์มของเขายอดเยี่ยมถึงขนาดเบียดรุ่นพี่อย่าง นาบี เฟคีร์ และ อุสเซม อาอัวร์ ติดทีมลุยศึกยูโร ครั้งแรกของตัวเอง อย่างไรก็ตามโอกาสลงสนามของแข้งวัย 23 ปี อาจยกาลำบากพอตัว เนื่องจากเขาต้องเบียดแย่งตำแหน่งกับดาวดังหลายคน ถึงกระนั้นมั่นใจได้เลยว่า หาก มาร์คุส ตูราม ได้รับโอกาสลงสนาม เจ้าตัวจะไม่ทำให้แฟนบอลฝรั่งเศส ต้องผิดหวังแน่นอน

 

 

ทีมชาติเยอรมัน

 

ฟีฟ่า แรงค์กิ้ง : 12

 

ผลงานในยูโร 2016 :

 

ผลงานที่ดีที่สุดในยูโร : แชมป์ 3 สมัย | ปี 1972, 1980 และ 1996

 

แม้ผลงานช่วงหลังดรอปลงไปอย่างน่าใจหาย ทว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมชาติเยอรมัน คืออีกหนึ่งตัวเต็งในศึกฟุตบอลยูโร 2020 ลูกทีม โยอาคิม เลิฟ ยังคงทำผลงานร้อนแรงในเกมรอบคัดเลือกเหมือนทุกครั้ง พวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม ซี ด้วยการเก็บชนะ 7 เกม จากทั้งหมด 8 เกม พร้อมกลับไล้ถล่มคู่แข่ง 30 ประตู และเสียแค่เพียง 4 ลูก เท่านั้น

 

แกนหลักของทีมคล้ายกลับในศึกฟุตบอลโลก 2018 นำทัพมาโดยสองตัวเก๋าอย่าง โทนี่ โครส และกัปตันทีม มานูเอล นอยเออร์ ส่วนกองหลังถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยมี อันโตนิโอ รูดิเกอร์, มัตส์ ฮุมเมลส์ และ มาติอัส กินเทอร์ เป็นแกนหลัก ส่วนกองกลางยังคงใช้งานนักเตะอย่าง โจชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ตซ์ก้า และ อิลคาย กุนโดกัน ขณะที่แนวรุกถือว่าน่าจับตามมองสุดๆ เพราะมีทั้ง ไค ฮาเวิร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์ รวมถึงดาวรุ่งอย่าง จามาล มูเซียล่า

 

จากขุมกำลังของทัพ “อินทรีเหล็ก” แม้ช่วงหลังผลงานไม่ค่อยน่าประทับใจ แถมหลายคนมองว่าถือเป็นงานหินกับการมาอยู่ร่วมกลุ่มกับแชมป์เก่า โปรตุเกส และแชมป์โลก ฝรั่งเศส ทว่าฟันธงได้เลยว่า โยอาคิม เลิฟ น่าจะสามารถพาทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างแน่นอน

 

นักเตะคีย์แมน : ไค ฮาเวิร์ตซ์

 

หากพูดถึงนักเตะซึ่งกำลังทำผลงานร้อนแรงชั่วโมงนี้ ต้องมีชื่อของ ไค ฮาเวิร์ตซ์ แน่นอน หลังเจ้าตัวทำผลงานยอดเยี่ยมตลอดซีซั่น 2020/2021 แถมเป็นคนทำประตูชัยพา เชลซี เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะฉะนั้นความมั่นใจของเจ้าตัวมาเต็มแน่นอน แม้นี่อาจเป็นศึกยูโร ครั้งแรกของดาวเตะวัย 21 ปี แต่ไม่แน่ว่าอ่าจเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สร้างชื่อให้กับเขา

 

ดาวรุ่งที่น่าจับตา : จามาล มูเซียล่า

 

ปีกอนาคตไกลวัย 18 ปี แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวมีโอกาสลงสนามทั้งหมด 37 นัดรวมทุกรายการ ยิง 7 ประตู แม้ประสบการณ์กับทีมชาติชุดใหญ่ยังน้อย โดยก่อนหน้านี้ลงเล่นให้กับทีมของ โยอาคิม เลิฟ แค่เพียง 3 เกม เท่านั้น ทว่าหากเขาได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลยูโร คราวนี้ จามาล มูเซียล่า อาจทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จักของแฟนบอลมากขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้